• Preedee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : preedee75@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 78668
  • ส่ง msg :
  • โหวต 500 คน
A house in Dusit district.
ยินดีต้อนรับครับ - ขอเชิญเข้าร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและบอกต่อ เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพ!
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/preedee
วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม 2551
Posted by Preedee , ผู้อ่าน : 10421 , 16:12:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

           

                                                              

          

            ข้อสังเกตประการหนึ่งที่ผมมีต่อสังคมไทยคือ บางคนมักจะต่อว่าต่อขานคนอื่นอยู่เสมอๆ ว่า “ชอบใส่หน้ากาก” หรือ “เฟค” (หากเป็นศัพท์วัยรุ่นสักหน่อย)

            คนใส่หน้ากากน่าจะอธิบายอย่างคร่าวๆได้ว่า เป็นคนประเภทไม่จริงใจ เป็นคนที่ไม่แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมายามอยู่ต่อหน้าคนอื่น หรือเป็นคนประเภทแสดงอาการและอารมณ์ออกมาอย่างขาดๆเกินๆอย่างจงใจยามเข้าสังคม และมักจะเอาเปรียบผู้อื่นอยู่เสมอเมื่อมีโอกาสหรืออยู่ลับหลัง

            แน่นอนครับ คนประเภทที่ผมพยายามอธิบายย่อมเป็นคนประเภทที่คบไม่ได้ หรือถ้าเราอยู่ห่างได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี หรือหากมีลูกมีหลาน เราก็คงสั่งสอนให้พวกเขาไม่ประพฤติตนในแบบที่กล่าวมา

            แต่คำถามย่อมจะเกิดขึ้นได้ในหมู่คนขี้สงสัยครับ จากการสังเกตผู้คนรอบๆตัว คนรู้จัก หรือแม้แต่ตัวเอง ก็สรุปได้ว่า เราคงจะต้องอยู่ห่างพวกมนุษย์ใส่หน้ากากให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

            เครื่องหมายคำถามตัวโตเกิดขึ้นที่นี่ครับ

            ในการอยู่รวมกันเป็นสังคม ภายใต้กรอบกตติกาแห่งวัฒนธรรม จารีตประเพณี จะมีใครบ้างเล่า ที่ไม่ได้ใส่หน้ากาก?

            เราทุกคนมีหัวโขนอย่างน้อยคนละหนึ่งใบอยู่แล้วนี่ครับ เอาตั้งแต่แบบที่เลือกไม่ได้อย่างลักษณะทางกายภาพ สูง ต่ำ ดำ ขาว หญิง ชาย (เพศนี่อาจเลือกได้แล้วในบางประเทศยุคปัจจุบัน) เอเชียน ยูโรเปียน อาฟริกัน อเมริกัน ฯลฯ ไปจนถึงหัวโขนที่แสดงสถานะ ตำแหน่ง อาชีพ ฯลฯ ของเราในสังคม แต่ละคนก็มีจำนวนหัวโขนของตนต่างกันออกไป และเลือกใช้มันในโอกาสและจังหวะที่เหมาะสม

            ทุกคนต้องใส่หน้ากากกันทั้งนั้นละครับ

            ผมจะยกตัวอย่างสักกรณีหนึ่งก็แล้วกันครับ หากภรรยาของนายก. เกิดเสียชีวิตขึ้นมากระทันหัน นายก.นำความเสียใจนี้ไปเล่าให้แก่นายข. นายข.เองเป็นเพื่อนสนิทของนายก. แต่จริงๆแล้วไม่ได้ชอบขี้หน้าภรรยาเขาสักเท่าใดนัก เพราะเธอเป็นคู่แข่งคนสำคัญของบริษัทตัวเอง นายข.จึงเก็บความดีใจเอาไว้ แล้วพยายามแสดงออกถึงความเสียใจต่อหน้านายก. (โดยทำอย่าง “เฟค” มาก) นั่นทำให้นายก.ตัดสินใจว่า นายข.ไม่ใช่เพื่อนที่แท้จริง และต้องการจะเลิกคบ

            ถ้าเช่นนี้แสดงว่านายข.ไม่ใช่เพื่อนที่แท้จริง หรือว่านายก.เป็นคนอ่อนต่อโลกเสียขนาดที่ว่า มองไม่เห็นว่านายข.เองก็มีหน้ากากหลายใบที่จะต้องสวม?

คำถามต่อไปคือ แล้วไอ้สิ่งที่เรียกว่า ‘ตัวตนที่แท้จริง’ ของแต่ละคนล่ะ มันคืออะไร?

