• choco-late
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sakuya_darling@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-11
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 42074
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
faiiz" is coming !!!
...รูปภาพประกอบข้อมูลอยู่ในgallery
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/princessin
วันอังคาร ที่ 22 มกราคม 2551
Posted by choco-late , ผู้อ่าน : 2782 , 21:27:59 น.  
หมวด : สัตว์เลี้ยง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กวาง

 

                การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร สัตว์ (Animalia)

ไฟลัม สัตว์มีแกนสันหลัง (Chordata)

ชั้น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม (Mammalia)

อันดับ สัตว์กีบคู่ (Artiodactyla)

อันดับย่อย สัตว์เคี้ยวเอื้อง (Ruminantia)

วงศ์ วงศ์กวาง (Cervidae) Goldfuss, 1820

 

                กวาง (ชื่อสามัญ: Dear; ชื่อวิทยาศาสตร์: Family Cervidae) เป็นวงศ์ทางชีววิทยา ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับสัตว์กีบคู่ (อันดับย่อยสัตว์เคี้ยวเอื้อง) มีลักษณะ ขนยาวหยาบสีน้ำตาล ตัวผู้มีเขาเป็นแขนง ผลัดเขาปีละครั้ง ชอบอยู่ตามลำพังตัวเดียวยกเว้นฤดูผสมพันธุ์ กินใบไม้อ่อน หญ้าอ่อน

 

                 กวางเมืองหนาว

1. กวางแดง กวางแดง (Cervus elephus) หรือ Red Deer พบมากที่ทวีปยุโรปตอนกลาง มีลักษณะที่ลำตัวเป็นสีแดง - น้ำตาลที่สวยงาม เป็นสัตว์ที่สามารถวิ่งได้เร็วมาก และชอบวิ่งในที่โล่ง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและทนทานนานมากมันจึงมี ขายาว คอยาว และมีสายตา จมูกและหูที่สามารถมองเห็น และกลิ่นได้ดี และได้ยินเสียงที่ค่อนข้างไวมาก ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดเล็กประมาณ 6 - 10 ตัว หรืออยู่เป็นฝูงใหญ่ 50 ตัว เพื่อที่จะกระโจนหนีศรัตรูได้เร็ว และในช่วงฤดูหนาวกวางจะมีการผลัดขนเป็นสีเทา - น้ำตาลอย่างรวดเร็ว และเป็นช่วงที่ลูกกวางก็เริ่มเปลี่ยนสีขนไปเป็นสีน้ำตาลอ่อน โดยตลอดแนวลำตัวมีจุดสีขาวแต่เมื่ออากาศหนาวก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดง - น้ำตาลทั่วตัว และในขณะเดียวกันนี้เองที่กวางเพศผู้ที่เจริญวัยเป็นหนุ่มเต็มที่จะมีเขาที่แตกกิ่งสง่า และสวยงาม ในยุโรปและอังกฤษจึงมักเรียกว่า กวางแดงอีกชื่อหนึ่งว่าโนเบิลเดียร์ ซึ่งหมายถึงกวางชั้นสูงหรือคิง ออฟ เดอะ ฟอเรสต์ ซึ่งหมายถึงเจ้าป่า อันเป็นการแสดงถึงความสง่างามของกวางชนิดนี้นั่นเอง

2. กวางฟอลโล กวางฟอลโล (Dama dama) หรือ Fallow Deer' เป็นกวางที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณยุโรปตอนใต้และเอเชียไมเนอร์ เป็นกวางที่ขี้ตื่นตกใจง่ายกว่ากวางชนิดอื่น ๆ มีลักษณะสีเทา - น้ำตาลเป็นพื้น มีจุดสีขาวตามลำตัวและแนวกลางหลังมีสีน้ำตาลเข้มจากบริเวณหัวไหล่ไปจนถึงสะโพกและโคนหาง กวางชนิดนี้มีหางยาวคือประมาณ 30 เซนติเมตร ในฤดูหนาวจุดขาวๆ เหล่านี่จะเลื่อนหายไปแทบจะมองไม่เห็น เขาของกวางฟอลโลมีลักษณะที่ไม่เหมื่อนกวางชนิดอื่น ๆ คือที่ส่วนยอดจะเป็นแผ่นหรือแผงและไม่มีกิ่งแตกออกมามากเหมือนในกวางชนิดอื่น ๆ เขาเทียนของกวางชนิดนี้มีขนาดเล็กคือยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ในปีต่อมาก็ยังคงเล็กเช่นเดิม แต่เริ่มมีกิ่งแยกออกมาเล็กน้อย เมื่อมีอายุมากขึ้นส่วนปลายของเขาจะแผ่เป็นแผ่นหรือแผงคล้ายอุ้งมือ โดยเฉพาะเมื่ออายุ 7 - 8 ปี สำหรับกิ่งเล็ก ๆ ที่แยกออกมาจากลำเขาหลักนั้นโดยทั่วไปจะมีถึง 15 กิ่งที่ออสเตรเลียเคยมีรายงานว่ามีมากถึง 30 กิ่ง

