วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ป้อมมหากาฬ..มหากาพย์การไล่รื้อชุมชน..บทสรุปที่ยังไม่จบ(ภาพนาทีรื้อบ้านชุมชน)


ลาน ที่จะปรับเป็นสวนสาธารณะ เดิมเป็นที่โล่ง ถูกปรับ ไปกับบริเวณนี้ ในโปรเจ็ค มหากาฬโมเดล

ภาพแสดง การปรับภูมิทัศน์ จากมหากาฬโมเดล

นาทีรื้อชุมชน “ป้อมมหากาฬ” ชานกำแพงพระนคร วันที่ 3 ก.ย.2559

 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 3ก.ย. 2559

เวลา ประมาณ9.00 น. พล.ต.อ อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการ กทม. จัดกำลังในการไล่รื้อเป็นชุดแต่ละชุดประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพระนคร ตำรวจ และสำนักการโยธาฯ กทม. โดยเริ่มไล่รื้อตั้งแต่หัวป้อมฯ แต่ไม่สามารถเข้าได้ ทำได้เพียงรื้อแนวรั้วที่ทางกทม. สร้างไว้เนื่องจากชาวชุมชนและผู้ร่วมให้กำลังใจนั่งกันอยู่อย่างหนาแน่น

จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำรถแทรกเตอร์เพื่อเตรียมพร้อมจะรื้อขุมชน หลังจากที่มีความพยายามจะเข้าพื้นที่ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ทางคุณอัศวิน ขวัญเมือง จึงได้ทำการเจรจากับประธานชุมชนและชาวชุมชนป้อมมหากาฬ เพื่อหาข้อสรุปในวันนี้

โดยได้ข้อสรุปว่า ทางกทม.จะทำการรื้อบ้านทั้ง 12 หลังที่เจ้าของบ้านยินยอมให้รื้อ 

จะมีการรื้อบ้านเพียง 12 หลัง ที่ผู้อยู่อาศัยให้การยินยอมและยอมรับการเยียวยาแล้วเท่านั้น แต่ต้องมีการดำเนินการการรื้อถอนที่ชัดเจน โดยชุมชนต้องมีส่วนร่วมด้วย

ส่วนเรือนไทยโบราณหลังที่ 13 อายุกว่า 130 ปี ที่ชุมชนได้ขอไว้เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะในการจัดทำพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ซึ่งชุมชนจะเป็นผู้ดูแลเอง และจะไม่มีผู้อยู่อาศัยตามที่กทม.ต้องการ

จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมพหุพาคี เพื่อแก้ไขปัญหาและหาทางออกร่วมกันตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน

ซึ่งในระหว่างการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมฯนั้น จะไม่มีการไล่รื้อชุมชนอีกต่อไป หากไม่ได้รับการยินยอมจากผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่จากเจ้าของที่ โดยภาคประชาชนจะเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะกรรมการร่วมฯคณะนี้

ข้อมูล : มีบ้านที่รับเงินค่าชดเชยครบ 100% แล้วจำนวน 12 หลัง และอีก 13 หลังยังไม่ได้รับเงินที่เหลืออีก 25% ทั้งนี้ 12 หลัง ที่ยินยอมให้รื้อ ได้รับเงินค่าขนย้ายจำนวนเงิน 50,000 บาท โดยใช้เวลา 2 วันในการรื้อ คือวันที่ 3-4 กันยายน หลังจากนั้นทางกทม. จะยุติการรื้อแล้วเข้าสู่การเจรจาหาทางออกต่อไป

เครดิตภาพข่าวจากfb Chatchai Termtirapoj

คลิป บางช่วงบางตอนของการรื้อบ้านชุมชนป้อมมหากาฬ  
เครดิต footage จาก fb เสาวรส วรมหาคุณ 

ทางออกของชาวชุมชน สวนทางกับภาครัฐ

ตามแผนพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่ปี 2502 ทำให้ชุมชนต่างๆในพื้นที่ เริ่มหายไปเรื่อยๆ ในเกาะรัตนโกสินทร์  ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หากไม่ได้เข้ามามองว่่า การไล่รื้อเพื่อสร้างสวนสาธารณะใหม่นั้น ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมทั้งหลักฐานการตั้งถิ่นฐาน ของชุมชนฃานพระนคร

ผู้สื่อข่าวจากโซเชียลมีเดีย รายงานว่า หากกรุงเทพฯ ไล่ชุมชนป้อมมหากาฬออกไปได้ มันย่อมส่งผลกระทบกับ ชุมชนอีกราว 5,500ชุมขน รวมประชากรโดยประมาณ 1,870,000 ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ตามคูคลองและรอบ ๆ เมืองกรุงเทพฯ เท่ากับ 37% เมื่อเทียบกับประชากรเมืองทั้งหมด (อ้างอิงจากรายงานของสถาบันองค์ชุมชนพัฒนาชุมชนเมื่อปี 2550)

ชุมชน เขามีกรอบความต้องการ เพียงว่า ไม่ต้องการย้ายออกไป ยอมที่จะอยู่และปฎิบัติร่วมกับภาครัฐ และกทม. ในการช่วยดูแลอนุรักษ์ ป้อมมหากาฬ ร่วมก้บการอยู่ของขุมชนเพื่อให้เป็นพื้นที่ที่เรียกว่าพิพิธภัณฑ์มีชีวิต

ประตูช่องกุด อีกสักกี่ปี ถึงจะทำสถาปัตยกรรม ให้เป็นแบบนี้ได้ สวนสาธารณะสมัยใหม่จะดี อย่างไร ก็คงให้บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเปิดเผยหนังสือ “ด่วนที่สุด” เรื่องมรดกอาคารไม้พื้นถิ่นของชุมชนป้อมมหากาฬ ลงชื่อนายอัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 2 ฉบับ ฉบับหนึ่งยื่นต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้ชะลอการรื้อถอนกลุ่มอาคารที่พักอาศัยในพื้นที่ป้อมมหากาฬออกไปก่อน เพื่อทำการสำรวจอาคารโบราณและขึ้นทะเบียนโบราณสถาน อีกหนึ่งฉบับส่งถึงอธิบดีกรมศิลปากร โดยขอให้ทำหนังสือถึงกรุงเทพมหานครให้ชลอการรื้อถอนในฐานที่เป็นหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ดูแลโบราณสถาน หนังสือทั้ง 2 ฉบับระบุตอนท้ายตรงกันว่า สมาคมสถาปนิกสยามยินดีเป็นสื่อกลางจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในประเด็นการอนุรักษ์ที่สามารถอยู่ร่วมกับการพัฒนาได้ อันจะเป็นประโยชน์แก่สังคมโดยรวมต่อไป 

เนื้อหา ดังนี้

บ้านหลอมทอง

 

ชวนชมพิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งนี้กัน กับสถาปัตยกรรโครงสร้างเรือนไม้ ที่บ่งบองไปถึงหลัฐานการตั้งถิ่นฐานที่ตรงนี้ อันเป็นที่ชานพระนคร 

 

 

 

บ้านตำรวจวังแห่งนี้ นอกจากจะมีพื้นไม้แผ่นกว้างเเฉียดฟุต ภายในบ้าน ยังมีบานกั้นห้องเป็นบานเฟี้ยมทั้งหมด

ใครๆ ก็เข้ามาศึกษา การสร้างเรือนไม้แบบโบราณได้

 

รายงานจาก ป้อมมหากาฬ พร้อมกับมัคุเทศก์น้อย เจ้าถิ่น

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net