วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สเน่หา...อาคิตะ @ จิบสุดยอด"สาเก" - ชิม "อูด้ง" ในตำนาน


"อาคิตะ" เป็นเมืองในแบบฉบับที่นักเดินทางชื่นชม ประทับติดตรึงใจ ไม่หรูหรา
แต่มีเสน่ห์ เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน ดำรงคงไว้ซึ่งธรรมชาติ
รักษาขนบท้องถิ่น อาหารอร่อย สุรารสเลิศ ทิวทัศน์อันงดงาม บนวิถีแห่งความเรียบง่าย
....ช่างผ่อนคลายจริงๆ


@ อาคิตะ... เมืองแห่งสาเก

อาคิตะ มีโรงผลิตสุรามากมายภาย จึงทำให้มีเหล้าท้องถิ่นหลากหลายพร้อมในการสรรหาแก่ผู้ชื่นชอบ
เป็นแหล่งปลูกข้าวสายพันธุ์ดีที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ที่นำมาปรุง"สาเก" ได้รสเลิศมากๆ
จะว่าไปแล้วหลายคนอาจไม่รู้ว่า เมืองนี้นี่แหละคือ "เมืองแห่งสาเก"กันเลยทีเดียว

สาเก เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำจากการหมักและบ่มจากข้าวและน้ำ เป็นส่วนผสมหลัก
ไวน์ทํามาจากองุ่นฉันใดเหล้าสาเกก็ทํามาจากข้าวฉันนั้น บางทีก็เรียกเหล้าสาเกว่า "เซชุ"
ผมไม่มีความรู้เรื่องสาเก รู้แต่ว่ามีหลายชนิด บอกตามตรงคุ้นเคยกับ"เบียร์" และ"ไวน์" มากกว่า

จึงถือว่าชอบเลย...เมื่อชาวคณะมีโอกาสไปเยือนโรงผลิตสาเกที่ชื่อว่า Akita Shurui Seizoh
เป็นโรงผลิตสาเกยี่ห้อ "Takashimizu" มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ก่อตั้งในปี 1944

จริงๆแล้ว บริษัทนี้เกิดจากการรวมตัวของโรงกลั่นสาเก 12 แห่ง บางแห่งเปิดมาตั้งแต่ปี 1656

"Takashimizu" แปลว่า "น้ำพุร้อนจัด" ในอาคิตะ มีแหล่งกำเนิดน้ำแร่ธรรมชาติที่สำคัญ
เรียกว่า "Hillock of Takashimizu"ปัจจุบันยังมีน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก

พันธุ์ข้าวที่ใช้ในการทำสาเก ข้าวสายพันธุ์ดี ให้สาเกรสชาติเยี่ยมยอด

แผนผังขั้นตอนในการผลิต"สาเก"

วันนั้นมีผู้บริหารของบริษัทมานำชมโรงงาน มีล่ามสาวถ่ายทอดมาเป็นภาษาอังกฤษอีกต่อ
ได้ฟังคำอธิบายพร้อมสไลด์ประกอบเกี่ยวกับการทำสาเก ซึ่งทุกขั้นตอน พิธีพิถันเอามากๆ
ทั้งการเลือกข้าว เลือกน้ำ นึ่งข้าว หมัก ใส่ยีสต์ เติมน้ำ กรอง บ่ม ดูแลอุณหภูมิไม่ร้อน-เย็นเกินไป

เคล็บลับในการผลิตสาเกของ"Takashimizu" นั้น ต้องมี 3 สุดยอดเป็นองค์ประกอบ
1. ข้าวพันธุ์ดีจากอาคิตะและบางส่วนจากถิ่นอื่น 2. น้ำธรรมชาติคุณภาพดี และ 3.มีกระบวนการผลิตดี

Akita Shurui Seizoh เปิดบริการทัวร์ขั้นตอนการกลั่นสาเกที่ห้องเก็บสาเกด้วย
ชอบที่สุด ต้องตอนให้ลองจิบเหล้าสาเก 4 ชนิดนี่แหละ อารมณ์ตอนนั้น ดีเลิศอย่างบอกใครเชียว


@ กระท่อมหิมะ "คามาคุระ"

ใครมาเยือนอาคิตะในฤดูหนาว ต้องไม่พลาดเยี่ยมชม "คามาคุระ" (กระท่อมหิมะ) ในเมืองโยโคเดะ
คนที่นี่เขาจัดเป็นเทศกาลขึ้นมาในช่วงหลังปีใหม่(หนาวมาก) มีความเป็นมายาวนานถึง 400 ปีเดียว