3. กวางเอลก์ กวางเอลก์ หรือ วาปิติ (Cervus canadensis) มีถิ่นกำเนิดที่ทวีปอเมริกา กวางวาปิติกินหญ้าค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับกวางแดงชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่ทุงหญ้าเปิด บริเวณคอจะมีขนาดใหญ่เท่า ๆ กัน มีลักษณะสีเทา - เหลืองอ่อน โดยบริเวณมีสีน้ำตาลเข้มในเพศผู้จะมีสีจางกว่าเพศเมีย เขากวางวาปิติจะมีกิ่งแตกออกถึง 6 กิ่งเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากตัวมีขนาดใหญ่มากจึงทำให้มีเขาใหญ่ และมีน้ำหนักมากกว่ากวางแดง กล่าวคือ ถ้าเป็นเขาแข็งเต็มที่อาจมี่น้ำหนักมากถึง 14 กิโลกรัม จะมีพฤติกรรมเหมือน ๆ กับกวางแดง

4. กวางเรนเดียร์ กวางเรนเดียร์ (Rangifer tarandas) มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางยุโรปแถบเหนือคือจากบริเวณรับเซียตอนเหนือไปจนถึงมองโกเลียตอนใต้ ซึ่งเป็นบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือ เป็นกวางชนิดเดียวที่คนทั่วไปรู้จัก เพราะเกี่ยวข้องกับเทศกาลคริสมาส สีขนมีลักษณะน้ำตาลเทาไปจนถึงขาวทั้งตัวโดยใต้ท้งองมีสีขาวและสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสีได้ตามฤดูกาล อุปนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ชอบเล็มกินไลเคนหรือเห็ดราที่ขึ้นตามดคนต้นหรือลำต้นไม้ หรือแม้แต่ไข่นกก็ยังกินได้ ส่วนในฤดูร้อนกวางเรนเดียร์ขอบที่จะอยู่ที่ราบเชิงเขา ส่วนในฤดูหนาวชอบอยู่ในป่า

5. กวางมูส กวางมูส (Moschus moschiferus) มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียกลางและเอเชียตะวันอออกเฉียงเหนือสำหรับกวางชนิดนี้ที่มีอยู่ในธรรมชาตินั้นกำลังจะสูญพันธุ์ เพราะมีการล่าเพื่อเอาน้ำมันมันที่มีกลิ่นฉุนจากบริเวณต่อมี่ส่วนช่องท้องของตัวผู้ไปใช้เป็นสวนผสมของหัวน้ำหอม ลักษณะทั่วไปของกวางมูส มีขนตามตัวยาวและแข็งสีจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ตั้งแต่น้ำตาลถึงดำ อุปนิสัยชอบสันโดษ หรืออยู่รวมฝูงไม่เกิน 2 - 3 ตัว มีความปราดเปรียวมาก ขี้ขลาด และระแวงภัยอยู่ตลอดเวลา ชอบออกหากินในช่วงเช้าและเย็น สามารถกินพืชไม้มากกว่า 90 ชนิดเป็นอาหาร ชอบอาศัยอยู่ในป่าทึบ

 

                 กวางเมืองร้อน

1.  กวางม้า กวางม้าหรือกวางป่า (Cervus unicolor) มีถิ่นกำเนิดที่ทวีปเอเชีย คือ อินเดีย มาเลเซีย สุมาตรา จัน ไต้หวัน ไทย ลาว เขมร และพม่า ลักษณะทั่วไปมีสันำตาลเข้ม ขนสั้นและหยาบ ขนส่วนล่างของหางมักจะมีสีขาว หางยาวประมาณ 25 เซนติเมตร จะมีเขาเฉพาะในเพศผู้ อุปนิสัยชอบกินหญ้าและลูกไม้ต่างเป็นอาหาร หรืออาจกินใบไม้บ้าง ชอบออกหากินในเวลากลางคืน และชอบอยู่กันเป็นคู่หรือเป็นฝูงเล็ก ๆ 5 - 6 ตัว มักออกหากินดินโป่งเป็นอาหารเสริม ลักษณะรูปร่างมีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึ่งน่าจะให้ผลผลิตที่มากและยังเป็นกวางที่เหมาะสมที่จะนำมาเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ และเหมาะสมกับสภาพอากาศในเมือง

