วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2549

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผู้ไร้แผ่นดินพำนักแห่งปี 2006...และต่ออีกหลายปี


วัน จันทร์ ที่ 25 ธันวาคม

              คอลัมนิสต์เรื่องเงินๆ ทองๆ ชื่อ วิลเลียม เพสเซ็ก ของบลูมเบิร์กในหนังสือพิมพ์ International Herald Tribune ล้อเลียนด้วยอารมณ์ขันของผู้ติดตามข่าวเหตุการณ์บ้านเมืองในเอเชียมาตลอดปีนี้ว่าทักษิณ ชินวัตร ควรจะได้รางวัล "Happy in Exile" ประจำปี 2006 ในฐานะ "ผู้ลี้ภัยที่มีความสุขแห่งปี"
             เขาเขียนว่าทักษิณวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เมืองไทยเช่น ไปปักกิ่ง ฮ่องกง และบาหลี ซึ่งในความเห็นของเขา "อาจจะเป็นวิธียั่วยุนายพลทั้งหลายที่กำลังหาทางทำความเข้าใจกับเศรษฐกิจไทยอยู่...หรืออาจจะเป็นสัญญาณว่าสำหรับผู้แกร่งกล้านั้น พอเจอเรื่องร้ายๆ เข้า ก็อาจจะต้องตระเวนชอปปิงไปเรื่อยๆ..."
              เขาเขียนให้ฟังดูเท่ว่าเป็นการ "ลี้ภัยอย่างมีความสุข" แต่ความจริงมันคือความทุกข์มหันต์ของ "คนไร้แผ่นดินที่จะพำนัก"
            ความจริงนักวิเคราะห์การเมืองและเศรษฐกิจไทย อาจจะไม่รู้ว่าในใจทักษิณร้อนรน และกระวนกระวายเพียงใดกับเรื่องครอบครัวและทรัพย์สินของตัวเอง จึงแสดงออกมาเหมือนตอนที่ใกล้จะประสบกับอวสานทางการเมืองก่อนเหตุการณ์ 19 กันยายน...นั่นคือ "ปากกล้า แต่ขาสั่น" เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วก็คือการปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองก่อนเป็นเรื่องแรก
             หากเป็นคนยืนอยู่บนหลักการจริง ก็ควรจะมีคำตอบโต้ต่อข้อหาร้ายแรง 4 ประการที่พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน อ้างในการก่อรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน และตอกย้ำอีกครั้งในคำปราศรัยเปิดใจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
             ไม่ว่าจะเป็นประเด็นคอร์รัปชัน การสร้างความแตกแยกในสังคม การจาบจ้วงสถาบันและการทำลายล้างจริยธรรมแห่งสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
             เป็นเรื่องร้อนๆ ที่คนไทยจำนวนไม่น้อยถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงที่ทำให้ไม่สามารถจะอดทนยอมรับสภาพเช่นนั้นได้อีกต่อไป
               แน่นอนว่าคนไทยก็จะต้องตรวจสอบการทำงานของคณะปฏิรูปในทุกๆ ด้าน และจะไม่ยอมให้มีการสืบทอดอำนาจการปฏิวัติให้อยู่ในมือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างแน่นอน
              แต่การที่ทักษิณให้ทนายส่วนตัวมาต่อล้อต่อเถียงในเรื่องไร้สาระเช่นการทวงบุญคุณ ว่าเป็นคนเสนอชื่อแต่งตั้งพลเอกสนธิ เป็นผู้บัญชาการทหารบกเอง และการที่พลเอกสนธิตอบโต้ว่าไม่ลืมบุญคุณแต่ประเทศชาติต้องมาก่อนนั้น เป็นเรื่อง "ต่อปากต่อคำ" ที่ไม่เกิดประโยชน์กับใคร
              กลายเป็นตลกร้ายที่เสียเวลาและเสียความรู้สึกของคนไทยที่ต้องการเห็นรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ทำหน้าที่ของตนเองตามที่ได้รับปากรับคำไว้กับประชาชนว่าจะชำระล้างความสกปรกโสมมที่รัฐบาลชุดก่อนทำเอาไว้อย่างเอาจริงเอาจัง
               อย่าได้มาถกเถียงกันด้วยวาทะกวนประสาทแบบเด็กๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาสาระแห่งการแก้ปัญหาบ้านเมืองเลย
           ทั้งรัฐบาล และ คมช. ไม่จำเป็นต้องสนใจว่าทักษิณจะพูดจาก่อกวน และยั่วยุแต่อย่างไรเลย เร่งชำระสะสางคดีโกงกินทั้งหลายทั้งปวง เร่งเก็บภาษีของคนในตระกูลให้ครบถ้วน สอบสวนให้ได้หลักฐานชัดเจนว่าได้กระทำการที่ผิดกฎหมายเพื่อตักตวงผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองและครอบครัวอย่างไร ยกเลิกสิทธิทางการทูตของทักษิณ ในการเดินทางอยู่ต่างประเทศอย่างเป็นทางการได้แล้ว เพราะข้อหาต่างๆ ที่ คมช.ตั้งกับทักษิณ นั้นมีความรุนแรงเพียงพอที่จะทำให้ต่างประเทศต้องรับรู้ว่ารัฐบาลนี้ของประเทศไทย ต้องการจะปราบปรามคอร์รัปชันทั้งในอดีตและปัจจุบันอย่างจริงจัง
            นักการทูตบอกว่า ถ้าหากรัฐบาลไทยจะให้รัฐบาลจีนตักเตือนไม่ให้ทักษิณใช้ปักกิ่ง หรือฮ่องกง เป็นฐานก่อกวนการเมืองในประเทศ รัฐบาลไทยเองก็จะต้องริเริ่มแจ้งให้รัฐบาลต่างๆ ได้รับรู้ถึงข้อกล่าวหาที่คณะกรรมการชุดต่างๆ สอบสวนอยู่โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับทักษิณ หรือคนรอบข้างทั้งหลาย
            ให้สังคมไทยและสังคมโลกได้รับรู้ว่าคนไทยจะไม่มีวันยอมให้ใครใช้เงินและอำนาจมาครอบงำ ควบคุม และทวงบุญคุณอย่างที่เห็นกัน ไม่ว่าจะมาจากพ่อค้าวิ่งเต้นสัมปทานผูกขาด หรือนักการเมืองใช้เงินและอิทธิพลเพื่อซื้อเสียงเข้ามาในสภา หรือทหารที่มีแผนสืบทอดอำนาจก็ตาม

โดย กาแฟดำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net