ชาวบ้านจะสร้างกระท่อมคามาคุระ ไว้ตามสถานที่ต่างๆ หรือนทท.จะไปร่วมสร้างก็ได้ที่สวนสาธารณะโคเมียวจิ
เทศกาลมีเป้าหมายเพื่อสักการะเทพเจ้าสายน้ำ ภายในกระท่อมหิมะ มีเตาถ่านให้ความอบอุ่นและย่างเค้กข้าว

เทศกาลนี้เด็กๆ จะได้จิบ"อามะสาเก" หรือเหล้าหวานมีแอลกอฮอล์ต่ำ ถือเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีพื้นถิ่น

เนื่องจากเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงกลางเดือนกุมพาพันธุ์ ประมาณวันที่ 15-16 ของเดือน
แล้วเราไปในช่วงหน้าร้อน หมดโอกาสเห็นกระท่อมหิมะเลยใช่ไหม เปล่าครับ เขามีตัวอย่างให้ชมกันจ้า

 วิธีทำกระท่อมหิมะในช่วงฤดูหนาว เสียดายหิมะไมตกที่เมืองไทย ไม่งั้นจะลองสร้างบ้านน้ำแข็งดูบ้าง

ในหอคามาคุระคัง มีกระท่อมน้ำแข็งอยู่ 2 หลัง สร้างไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิ -10 องศาเซลเซียส
เพื่อนักท่องเที่ยวต่างถิ่น ได้เห็นกระท่อมหิมะของจริง แม้จะมาเที่ยวเมืองโยโคเดะในฤดูกาลอื่นๆ
ทดลองเข้าไปนั่งในกระท่อมชั่วครู่ อันนี้ต้องใส่เสื้อกันหนาวอย่างหนาด้วย ที่นี่มีบริการให้หยิบยืม

โอ้โห..หนาวเข้าไส้จริงๆ -10 องศา แหมถ้าได้ "อามะสาเก" มาจิบคลายหนาว ก็ดีนะซิ....


@ นุ่มละมุนลิ้น ... อินานิวะอูด้ง

อาคิตะ เป็นอีกเมืองที่รวบรวมเมนูอร่อยๆไว้เยอะ ทั้งอาหารทะเล ขนมพื้นถิ่น ผลไม้จากฟารฺ์มและป่าธรรมชาติ
"อูด้ง"ที่นี่ก็ขึ้นชื่อลือชานัก ไม่แพ้ใครในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว ด้วยมีรสชาติลื่นลิ้น เส้นเล็กแต่นุ่มหนึบหนับ

อินานิวะ อูด้ง เส้นแบน เป็นอูด้งเอกลักษณ์ของจังหวัดอากิตะ ทำมากันตั้งแต่ปี 1665 โน่นเชียว
วิธีดึงยืดเส้นอูด้ง ก็ใช้มือคนนี่แหละ (ทำมือ-ไร้เครื่องจักร) ตามแบบดั้งเดิมที่ถ่ายทอดกันมายาวนาน

ว่ากันว่าเป็นเทนนิคที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มของยุคเอโดะโน้นแน่ะ เป็นหนึ่งในสุดยอดอูด้งของญี่ปุ่น
"อูด้ง" ที่บางคนเรียกว่า บะหมี่เย็น นิยมรับประทานเย็นในฤดูร้อน และรับประทานร้อนในฤดูหนาว

 

กรรมวิธีหนึ่งในการยืดเส้น อูด้ง ตามแบบฉบับของ อินานิวะอูด้ง 

จากข้อมูลของ kyoudo-ryouri.com บอกว่า Sato Inaniwa Kichizaemon
เป็นผู้คิดค้นเทคนิคการทำเส้นอินานิวะ อูด้ง เป็นคนแรกในปี 1665
สมัยนั้นมีข้อจำกัดในหลายๆ ประการในการทำเส้น ทำให้สามารถผลิตได้ครั้งละไม่มาก
จึงถือว่าเป็นอาหารชั้นหรูหายาก และใช้ในการถวายให้กับขุนนาง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน อินานิวะ อุด้ง มีให้รับประทานได้ตลอดปี ทั้งตามร้านและในรูปซอง

ในปี 1986 ทายาทตระกูลนี้ ได้เปิดภ้ตตาคารอูด้งขึ้น ชื่อว่า "Sato Yosuke Honten"
และได้เปิดสาขาหลักขึ้นเมื่อปี 2008 ประกอบด้วยภัตตาคาร ร้านขายของที่ระลึก โรงผลิตเส้น
พร้อมเสนอ workshop รับสอนกรรมวิธีทำเส้นอูด้ง ตามแบบฉบับของอินานิวะ

