วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เปิดศาลไคฟง คดีดังของใครจะประเดิม?


 

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเปิดทำการตั้งแต่ 1 ต.ค. 2559

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม จึงเป็นวันประเดิมการทำงานในเวลาราชการอย่างเป็นทางการ

ตั้งอยู่ที่อาคารศาลแขวงดุสิตใหม่ ซ.สีคาม ถ.นครไชยศรี แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.

แต่ในเบื้องต้นเพื่อความสะดวก จะใช้สถานที่ทำการ 2 แห่ง คือ ที่ ซ.สีคาม และศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก

1) การจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตขึ้นมานั้น ท้าย พ.ร.บ.จัดตั้งฯ ระบุไว้ชัดเจนว่า

“โดยที่การทุจริตและประพฤติมิชอบมีผลกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงทางสังคม และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ประกอบกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในระยะที่ผ่านมาได้ทวีความรุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของแผ่นดินเป็นจำนวนมาก และจากการดำเนินนโยบายในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจัง ส่งผลให้มีคดีทุจริตและประพฤติมิชอบขึ้นสู่ศาลมากขึ้น สมควรจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”

2) คดีทุจริตประพฤติมิชอบของเหล่าบรรดานักการเมือง ประเภทที่ต้องขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่เดิม ก็เป็นไปตามเดิม

คดีทุจริตประพฤติมิชอบของบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ (รวมทั้งบรรดาผู้สนับสนุนการกระทำความผิด) ที่จะต้องขึ้นศาลนี้ ได้แก่

(1) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น หรือความผิดอื่นอันเนื่องมาจากการประพฤติมิชอบ

(2) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลที่กระทำความผิดฐานฟอกเงินที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดตาม (1) หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือกฎหมายอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

(3) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษบุคคลในความผิดเกี่ยวกับการเรียก รับ ยอมจะรับ หรือให้ ขอให้รับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือการใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือใช้อิทธิพลเพื่อจูงใจหรือข่มขืนใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่น

(4) คดีอาญาที่ฟ้องขอให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลตามกฎหมายที่กำหนดให้เป็นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

(5) คดีอาญาที่ฟ้องขอให้ลงโทษบุคคลที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลตาม (1) ถึง (4) ไม่ว่าในฐานะตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือผู้สมคบ

(6) คดีเกี่ยวกับการจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบหรือจงใจยื่นบัญชีและเอกสารดังกล่าวด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

(7) คดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะเหตุร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

3) พิจารณาขอบเขตแล้ว น่าจะมีคดีทุจริตโกงกินจำนวนนับพันนับหมื่นคดี มาขึ้นศาลไคฟงแห่งนี้

คดีสำคัญๆ ที่น่าจะเสร็จในชั้นพนักงานสอบสวนหรืออัยการสูงสุด อาจส่งฟ้องศาลขึ้นเขียง เช่น

กรณีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ฐานร่ำรวยผิดปกติ 346 ล้านบาท ส่งอัยการสูงสุดแล้ว

กรณีข้าราชการระดับสูงกรมสรรพากร ซี 9 2 ราย ร่ำรวยผิดปกติ 31 ล้านบาท และ 597 ล้านบาท เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

กรณีฟอกเงินอันได้จากการทุจริตค่าโง่คลองด่าน ที่กำลังไล่ติดตามเส้นทางเงิน อายัดทรัพย์ของกลุ่มกิจการร่วมค้าและกลุ่ม
ผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องไปแล้วด้วย

คดีทุจริตสอบบรรจุพนักงานท้องถิ่น โดยเฉพาะที่จังหวัดมหาสารคาม มีการไต่สวนงวดเข้ามาทุกที จวนเจียนเต็มที น่าจะได้ขึ้นศาลนี้

คดีโกงเงิน สกสค.3,000 ล้านบาท คณะอนุกรรมการไต่สวนได้ขยายผลไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติมรวมจำนวน 28 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นกรรมการบริหารกองทุน ช.พ.ค. เรียกง่ายๆ คดีโกงเงินครู ฯลฯ

น่าสนใจว่า คดีเหล่านี้ จะขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตที่เปิดใหม่หรือไม่ เช่น

คดีฟอกเงินโกงธนาคารกรุงไทย ที่กำลังถูกสอบอยู่ ว่าเงินไหลไปเข้ากระเป๋าลูกชายของซุปเปอร์บอส

คดีฟอกเงินโกงสหกรณ์คลองจั่น ที่เงินไหลไปเข้ากระเป๋าเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา

4) ที่น่าสนใจ หากคดีขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตที่เปิดใหม่ เพราะศาลนี้ มีวิธีพิจารณาคดีที่คล้ายๆ กับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

4.1ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ จะใช้ระบบไต่สวน ต่อเนื่อง

