วันที่ พุธ กันยายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พงศกร แปยอ ..ฝันที่เดินตามรอยไอดอล


     

          การแข่งขันพาราลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง "กร" พงศกร แปยอ ยังไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
          เด็กชายชาวขอนแก่น ที่เป็นโปลิโอขาทั้งสองข้างตั้งแต่กำเนิดและนั่งรถวีลแชร์ตั้งแต่ที่จำความได้ เขาไม่รู้จัก"วีลแชร์ เรซซิ่ง" แต่พาราลิมปิกครั้งนั้น เปลี่ยนชีวิตเขาโดยปริยาย เมื่อเห็น"ประวัติ วะโฮรัมย์" คว้าเหรียญทองวีลแชร์เรซซิ่ง 5,000 เมตร ซึ่งเป็นเหรียญทองพาราลิมปิกสมัยที่ 3 ของประวัติ
          "ประวัติ วะโฮรัมย์"คือเจ้าของเหรียญทองพาราลิมปิก 3 สมัยในปี 2000 2004 และ 2008 คือผู้ชวนเขามาฝึกซ้อมเพื่อเล่นทีมชาติในวัยเพียง 13
          เพียง 1 ปี พงศกรอาศัยพรสวรค์และการฝึกสอนแนะนำโดยรุ่นพี่ จึงตัดสินใจเข้าแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาพิการแห่งประเทศไทย ที่จังหวัดสุโขทัย ตามคำชักชวนของคุณครูและคว้าเหรียญครองคอได้สำเร็จ


          ปี 2016 ในวัย 20 พงศกรพร้อมแล้ว
          เขาถูกเลือกเป็นหนึ่งในนักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติไทยในการแข่งขันที่ริโอ เด จาเนโร ซึ่งมีกองทัพนักกีฬาผู้พิการจาก 159 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน
          และพงศกร ก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง เมื่อคว้าเหรียญแรกให้ทีมชาติไทย โดยหนุ่มน้อยจากขอนแก่น ควบวีลแชร์คู่ใจเข้ามาเป็นอันดับ 2 ในรายการวีลแชร์ เรซซิ่ง 100 เมตร คลาส T53 โดยใช้เวลา 14.80 วินาที พร้อมคว้าเหรียญเงินมาครองได้สำเร็จ โดยมี เบรนท์ ลากาตอส นักกีฬาวีลแชร์ เรซซิ่ง จากแคนาดา คว้าเหรียญทอง ด้วยเวลา 14.47 วินาที หรือห่างกันแค่ 0.33 วินาทีเท่านั้น
          ถือเป็นเรื่องน่าทึ่ง เพราะนี่คือพาราลิมปิกเกมส์ครั้งแรกในชีวิตของเขา
          "ดีใจมากที่สามารถคว้าเหรียญเงิน มันเป็นสิ่งสุดพิเศษมากๆ เพราะผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันรายการที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าร่วมการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ ส่วนความสำเร็จในครั้งนี้ขอมอบให้พี่ๆในทีมวีลแชร์ทีมชาติไทยทุกคน โดยเฉพาะ พี่ประวัติ วะโฮรัมย์ และพี่เบิ้ม-เรวัตร์ ที่ให้โอกาสผมได้มาเล่นวีลแชร์ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน และช่วยผลักดันผมมาตลอดจนผมมีวันนี้ได้"


          คนที่"กร" พงศกร แปยอ ยกย่องและยกให้เป็นไอดอลมาตลอดก็คือ "ประวัติ วะโฮรัมย์"
          "ประวัติ"เห็นความตั้งใจมุ่งมั่นของพงศกร ทำให้ ประวัติ และ เรวัฒน์ ต๋านะ สองนักวีลแชร์ดีกรีทีมชาติไทยเจ้าของเหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์หลายสมัย ได้เดินทางไปพบพ่อแม่ของพงศกร เพื่อขอตัวเจ้าหนูมาดูแลและสนับสนุนทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเล่นกีฬา โดยประวัติและเรวัฒน์ได้มอบรถวีลแชร์ที่เคยใช้และสภาพยังดีอยู่ให้พงศกรใช้ เพื่อเข้าแข่งขันรายการต่างๆ
          "วีลแชร์"ของพี่ทีมชาติ ทำให้เด็กที่เกิดมาแล้วแค่จะเดินด้วยขาของตัวเองไม่ได้ ชีวิตก็กลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะเจ้ากรมุ่งมั่นและฝึกซ้อมอย่างจริงจังจากวันนั้น จนวันนี้ที่กลายเป็นดาวรุ่งทีมชาติไทย
          และจากเหรียญเงินในัวนแรก วันต่อมา พงศกร ก็ตามรอยแชมป์โลกวีลแชร์เรซซิ่งที่เป็นไอดอลของเขา ด้วยการคว้าเหรียญทอง ในการแข่งขันวีลแชร์เรซซิ่ง 400 เมตร ชาย T53 มาครองสำเร็จ
          เป็นความสำเร็จตามรอย"ไอดอล"ของเขา ผู้คว้าเหรียญทองพาราลิมปิกสมัยที่ 4 ในเวทีแข่งขันเดียวกัน