อินานิวะ อูด้ง เป็นอาหารประจำจังหวัดอากิตะ ดึงดูดนักท่องเที่ยวในแต่ละปีได้เป็นจำนวนมาก

ทริปนี้ มีโอกาสไปสัมผัสกับ workshop ลองทำเส้นอูด้งกันที่"Sato Yosuke Honten"
ซึ่งยังคงรูปแบบการผลิตเส้นแบบดั้งเดิม นั่นคือ "ใช้มือทำ" เริ่มทำกันจริงๆ (ทั้งนวดและยืดเส้น)
ตั้งแต่ใช้มือม้วนเส้น บดเส้น ยืดเส้น ตากเส้น ไปจนถึงวิธีปรุงเส้นอูด้ง ลวกเส้น ใช้ตะเกียบคนไม่ให้เส้นติดกัน
นำเส้นมาแช่น้ำเย็น วางเส้นบนถาดหรือจานพร้อมเสิร์ฟ ซึ่งถูกควบคุมด้วยเวลาอันพอเหมาะพอเจาะทั้งนั้น

แล้วก็มาลองชิมฝีมือเมนูอูด้งที่ทดลองทำกันมา เป็นอูด้งเย็น เรียกว่า ทำจริง กินจริง กันเลยทีเดียว

workshop เสร็จสรรพ(ตอนนั้นคิดว่าหลังเกษียณจะยึดอาชีพขายอู้ดงทำมือ..ก็ไม่เลวนะ)
ก็ไปชิมฝีมือ อินานิวะอูด้ง อันลือชื่อของที่นี่กัน ปกติผมไม่เคยกินบะหมี่เย็นมาก่อน

วันนี้ลองไปเต็มๆแล้วซดน้ำซุปร้อนๆตาม อร่อยแบบนุ่มละมุนลิ้น ทีเดียวครับ...

 

@ หุบเขา "โอยาสึเคียว ไดฟุนโต"

ใครชอบธรรมชาติ อยากแนะนำหุบเขา "โอยาสึเคียว ไดฟุนโต" (Oyasukyo Daifunto )
ตั้งอยู่ที่เมืองยูซาวะ ในจังหวัดอาคิตะ เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยมของอาคิตะ
หุบเขานี้ มองจากด้านบนถนน จะเป็นเห็นร่องผาลึกชันที่เกิดจากการกัดกร่อนของแม่น้ำ Minase

บอกเลยว่า อารมณ์ตอนนั้นฟินมากๆ ด้ยตรึงตากับธรรมชาติบริสุทธิ์ และน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งออกจากแผ่นหิน
จากร่องน้ำขึ้นไปถึงด้านบน มีความสูง 60เมตร มีบันไดลงเขาเกือบๆ 200 ขั้น ให้ออกกำลังกายกัน
ทั้งขาลง-ขาขึ้นรวม 400 ขั้น ไม่เหนื่อยหรอก เพราะธรรมชาติที่นี่สวยเหลือเกิน ออกจะเพลินด้วยซ้ำ

มองไกลๆออกไปจะเห็นสะพานสีแดงซึ่งอยู่สูงมากๆ ถือเป็นไฮไลท์อีกหนึ่งจุด สำหรับการถ่ายภาพ
ถ้าไปช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้เขียวครึ้มสบายตา ฤดูใบไม้ร่วง มีโอกาสชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสี
ฤดูหนาว เห็นปรากฏการณ์น้ำแข็งย้อย ถ้าเป็นฤดูร้อน สัมผัสกับไอน้ำจากแผ่นหินพวยพุ่งไปทั่ว

บริเวณลานจอดด้านบน มีร้านขายชำอยู่ 2 ร้าน เลือกเดินเข้าไปในร้านของชาวบ้าน...แนะนำ
ในร้านเต็มไปด้วยพืชผักผลไม้พื้นถิ่น ไม่รู้หรอกอะไรเป็นอะไร ป้าคนขายก็ยิ้ม ลูกค้าลูกครึ่งก็ชมไปเรื่อย
สุดท้ายได้ ผักอบแห้งมาชิม 2-3 ห่อ พร้อมองุ่นป่าสดๆที่เก็บจากพงไพรแถบถิ่นนี้...ถูกและสดมากๆ

 

ภายใต้หมอกไอน้ำอบอวลของบ่อน้ำพุร้อน
เลียบลำธาร Minase สดใสดุจใจกระจ่าง
ในอ้อมกอดแห่งหุบเขา Oyasukyo Daifunto
ระบายเคลือบทัศนียภาพเขียวชอุ่มของฤดูใบไม้ผลิ
2 เท้าก้าวย่างไปค้นหา...เหมือนไม่มีวันสิ้นสุด

 

@แห่โคมไฟรวงข้าว "อาคิตะคันโต"

ที่นี่แทบจะเป็นเมืองสุดท้ายๆของญี่ปุ่นที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว
ใครอยากเห็นธรรมเนียมประเพณีโบราณญี่ปุ่น มาเยือน"อาคิตะ"ได้เลย
โดยเฉพาะคนที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น ผมได้ชมเทศกาลแห่โคมไฟ อดทึ่งไม่ได้จริงๆ
นั่นคือ เทศกาลอาคิตะคันโต งานแห่เสาไม้ขนาดใหญ่ที่ผูกด้วยโคมไฟจำนวนนับไม่ถ้วน

"คันโต" คือ การนำโคมไฟกระดาษมาแขวนประกอบกันให้เป็นทรงคล้ายกับรวงข้าวขนาดใหญ่
ผูกไว้กับเสาไม้เป็นแผง แล้วให้คนสลับกันถือ"คันโต"ให้แกว่งไปมา ด้วยการทรงตัว เพื่อรักษาสมดุล
บ้างก็ใช้หน้าผากตั้งค้นโต บ้างก็หัวไหล่ บางก็เอว บ้างก็ฝ่ามือ สุดยอดฝีมือจริงๆ
ต้องฝึกฝนอย่างหนักจนช่ำชอง อาศัยทั้งพละกำลัง เทคนิคลีลา ในการควบคุมคันโตไม่ให้ล้มลง

ประวัติความเป็นมาของเทศกาลแห่คันโตนั้น มีจุดเริ่มต้นจากกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันทานะบาตะ
เพื่อปัดเป่าความรู้สึกง่วงนอน ขับไล่สิ่งชั่วร้าย ขอพรให้ต้นข้าวเจริญงอกงาม ได้ผลผลิตดี
เป็นประเพณีพื้นเมืองที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนานกว่า 260 ปี

การแข่งขันแสดงลีลาการถือคันโต จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงต้นเดือนสิงหาคมของทุกๆปี
บริเวณลาน Nigiwai(AREA NAKAICHI) ในอาคิตะ มีทั้งการแข่งประเภททีมและเดี่ยว

นอกจากนั้น สิ่งที่จะขาดเอาเสียไม่ได้เลยสำหรับงานเทศกาล คือ การบรรเลงดนตรีของวงฮายาชิ
ที่ใช้ขลุ่ยและกลอง เป็นเครื่องดนตรีหลัก ขับกล่อมผู้ชม เติมความคึกคัก ความตื่นเต้นได้เป็นอย่างดีทีเดียว


การแสดง "คันโต" ในช่วงหัวค่ำนั้นถือว่าสวยมาก แผงโคมสาดส่องแสงไฟกวัดแกว่งไปมา ดุจรวงข้าว
เป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านประเภทจับต้องไม่ได้ของจังหวัดอาคิตะ

และยังเป็นหนึ่งในงานเทศกาลใหญ่ทั้ง 6 ในภูมิภาคโทโฮคุ (อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น)

นอกจากเมืองหลักๆ อย่าง โตเกียว เกียวโต โอซาก้า ฮ็อกไกโด ที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวแล้ว
"อาคิตะ" เป็นอีกหนึ่งจังหวัดของญี่ปุ่นที่เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆในหมู่นักเดินทาง
แม่เหล็กที่ดึงดูดใจให้นักเดินทางไปเยือนยังจังหวัดอาคิตะ มีมากมายและหลากหลายจริงๆ
มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ ร่ำรวยวัฒนธรรมประเพณี อาหารพื้นถิ่นดั้งเดิมรสอร่อย

ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักเดินทางที่ปรารถนาสัมผัสมนต์เสน่ห์วิถีดั้งเดิมของญี่ปุ่น...

"...ยังฝันเห็นท้องฟ้าสีคราม แม้ยามหลับตา
ต้องจากกันอีกครา เมื่อรุ่งอรุณมาเยือน..."

 

  

Akita Kanto Festival
Discover the spirit of Japan- Japan videos

โดย BlueHill

 

กลับไปที่ www.oknation.net