วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

10 ปี พระจริยวัตรงามไม่เปลี่ยน กษัตริย์ จิกมี ที่คนไทยรัก


 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มิ.ย. 2549 คนไทยสุดประทับใจกับพระจริยวัตรอันงดงามของ "เจ้าชายรูปงาม" แห่งภูฏานที่เสด็จมาเยือนประเทศไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะ

เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปีของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ด้วยความที่ทรงไม่ถือพระองค์ เป็นกันเอง และทรงมีพระสิริโฉมงดงาม บุคลิกท่าทาง

ทรงยกพระหัตถ์ไหว้ทักทายผู้มีโอกาสเข้าเฝ้า สร้างความประทับใจให้แก่แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีวันนั้นเป็นอย่างมาก

 

 

 

เมื่อครั้งที่ทรงเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ไปที่ จ.ภูเก็ต "เจ้าชายจิกมี" ได้ทรงฉลองพระองค์ด้วยเสื้อสีเหลือง พร้อมตราสัญลักษณ์ ฉลองการครองสิริราชสมบัติ เช่นเดียวกับคนไทยทั่วประเทศ

ทำให้สื่อมวลชนไทยทุกสำนักต่างพากันเฝ้าติดตามรายงานข่าวของพระองค์เป็นระยะ จนเสด็จกลับ จากนั้นพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยือนประเทศไทยอีกหลายครั้ง

พร้อมติดตามพระราชกรณียกิจ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ด้วยความชื่นชมและยกย่องเสมอ

กระทั่งเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2549 มหาวิทยาลัยรังสิต ได้จัดพิธีประสาทปริญญา โดยสภามหาวิทยาลัยรังสิต มีมติเป็นเอกฉันท์ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์

แด่ มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งถึงในหลวงว่า ในโอกาสที่ข้าพเจ้าได้เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลองในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าพเจ้าได้เห็นประชาชนของไทยแสดงความจงรักภักดี และเสียสละ แก่พระมหากษัตริย์และประเทศของตน ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญของประชาชนคนไทยในการป้องกันประเทศอีกด้วย

 

 

 

สำหรับปีนี้เป็นปีมงคลของคนไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และเป็นปีที่พิเศษสำหรับข้าพเจ้าเช่นกัน ข้าพเจ้ารัก เคารพ และชื่นชมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก

พระองค์ท่านทรงเป็นสุดยอดพระมหากษัตริย์ ข้าพเจ้ามีความศรัทธาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างลึกซึ้งในหลายๆ เรื่อง ปีนี้เป็นปีที่สำคัญมากสำหรับข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืม

นอกจากนี้ มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน ยังได้ทรงออกแถลงการณ์ส่วนพระองค์ ผ่านกรมสารนิเทศว่า ตั้งแต่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ทรงได้ยิน ได้ฟัง และอ่านเรื่องราว

เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตลอด พระองค์เสด็จมาเยือนประเทศไทยหลายครั้งแล้ว และทรงได้รับรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนชาวไทย

พระองค์ทรงชื่นชมและยกย่องในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างยิ่ง

 

 

ต่อมาเมื่อปี 2551 มกุฎราชกุมารจะเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นกษัตริย์พระองค์แรกของภูฏานที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ สืบต่อจากพระบิดา ที่ทรงประกาศสละราชบัลลังก์ และทรงแสดงพระราชหฤทัย

โดยมุ่งมั่นพัฒนาประเทศตามแนวทางของพระบิดา ที่ทรงมีแนวทางการพัฒนาประเทศคล้ายคลึงกับ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ของไทย

ซึ่งพระองค์ทรงประกาศไว้ว่า ให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาประเทศ ที่ไม่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) แต่ให้ความสำคัญกับความสุขมวลรวมแห่งชาติ (GNH) มากกว่า

แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยมานานแล้วหลายปี จาก เจ้าชายรูปงาม กลายเป็น สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน แต่ความเคารพรักที่มีต่อ

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ร.9 ของไทย ก็ยังคงไม่เสื่อมคลาย โดยช่วงที่ในหลวงทรงพระประชวร พระราชาจิกมี ได้ทรงประกาศให้คนภูฏานทั่วประเทศไปวัดต่างๆ เพื่อร่วมสวดมนต์ถวายแด่พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของไทย

 

 

กระทั่งทรงทราบข่าวการสวรรคตของในหลวง พระราชาจิกมี เป็นกษัตริย์ต่างแดนพระองค์แรกที่เสด็จมาเยือนประเทศไทย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 ต.ค. พร้อมทรงยกพระหัตถ์ไหว้

แสดงพระจริยวัตรอันงดงามเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อนไม่เคยเปลี่ยน ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินไปร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ในวันนี้ 16 ต.ค.

 

ขอบคุณ เดลินิวส์ออนไลน์

โดย nitimada

 

กลับไปที่ www.oknation.net