2. เนื้อทราย เนื้อทราย (Cervus porcinus) เป็นสัตว์ป่าขนาดกลาง เป็นกวางที่มีเขาเฉพาะในเพศผู้ และผลัดเปลี่ยนเขาทุกปี เขาของเนื้อทรายจะมีลักษณะคล้ายกับเขากวางม้า แต่สามารถที่จะจำแนกความแตกต่างได้จากขนาดของกะโหลกและเขา หรือสังเกตจากกิ่งของเขาเนื้อทราบซึ่งจะทำมุมเป็นแหลมกับลำเขา ในขณะที่เขากวางม้าจะมนกว่าและเป็นรูปตัวยู ลักษณะสีขนมีสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลแกมแดงและในบางตัวมีจุดสีขาวจาง ๆ ที่ลำตัวด้วย ขนาดเขาจะเล็กกว่ากวางม้าประมาณ 1 เท่า อุปนิสัยชอบอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้าและป่าโป่ง ไม่ชอบอยู่ตามป่าเขาสูง มักกัมหัวต่ำเวลาวิ่งมุดไปในพงหญ้า ไม่ชอบกระโจนหรือกระโดด หากินตามลำพัง ในปัจจุบันหาพบได้ยากมากในป่าธรรมชาติ แต่มีการเพาะเลี้ยงตามสวนสัตว์ของรัฐบาลและเอกชนหลายแห่ง

3. ละมั่ง ละมั่ง (Cervus eldi) มีลักษณะเป็นกวางที่มีรูปร่างสูงเพรียวลม และมีขนาดเล็กกว่ากวางม้าเล็กน้อย ในตัวผู้จะมีการผลัดเขาได้และเปลี่ยนเขาทุกปี เขาละมั่งจะไม่เหมือนกวางชนิดอื่น โดยละเขาหลักจะทำมุมฉากกับส่วนฐานเขาที่ตั้งตรงขึ้นมาจากกะโหลกศีรษะ และมีกิ่งต่อเนื่องตรงมาข้างหน้าโดยทำมุมแหลมกับใบหน้าเรียกว่ากิ่ง สำหรับลำเขาหลักนั้นก็จะเหยียดตรงไปด้านหลังก่อนที่จะโค้งงอขึ้น โดยส่วนปลายแยกออกคล้ายนิ้วมือที่กางออกเต็มที่ ลักษณะสีขนมีสีน้ำตาบคล้ายกวางม้าแต่สีอ่อนกว่า จนบางครั้งมองดูคล้ายน้ำตาลแดง มีลักษณะอุปนิสัยชอบอยู่ตามป่าโป่งทั่วไป ยกเว้นภาคใต้ของประเทศไทย ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ขนาด 6 -10 ตัว ปกติตัวผู้จะแยกตัวไปหากินตามลำพัง และจะเข้ารวมฝูงในช่วงการผสมพันธุ์ ละมั่งพบได้ในประเทศไตหวัน กัมพูชา ลาว เวียดนาม พม่า และไทย แต่ในป่าธรรมชาติในประเทศไทยพบได้ยากมากแต่จะพบตามสวนสัตว์ที่มีอยู่หลายแห่งในประเทศ

4. เก้งธรรมดา เก้งธรรมดา (Muntiacus muntiacus feael) เป็นสัตว์ป่าขนาดเล็ก มีเขายาวจากหัวถึงลำตัวประมาณ 90 -105 เซนติเมตร หางยาว 17 -19 เซนติเมตร ความสูงถึงไหล่ประมาณ 50 -65 เซนติเมตร น้ำหนัก 20 -24 กิโลกรัม เป็นกวางที่มีเขาในเฉพาะเพศผู้ เป็นเขาที่มีการผลัดเปลี่ยนในทุกปี เขามีขนาดเล็กและสั้น แต่ละข้างแตกเป็นกิ่ง 2 กิ่ง โดยแตกไปข้างหน้า 1 กิ่ง ส่วนลำเขาไม่มีการแตกกิ่งก้าน เวลาดูคล้ายลำเขายาวและมีหนังหุ้มตรงฐานเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกะโหลกศีรษะตัวโตเต็มที่มีเขี้ยวโค้งยื่นยาวออกมานอกริมผีปากลำตัวมีขนสั้น ด้านบนเป็นสีน้ำตาลแกมแดง ด้านท้องมีสีจากกว่า ขนด้านล่างของหางมีสีขาว