          สำหรับนักกีฬาวีลแชร์ของไทย นี่คือความสำเร็จ
          การได้ 3 เหรียญทองจาก วีลแชร์ เรซซิ่ง 5,000 เมตร T54 ของ"ประวัติ วะโฮรัมย์" ,วีลแชร์ เรซซิ่ง 400 เมตร T 53 จาก"พงศกร แปยอ" และวีลแชร์ เรซซิ่ง 1,500 เมตร T54 จาก"ประวัติ วะโฮรัมย์" คือคำตอบนั้น
          คำตอบที่ว่า แม้พวกเขาไม่ได้เดินด้วยขาตัวเอง แต่พวกเขาก็มี"เพื่อนร่วมทาง"ที่พร้อมจะเดินไปด้วยกันในทุกการแข่งขัน
          และสำหรับ"พงศกร แปยอ" ที่คว้า 1 เหรียญทองและ 1 เหรียญเงิน สิ่งที่เขาได้รับ มีความหมายมากกว่ารางวัล นั่นคือการได้ยืนเคียงข้าง"ประวัติ วะโฮรัมย์" พี่ที่เป็นเพื่อนและเป็นผู้มอบ"วีลแชร์" ที่เป็นเสมือน"ขา"สำหรับแข่งขันให้เขาจนมาไกลถึงวันนี้
          ปฏิเสธไม่ได้ว่า"พาราลิมปิก" เป็นการแข่งขันที่เงียบเหงา สื่อก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก จนกระทั่งนักกีฬาเหล่านี้คว้าเหรียญรางวัลขึ้นมา จึงจะมี"ข่าว"แบบปากต่อปาก ขณะที่ผู้สนับสนุนก็มีไม่มากนักเมื่อเทียบกับการแข่งขันกีฬาอื่นๆ โดยที่เห็นชัดเจนก็น่าจะมีเพียง"สิงห์" ที่เป็นผู้สนับสนุนนักกีฬาคนพิการของไทยไปร่วมแข่งขันครั้งนี้ เพราะ"สิงห์"เชื่อว่าการไปร่วมแข่งขันไม่ได้ไปเพื่อชัยชนะ หากแต่การเข้าร่วมเพื่อแสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่ได้เป็นภาวะของคนอื่น พวกเขาพร้อมที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่ไม่สมบูรณ์สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้
          จึงต้องขอบคุณ"สิงห์"ที่เห็นคุณค่านักกีฬาเหล่านี้
          เพราะเป็นอย่างที่"สันติ ภิรมย์ภักดี" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวไว้เมื่อคราวจัดงาน “วันนักกีฬาสิงห์” เพื่อมอบรางวัลนักกีฬาหัวใจสิงห์ให้แก่นักกีฬาแต่ละสมาคมฯ ที่ทำผลงานโดดเด่นสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ว่ามอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ รวมทั้งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นต่อไปในการพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จเหมือนเช่นรุ่นพี่ๆอีกด้วยนั้น
          สำหรับ "พงศกร แปยอ" มาถึงจุดนี้และเป็นคนนำเหรียญแรกให้กองทัพนักกีฬาคนพิการไทยในพาราลิมปิกครั้งนี้ ก็เพราะเขาได้แรงบันดาลใจมากจาก "ประวัติ วะโฮรัมย์" ไอดอลของเขา
          นักกีฬารุ่นที่ที่สอนให้เขารู้ว่า ทุกคนไม่ได้เดินเดียวดาย !!!

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net