            ผมค่อนข้างแน่ใจครับ ว่าบางคนอาจยังไม่แม้แต่จะมีคำตอบให้แก่ตัวเอง บางคนอาจรู้ แต่ไม่รู้ว่าจะแสดงมันออกมาอย่างสร้างสรรค์ได้อย่างไร

            นี่ยังไม่นับการมองตัวตนที่แท้จริงแบบสำนักสัจนิยมของโธมัส ฮอบส์ ที่มองธรรมชาติของมนุษย์ว่าเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวนะครับ เพราะหากมองเช่นนั้นแล้ว คนประเภท ‘ใส่หน้ากาก’ นี่เอง คือคนที่แสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุด

            ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการมองปัญหานี้ ก็คือเริ่มต้นด้วยความคิดที่ว่า “ทุกๆคนต่างใส่หน้ากาก” เสียก่อนครับ แล้วเราจึงจะไปกันต่อได้

            หากเราติดอยู่เพียงการมองว่า เราจะต้องคบเฉพาะคนที่จริงใจ สามารถเสียสละได้เสมอ เป็นคนที่คิดอย่างไรทำอย่างนั้นตลอดเวลา คนในประเภทหลุดออกมาจากนวนิยายประเภทประโลมโลกย์

            ขอโทษนะครับ ใช้เวลาทั้งชาตินี้ก็ลำบากครับ

            เราต้องเริ่มมองว่า ทุกๆคนต่างแสดงบทบาทของตนเอง รวมทั้งแต่ละคนก็มีจุดมุ่งหมายของตนเองแตกต่างกันก่อน สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่า ผู้อื่นแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาหรือไม่หรอกครับ

            มันสำคัญที่ว่า บทบาทที่เขาแสดงออกมาได้สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นหรือเปล่าต่างหาก

            การใส่หน้ากากไม่ควรจะถูกนำมาเป็นสารัตถะสำคัญมากไปกว่าการมาพิจารณากันที่ว่า แต่ละคนกำลังใส่หน้ากากนั้นเพื่อจุดประสงค์อะไร และผลประโยชน์ที่เขามุ่งเสาะแสวงหานั้นได้สร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่นหรือไม่ ตัวอย่างคลาสสิกที่ว่า หากตำรวจจับผู้ร้ายที่เป็นลูกของตนเอง เขาจะเลือกแสดงบทบาทอย่างไหนออกมาระหว่างความเป็นพ่อและความเป็นตำรวจ? จึงเป็นตัวอย่างที่เราควรจะนำมาคิดกันให้มากยิ่งขึ้น

            วิธีการแก้ปัญหาเรื่องการอยู่ให้ห่าง “คนใส่หน้ากาก” จึงไม่ใช่การหันหลังและพยายามหนีให้ห่างไกล แต่เป็นการพัฒนาภูมิคุ้มกันของตัวเอง ให้รู้ว่าแต่ละคนมีหน้ากากมากมาย และเราจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกเอาเปรียบได้อย่างไร

            แก้ที่ตัวเองนี่ละครับ ไม่ต้องแก้ที่คนอื่น

            ใครจะเฟค จะใส่หน้ากากหรืออะไรก็เชิญตามสบายเถิดครับ ตราบใดที่คุณทำหน้าที่ของคุณให้เรียบร้อยและไม่เอาเปรียบคนอื่น

          จะใส่สักกี่หน้ากากก็ไม่ว่า

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ku_khuan วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khuan
<<"วันนึงชั้นก็ตื่นขึ้นมา!...แล้วพบว่า....ตัวเองเป็นแค่ถ่านไฟฉายก้อนนึง">>


ส่วนตัวมองในแง่ของการสวมหมวกหลายใบมากกว่าค่ะ
หมวก 1 ใบ หมายถึงบทบาทที่เราเลือกเป็น

การใส่หน้ากากในความหมายของเรามัน ส่อไปในทางที่แย่ คือ เฟคนั่นแหล่ะ ( ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง)


อย่างที่ยกตัวอย่างของคุณตำรวจ
จะเลือกอยู่ในบทบาทของความเป็นพ่อ
หรือเลือกหน้าที่ที่ตัวเองดำรงอยู่ ..

แน่นอนว่า ไม่ว่าจเลือกบทบาทไหน มันก็คือตัวเขาอยู่ดี

เน๊าะ ..


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ขอบคุณข้อคิดดี ๆ ค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน