วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ในโรงละครวิกลจริต: 2


ฉันเองก็เคยสูบกัญชา ฉันเคยทำงานเล่นดนตรีอยู่ในบาร์แถวสะพานหัวช้างอยู่พักใหญ่ๆ ช่วงนั้นของชีวิตช่างเป็นช่วงเวลาที่สับสน ทั้งหอมหวานและขมปร่า ทั้งพร่าเลือนและแจ่มชัดอยู่ในสำนึกของสัตว์สองเท้าที่รู้จักสำนึก ในชั่วชีวิตหนึ่งของคนเราจะต้องมีความผิดพลาดสักกี่ครั้งกี่หน? แต่บางครั้งความผิดพลาดเหล่านั้นมันก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความผิดพลาดหรอก มันทำให้เราเติบโต แม้การเติบโตนั้นจะเจ็บปวดเพียงไรก็ตาม ฉันยังจำเสียงดังอึกทึกในราตรีเหล่านั้นได้ดี ฉัน ซึ่งเป็นเสมือนคนแปลกถิ่น ซึ่งเป็นเสมือนความหยำเปอ่อนหัด ซึ่งเป็นเสมือนควันบุหรี่ที่สูบเข้าปอดไม่เป็นและวนเวียนอยู่ในปากอย่างเหม็นๆ ฉันนั่งอยู่ที่หน้าบาร์กับเพื่อนๆ ตรงหน้ามีขวดเบียร์ แก้วเบียร์ บางทีก็ขวดเหล้า แก้วเหล้าวางระเกะระกะ เสียงอึกทึกจากในบาร์ส่งผ่านกระจกออกมาด้านนอก ตรงที่ฉันนั่งมองเห็นกลองชุดจากด้านหลัง มีศาลพระภูมิเล็กๆ ตั้งอยู่หน้าบาร์ ฉันเคยขว้างขวดเบียร์แก้วเบียร์แตกกระจัดกระจายที่แถวๆ หน้าศาลนั้นสองสามครั้ง ซึ่งอีกหลายปีต่อมา ในบางเวลาฉันจะย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องโง่ๆ เหล่านั้นด้วยความฉงนใจ มีหลายเรื่องเหลือเกินที่เราฉงนใจกับสิ่งที่เราทำลงไป มีหลายครั้งเหลือเกินที่เราไม่เข้าใจในสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป

นักร้องวงฉันพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ร้องเพลงฝรั่ง เขาเป็นตัวแทนของการเข้าใจวัฒนธรรมต่างชาติแบบไทยๆ เป็นความหมายของการรับมาทื่อๆ รับมาครึ่งๆ กลางๆ เป็นความหมายของการรับมาที่ริมฝีปากไม่ใช่ที่หัวคิด ไม่ใช่ความหมายของการสื่อสารสัมพันธ์กัน เขามาจากครอบครัวที่ไม่มีอะไร แต่ได้ภรรยาเป็นเจ้าของธุรกิจกลางคืน เขาเป็นคนที่จัดว่าหน้าตาดีมาก คิ้วเข้ม นัยน์ตาคมวาว หล่อเหลาทีเดียว ผมยาวหยักศกแบบดาราเพลงร็อค แต่เธออ้วนฉุ และย่อมไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคนสวยสะอะไร แต่ฉันก็เชื่อว่าเขารักเธอจริงๆ แม้กระทั่งในตอนนี้ ที่เธออยู่ในสภาวะที่อาจจะเรียกได้ว่าพิการไปครึ่งตัว อนิจจา ความรุ่งเรืองและความร่วงโรย ช่วงหลังๆ นานๆ ทีเขาชอบโทรศัพท์มาหาฉันช่วงตีสองตีสาม ซึ่งทำให้ฉันไม่ได้พูดคุยกับเขาอย่างจริงๆ จังๆ เลยสักครั้งเดียว สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว สิ่งต่างๆ ทรุดโทรมลงมากแล้ว โลกนี้ไม่ได้มีสีส้มเจิดจ้าอยู่ท่ามกลางคืนฝันที่โลดโผน ไม่ได้มีแสงจากไฟหน้าเวทีอีกต่อไป มีแต่ความมืดมนที่ไร้ขอบเขต มีแต่เงามืดทึบสีเทาที่ทอดยาวสุดขอบถนน บางเวลาที่นึกถึงเขา นึกถึงเรื่องเก่าๆ สมัยนั้น ฉันรู้สึกถึงความมืดมิด รู้สึกอับจนหนทาง ฉันมองไปที่แสงไฟนีออนสีขาวนวลทว่าจัดจ้าบนเพดานห้อง จงใจเพ่งมองไปที่มันเป็นเวลานาน เพ่งมองไปที่มันนานมาก มองนานจนรู้สึกหน้ามืด เห็นวงนีออนสีดำติดตา สับสนเสมือนบอดบ้าและโหยไห้ และด้วยนัยน์ตาที่พร่าพรายไปด้วยความมืดมิด งุนงงจากแสงไฟในอดีตที่ล่วงล้ำเข้ามาในกระบอกตาแห่งความปราชัย ฉันมองไปข้างหน้าอย่างสิ้นหวังและยื่นมือออกไขว่คว้าหาสิ่งที่มิอาจจับต้อง สิ่งที่มองไม่เห็น สิ่งที่กลายเป็นเพียงอดีต สิ่งที่ไม่มีตัวไม่มีตน สิ่งที่เป็นร่างร้ายของวิญญาณพเนจรของชายโฉดเขลา ที่ไม่เข้าใจหรือประสีประสาพอที่จะอยู่ในโลกที่จัดจ้านไปด้วยแสงสีส้มสยดสยองนั้น ดวงวิญญาณโฉดเขลาที่เห็นแก่ตัวอย่างเหลือร้าย เห็นแก่ความบ้าอย่างเหลือร้าย ดวงวิญญาณสามานย์นั้นแผดเสียงแหบแห้งอย่างสิ้นหวังอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของห้องๆ นี้ มันอาจขดตัวอยู่ใต้เก้าอี้ที่ฉันนั่งอยู่ อาจอยู่ในเส้นผมของฉัน อยู่ในซอกเล็บของฉัน อยู่บางแห่ง บางที่ บางวินาที บางเสี้ยววินาที ฉันยื่นมือออกโบกไล่ควันธูปควันเทียนที่ส่งกลิ่นน่าคลื่นเหียน ฉันเหยียบโค่นศาลพระภูมิในหัวใจ ฉันขว้างแก้วเบียร์ลงแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่หน้าศาลพระภูมิในหัวใจของฉัน แล้วเกลือกใบหน้าลงกับความเปียกชื้นที่ผืนดินโสโครก ถูไถใบหน้าไปบนเศษแก้วเศษดิน บนเศษซากของความรู้สึกนึกคิดเหล่านั้นอย่างเงียบงัน

ฉันต้องไป ฉันมักจะพูดอย่างนี้ในใจเสมอเมื่อถึงเวลาที่ฉันต้องไปจากคนที่ฉันรัก มันไม่ใช่เรื่องจริงหรอก ฉันเขียนไปอย่างนั้นแหละ เขียนถึงความรักเล่นให้มันฟังดูโรแมนติคขึ้นมาบ้างเท่านั้น วิญญาณโฉดเขลาอย่างนั้นจะรู้จักความรักไปได้อย่างไร กระทั่งความใคร่มันยังไม่ประสา ฉันยังจำผนังห้องที่ติดรูปสาวน้อยหน้าคมเข้มกับเด็กทารกในอ้อมแขนได้ดี เธอสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ยิ้มของเธอนั้นเบาบางสบายๆ ดูสดใส ดูหวานอยู่ในที กำลังยืนอยู่บนสะพานไม้แห่งหนึ่งกับเด็กคนนั้น สะพานในย่านชนบทหรือชานเมือง น้ำใต้สะพานเอ่อท้นด้วยฟองสีดำ สิ่งปฏิกูลเน่าเสียลองฟ่องอยู่โสโครก ร่างกายของฉันว่ายแหวกอยู่ในนั้นเสมือนภูติร้ายจากนรก อย่าตกใจไปเลย นี่มันแค่เรื่องแต่งเท่านั้น เธอไม่จำเป็นต้องเชื่อที่ฉันเขียนทั้งหมดหรอก มันพลุ่งพล่านในบางขณะ และมันก็อาจเงียบงันลงในบางขณะได้เหมือนกัน แต่ฉันจำรูปๆ นั้นได้ติดตาจริงๆ มันกลายเป็นเศษภาพชิ้นหนึ่งที่ไม่อาจย่อยสลาย ไม่อาจหาตำแหน่งแห่งที่ที่จะปะติดปะต่อมันเข้ากับภาพรวมของตัวฉัน และยังคงค้างคาใจอยู่จนกระทั่งบัดนี้ คำถามร้อยพันไม่อาจถาม ไม่อาจนึก แต่อย่าลืมนะว่าเธอไม่จำเป็นจะต้องเชื่อที่ฉันเขียนทั้งหมดนี้หรอก

โดย insanetheater

 

กลับไปที่ www.oknation.net