คดีจะสิ้นสุดที่ศาลอุทธรณ์ แต่หากคู่ความประสงค์จะยื่นฎีกาก็ต้องได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาศาลฎีกาก่อน จึงจะยื่นฎีกาได้ ทั้งนี้ ใครหนีคดีไปหมดสิทธิอุทธรณ์จำเลยต้องมาแสดงตัวต่อเจ้าพนักงานศาล

ใช้วิธีค้นหาความจริงตามพยานหลักฐานทั้งหมด โดยจะยึดเอาสำนวนจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นหลักลักษณะเดียวกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไม่ตัดสิทธิในการฟ้องคดีเองของประชาชน โดยมีการไต่สวนมูลฟ้องเช่นเดียวกันกับคดีอาญาทั่วไป

คดีจะสิ้นสุดที่ศาลอุทธรณ์ แต่หากคู่ความประสงค์จะยื่นฎีกาก็ต้องได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาศาลฎีกาก่อน จึงจะยื่นฎีกาได้ ทั้งนี้ ใครหนีคดีไปหมดสิทธิอุทธรณ์จำเลยต้องมาแสดงตัวต่อเจ้าพนักงานศาล

4.2 หากจำเลยหลบหนีมิให้นับระยะเวลาที่หลบหนีเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ

เมื่อศาลตัดสินลงโทษแล้ว จำเลยหนีไประยะเวลาเท่าใดก็แล้วแต่ ไม่ให้นับระยะเวลาที่หลบหนีมาจนกลายเป็นระยะเวลาล่วงเลยการลงโทษ หนีไปนานแค่ไหนก็จะไม่มีหมดอายุความ และระหว่างการพิจารณาคดีหากจำเลยหลบหนีไป มีการออกหมายจับแล้วยังจับไม่ได้ ก็สามารถสืบลับหลังได้

4.3 รายละเอียดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

พ.ศ. 2559 ระบุชัดเจนถึงวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณาคดีเช่น

ข้อ 11 เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตรวจพยานหลักฐาน ก่อนวันนัดตรวจพยานหลักฐาน

ศาลอาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีดำเนินการ เช่น (1) ตรวจสำนวน รวมทั้งสำนวนการสอบสวนและสำนวนคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช.หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. จัดทำสรุปย่อการกระทำความผิดของจำเลยตามฟ้อง รวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวนและสำนวนคดี...

จะเห็นว่า กระบวนพิจารณาคดีจะเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องซ้ำซ้อน

ข้อ 14 ในกรณีที่โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ให้ศาลพิจารณาสั่งคำร้องขอถอนฟ้องโดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะและความเสียหายที่มีผลกระทบต่อรัฐเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ศาลอาจไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคำร้องก็ได้...

จะเห็นว่า กรณีในอดีต เช่น ว่าเปลี่ยนรัฐบาลแล้วมีการขอถอนฟ้อง 
จะเกิดยากขึ้น

ข้อ 15 ในการพิจารณาพิพากษาคดี ให้ศาลนำรายงานและสำนวนการสอบสวนหรือสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของโจทก์ มาเป็นหลักในการแสวงหาความจริง แต่ไม่ผูกพันศาลว่าจะต้องฟังข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น ศาลมีอำนาจแสวงหาข้อเท็จจริงจากพยานบุคคล พยานเอกสารพยานวัตถุ หรือพยานหลักฐานอื่นใด
นอกเหนือจากพยานหลักฐานที่คู่ความอ้างอิงได้ตามที่ศาลเห็นสมควร

จะเห็นว่า ถือเอาสำนวนการไต่สวนจากผู้ฟ้อง คือ ป.ป.ช. หากจำเลยสุจริตจริง ก็ต้องนำสืบให้เห็นว่าไม่เป็นไปตามสำนวนนั้นอย่างไร

ข้อ 19 ศาลอาจมีคำสั่งให้ถือเอาบันทึกคำเบิกความพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเป็นคำเบิกความพยานในชั้นพิจารณา โดยพยานไม่ต้องเบิกความใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าจำเลยขออนุญาตถามพยานโดยอ้างเหตุว่าตนไม่ได้มาศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลพึงให้โอกาสแก่จำเลยในการต่อสู้คดี ฯลฯ

5) สังคมคาดหวังจากศาล สถาบันตุลาการ ปราบคนโกงให้สิ้นแผ่นดิน

กรณีทุจริต ร้องเรียนนับ 5 พันเรื่องต่อปี

กว่าจะไต่สวนเสร็จสิ้น กว่าเรื่องจะไปถึงศาล

ขอให้ศาลสถิตยุติธรรม เป็นดั่งศาลไคฟง ทำแผ่นดินให้สูงขึ้น เพื่อลูกหลานจะได้สรรเสริญสถาบันตุลาการในยุคนี้สืบต่อไปด้วยเถิด

 

สารส้ม

 

http://www.naewna.com/politic/columnist/26585

โดย อิศรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net