วันที่ พุธ ตุลาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระสมเด็จจิตรลดา แสดงปาฏิหาริย์ให้ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เห็นด้วยตาตัวเอง !


18

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2559 ผมได้เขียนเรื่อง เมื่อพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานสติให้ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร หลังดื่มเมรัยจนสติหย่อนยาน !

 

โดยได้นำเรื่องที่ท่านเขียนไว้ในหนังสือ ชีวิตตำรวจ ช่วงที่ได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะนายตำรวจราชสำนักประจำ

 

ว่าหลังจากได้รับพระราชทานพระสมเด็จจิตรลดาแล้ว ปรากฏว่าทำงานในหน้าที่ที่กรมตำรวจของท่านเพิ่มขึ้น “ทั้งหนักและทั้งเสี่ยงอันตราย.. แทบเอาชีวิตไม่รอด”

 

แต่พอสิ้นปี “ผมไม่ได้เงินเดือนขึ้นแม้แต่บาทเดียว” ในงานรับพระราชทานเลี้ยงที่วันไกลกังวลคืนหนึ่ง หลังจากดื่มเมรัย(เบียร์) ไป 2 ถ้วยอาจารย์วสิษฐจึง ขอพระราชทานปิดทองหน้าพระ(สมเด็จจิตรลดา)

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีรับสั่งว่า “ปิดทองข้างหลังไปเรื่อย ๆ เถอะ แล้วมันจะล้นออกมาข้างหน้าเอง” ซึ่งอาจารย์วสิษฐได้เขียนในตอนท้ายว่า “แล้ววันหนึ่ง ทองก็ล้นออกมาที่หน้าพระจริง ๆ ตามพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว”

 

ผมเขียนทิ้งท้ายบทความตอนนั้นไว้ว่า “มหัศจรรย์นั้น อยู่ในบทต่อไปของหนังสือ ชีวิตตำรวจ เล่มนี้แหละครับ !” ปรากฏว่าวานนี้ จันทร์ที่ 17 ตุลาคม 2559 มีผู้ทวงถามมาว่า เรื่องราวเป็นอย่างไรต่อไป ช่วยเล่าต่อด้วย…

 

ผมจึงขอตั้งชื่อเรื่องสำหรับบทความตอนนี้ว่า “สมเด็จจิตรลดา ของในหลวง แสดงปาฎิหาริย์ ให้ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เห็นด้วยสายตาหลังในหลวงทรงมีรับสั่ง !” นะครับ

 

เรื่องนี้อยู่ในบทที่ 62 ของหนังสือชีวิตตำรวจ ซึ่งมีชื่อตอนว่า “พระเจ้าอยู่หัวกับการประยุกต์ธรรม” อาจารย์วสิษฐ เล่าว่า หลังจากได้รับพระราชทานพระสมเด็จจิตรลดามาแล้ว

 

“ผมเชิญพระที่เคยห้อยออกจากคอหมดทั้ง 5 องค์ และห้อยแต่พระพระราชทานองค์เดียวมาตั้งแต่นั้น เวลาอาบน้ำผมเชิญพระออกจากคอเพราะไม่อยากให้พระเปียกน้ำ อาบเสร็จจึงเชิญกลับมาห้อยคออีก…

 

วันหนึ่ง หลังจากที่ได้เฝ้าฯ และรับพระราชทานสติ ขณะที่กำลังรับราชการสนาม(ที่ไหนจำไม่ได้) ผมอาบน้ำและเชิญพระออกจากคอ… พออาบเสร็จก็เชิญพระกลับมาที่คอ” แล้วท่านก็พบกับปาฏิหาริย์ ท่านเล่าว่า

 

“ขณะนั้นเองที่ผมสังเกตเห็นอะไรเลื่อม ๆ อยู่ที่ขอบองค์พระด้านหน้า ผมยกพระขึ้นดูใกล้ ๆ และเห็นชัดว่ามีทองชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งเกาะอยู่ตรงนั้น”อาจารย์บอกว่า อาจเป็นทองจากด้านหลังที่หลุดออกมาเพราะกาวเสื่อม

 

“แต่ผมก็อดรำลึกมิได้ถึงกระแสพระราชดำรัสที่ว่าปิดทองข้างหลังมาก ๆ แล้วทองก็จะล้นออกมาหน้าพระเอง ซึ่งทำให้ผมตื่นเต้นมาก ถึงกับเที่ยวเอาพระไปอวดเพื่อนฝูงที่อยู่ใกล้ ๆ ในขณะนี้

 

และบอกเพื่อนว่าทองที่ปิดไว้หลังพระได้ล้นออกมาข้างหน้าพระแล้ว… ที่ผมไม่ได้เที่ยวโพนทะนาบอกใคร(ยกเว้นเวลาได้รับเชิญให้ไปเล่า) แต่ที่รู้อยู่ลำพังคนเดียวก็คือ

 

ตั้งแต่นั้นมาชีวิตของผมก็เปลี่ยนจากร้ายกลายเป็น(ค่อย ๆ)ดีมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้ ทั้งในด้านลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข” ในส่วนที่เป็นชื่อบทของหนังสือชีวิตตำรวจ อยู่ตรงนี้ครับ

 

อาจารย์วสิษฐบันทึกไว้ว่า มีผู้ชอบถามหรือสัมภาษณ์ท่านบ่อย ๆ ว่าอยู่ในวังกว่า 10 ปีเคยได้อะไรที่คิดว่ามีค่าที่สุดมาจากในวัง คำตอบของอาจารย์คือ

 

“ได้ธรรมที่พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาพระราชทาน ทั้งโดยตรงและจากการปฏิบัติพระองค์ให้ผมเห็น.. ผมเชื่อว่าพระเจ้าอยู่หัวของเราเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในโลกปัจจุบันนี้

 

ที่ทรงนำพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ไปประยุกต์ในการทรงงานและการดำรงพระชนมชีพอย่างแท้จริง จริงจัง และต่อเนื่อง นอกจากธรรมบทใหญ่ที่เรียกว่าทศพิธรราชธรรม(ธรรมของพระราชา)

 

และจักรวรรดิวัตร(วัตรของพระเจ้าจักรพรรดิ)ที่ทรงยึดเป็นหลักปฏิบัติประจำแล้ว พระเจ้าอยู่หัวยังทรงประยุกต์ธรรมบทย่อย ๆ อื่น ๆ อีก

 

ในการทรงประกอบพระราชกรณียกิจทั้งน้อยและใหญ่ ผู้สนใจหากศึกษาก็จะเห็นว่าพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสที่พระราชทานในโอกาสต่าง ๆ นั้น ล้วนมาจากพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่มิได้เพียงแต่ทรงคัดมา แต่ได้ทรงศึกษา ทรงปฏิบัติและทรงพิสูจน์ด้วยพระองค์เองแล้วทั้งนั้น”

 

นี่คือบันทึกอีกบทหนึ่ง ที่ผมได้ขออนุญาตอาจารย์วสิษฐ เดชกุญชร เป็นการล่วงหน้าแล้วว่า จะขอนำมาถ่ายทอดให้ท่านผู้อื่นได้รับทราบด้วย และท่านก็อนุญาตด้วยความเต็มใจ ผมขอกราบขอบคุณอาจารย์วสิษฐ มา ณ ที่นี้ อีกครั้งครับ !

(ภาพประกอบโดย สายสุดา ประเสริฐ)

โดย ภาณุมาศ_ทักษณา

 

กลับไปที่ www.oknation.net