                        อุปนิสัย ส่วนใหญ่หากินในเวลากลางวันตั้นแต่เช้าถึงเย็น บางพื้นที่หากินและพักผ่อนสลับกันทั้งวันชอบกินใบไม้และลูกไม้เป็นอาหาร โดยเฉพาะลูกมะขามป้อม มะกอกป่า สมอ กระบก และส่าน กินดินโป่งด้วย ขอบอาศัยอยู่ตามลำพัง หรือเป็นคู่ในช่วงผสมพันธุ์ ช่วงฤดูผสมพันธุ์ คือต้นฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม บางพื้นที่ผสมพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี ตั้งท้องนาน 6 เดือน ตกลูกครั้งละ 1 ตัว อายุยืนประมาณ 10 ปี หรือมากกว่า

                        การกระจายพันธุ์ พบอยู่แถบทวีปเอเซีย คือ ประเทศศรีลังกา อินเดีย เนปาล จีน ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า มาเลเซีย สุมาตรา บอร์เนียว ชวา และไทย พบทั่วไปโดย เฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ภูกระดึง ฯลฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ห้วยขาแข้ง ภูเขียวเป็นต้น

5. เก้งหม้อ เก้งหม้อ (Muotiacus feael) เป็นสัตวที่มีขนาดเล็ก ความยาวจากหัวถึงลำตัวประมาณ 88 เซนติเมตร หางยาว 10.3 เซนติเมตร หูยาว 7.6 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 122 กิโลกรัม เป็นฯกวางที่มีเขาเฉพาะเพศผู้ และผลัดเปลี่ยนเขาทุกปี สีขนด้านบนลำตัวเป็นสีน้ำตาลดำ ด้านท้องมีขนสีน้ำตาลปนขาว บริเวณใบหน้ามีขนสีน้ำตาลดำมองดูคล้ายมงกุฏ หางด้านบนมีขนสีน้ำตาลดำ ด้านล่างมีขนสีขาวมองสะดุดตา

                  อุปนิสัย เก้งหม้อ อาศัยอยู่ตามป่าดงดิบเขาสูงชอบอาศัยอยู่ตามลำพัง ยกเว้น ช่วงฤดูผสมพันธุ์ จึงจะอยู่เป็นคู่ ตามปกติมักจำกัดถิ่นที่อาศัยและหากินเฉพาะในป่าดงดิบ บางครั้งก็ลงมาหากินในป่าลุ่มต่ำชอบกินยอกไม้ ใบไม้ ลูกไม้ เครือเถา ช่วงฤดูผสมพันธุ์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กันยายน ตั้งท้องนาน 6 เดือน ตกลูกปกติครั้งละ 1 ตัว ปัจจุบันเก้งหม้อหายากมากในป่าธรรมชาติ จึงจัดเป็นสัตว์สงวนชนิดหนึ่ง

6. สมัน สมัน (Cervus schomburlki) เป็นสัตว์ป่าประเภทกวางที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และไม่มีรายละเอียดมากนัก เพราะได้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยและโลกแล้ว เป็นสัตว์ที่พบในประเทศไทยแห่งเดียวชอบอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า ทุ่งโล่งซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม โดยเฉพาะที่ราบลุ่มภาคกลางแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ชอบรวมกันเป็นฝูงเล็ก ช่วงฤดูน้ำหลากชอบหลบไปอยู่ตามที่ดอน จึงถูกมนุษย์ล่าไป จนสูญพันธุ์

7. กวางดาว กวางดาว (Axis axis) กำเนิดในประเทศอินเดียและศรีลังกา นำเข้ามาเลี้ยงตามสวนสัตว์ในประเทศไทยตั้งแต่ครั้งสมัยรัชกาลที่ 5 ตัวผู้มีความสูงวัดที่ไหล่ 84 - 86 เซนติเมตร น้ำหนักเต็มที่ 80 - 100 กิโลกรัม ตัวเมียสูง 75 เซนติเมตร น้ำหนัก 50 -60 เซนติเมตร หากมองดูที่รูปร่างจะคล้ายกับเนื้อทราบมากเพราะเตี้ยและน้ำหนักไม่มาก สีของกวางดาวเป็นพื้นสีน้ำตาล ตลอดลำตัวถึงกลางหลังมีจุดขาวอยู่ทั่วไปจึงมองดูสวยงามมาก ที่บริเวณลำคอสีน้ำตาลอ่อนและส่วนขาหลังก็เช่นกัน เขากวางดาวเพศผู้จะคล้ายกับกวางม้าแต่มีขนาดเล็กกว่า กวางดาวชอบอยู่เป็นฝูง ขนาดประมาณ 20 ตัวขึ้นไปช่วงฤดูฝนผสมพันธุ์เพศผู้จะดุร้ายมาก ชอบต่อสู้กันจนกว่าจะสามารถครองฝูงตัวเมียได้ บางครั้งสู้กันถึงตายก็เคยปรากฏ ระยะอุ้มท้อง 234 วัน ตกลูกครั้งละ 1 ตัว

 

ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/deer





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]