วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สิงห์...สร้าง 100 โรงเรียนเกษตรพอเพียง


 

        พระราชปณิธาน ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ"เศรษฐกิจพอเพียง"
          ปรัชญานี้ เป็นหลักปรัชญาด้านเศรษฐกิจ ที่พระองค์ได้พระราชทานไว้ให้กับคนไทย เมื่อครั้งประเทศไทยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงในปี 2540 และประเทศไทยสามารถพลิกฟื้นประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนั้นกลับมาแข็งแกร่งได้เพราะหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์
          ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ นอกจากจะเป็นหลักปรัชญาเพื่อความยั่งยืนของประชาชนคนไทยแล้ว และยังเป็นหลักปรัชญาเพื่อความยั่งยืนของโลกด้วย
          บริษัทบุญรอดฯ ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาจัดทำโครงการ "100 โรงเรียนเกษตรพอเพียง" ขึ้นตามทฤษฎีเกษตรแนวใหม่ เพื่อร่วมสร้างความอยู่ดีกินดี บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองให้กับนักเรียนทั่วประเทศ รวมทั้งเพื่อเป็นการสร้างสรรค์สังคม ด้วยการช่วยเหลือเกื้อกูลแบ่งปันซึ่งกันและกัน อันจะนำมาซึ่งความรักความสามัคคีของชนในชาติ สมดังพระปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เคยทรงมีพระราชดำรัส"รู้รักสามัคคี"


 

 

          "ปิติ ภิรมย์ภักดี" มองเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญและควรปลูกฝังเด็กๆ
          ในฐานะธานโครงการ "100 โรงเรียนเกษตรพอเพียง" "ปิติ"บอกว่า โครงการนี้ "สิงห์"จะจัดสรรเงินให้โรงเรียนละ 30,000 บาทเป็นทุนตั้งต้นในการบริหารจัดการสร้างความกินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน และยังปลูกฝังให้นักเรียนใน100 โรงเรียนที่ร่วมโครงการ ได้ทำเกษตรตามทฤษฎีเกษตรแนวใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงไก่ การเลี้ยงปลา การปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อนำผลิตผลที่ได้มาเป็นอาหาร รับประทาน
          "การเลี้ยงไก่ ต้องเลี้ยงไก่ให้สามารถออกไข่ เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีไข่ไก่ทานคนละ 1 ฟองต่อวัน แต่ละมื้ออาหารต้องมีผักและเนื้อสัตว์ และนอกจากเลี้ยงตัวเองได้แล้ว ยังต้องมีเหลือพอที่จะจำหน่ายให้นักเรียนซื้อกลับบ้านในราถาถูก รวมทั้งมีเพียงพอที่จะนำไปจำหน่ายในตลาดเพื่อสร้างประสบการณ์และรายได้ให้นักเรียน" ปิติ ประธานโครงการกล่าว


 

 

          โครงการนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น
          เพราะก่อนหน้านี้ "สิงห์"ได้นำแนวความคิด 100 โรงเรียนเกษตรพอเพียง ไปทดลองที่ศูนย์ภูมิปัญญาชาวบ้านสิงห์อาสา จังหวัดเชียงราย โดยครูพรรณพิมล ปันคำ และครูผ่าน ปันคำ เป็นผู้ดำเนินการ และได้ทดลองเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนบ้านสันโค้ง ตำบลศรีเมืองชุม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยกำหนดให้นำเงิน 30,000 บาท ไปซื้อแม่ไก่ไข่ 100 ตัว ซึ่งสามารถออกไข่วันละ 80 ฟอง ซื้อเมล็ดผักสวนครัว อาทิ ผักบุ้ง ผักคะน้า แตงกวา มาปลูก โดยผักแต่ละชนิดให้ผลผลิตชนิดละประมาณ 10-15 กิโลกรัม และยังให้มีการเพาะเห็ดนางฟ้า 500 ก้อนที่สามารถให้ผลผลิตก้อนละ 60 กิโลกรัมต่อเดือน รวมทั้งการเลี้ยงปลาดุกอีก 800 ตัว
          "ภายหลังการเลี้ยงไก่ เด็กๆจะมีไข่ทานตั้งแต่วันแรกและภายใน 2 สัปดาห์จะมีผลผลิตอื่น เช่น เห็ด ผัก ส่วนปลาดุกสามารถนำไปขายที่ในตลาดได้ราคากิโลกรัมละ 60 บาท เมื่อปลาดุกมีอายุ 3 เดือนโดยมีการสนับสนุนและส่งเสริมให้นักเรียนในโรงเรียนปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการบริหารจัดการพื้นที่ว่างในโรงเรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังสามารถทำให้นักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และยังสามารถพึ่งพาตัวเองต่อไปได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนแล้ว ยังมีผลผลิตเหลือเพียงพอที่จะให้ผู้ปกครองได้ซื้อกลับบ้านในราคาถูกด้วย" ปิติบอกถึงความสำเร็จของโครงการทดลอง


       

          ได้มีการเริ่มนับ 1 ก่อนจะถึง 100 แล้ว

          โดยล่าสุด "สิงห์อาสา" และเครือข่ายนักศึกษาในภาคกลาง ได้ร่วมกับศูนย์ภูมิปัญญาชาวบ้าน(สิงห์อาสา-สิงห์บุรี) ดำเนินโครงการ "100โรงเรียนเกษตรพอเพียง" ขึ้นแล้วที่โรงเรียนวัดเพิ่มประสิทธิผล ตำบลงิ้วราย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ และจะมีการขยายต่อไปอีก 100 โรงเรียนทั่วประเทศ
          ตามแนวของกิจกรรมของโครงการโรงเรียนเกษตรพอเพียงนี้ กำหนดให้โรงเรียนจัดสรรพื้นที่ว่างออกเป็นส่วนๆจัดการปลูกพืชผักสวนครัว การเพาะเห็ด ที่สามารถทำได้ง่ายมากโดยใช้วัสดุราคาถูกมาทำโรงเรือนและเพาะเห็ด รวมทั้งยังได้สร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์เพื่อที่จะสามารถนำไข่ไก่มาเป็นอาหารสำหรับเด็กได้ และการเลี้ยงปลาดุกจากบ่อที่ใช้ผ้าใบปูเพื่อป้องกันการซึมรั่วของน้ำในบ่อ
          "เมื่อเปิดโครงการนี้และนำแนวคิดนี้ลงสร้างเป็นแปลงเกษตรจริง เราจะใช้เครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาระดับมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ทั่วประเทศ เป็นทีมงานลงพื้นที่ในแต่ละโรงเรียนในโครงการ เพื่อก่อสร้างโรงเลี้ยงไก่ไข่ทำแปลงเกษตรสร้างโรงเพาะเห็ดและทำบ่อเลี้ยงปลาดุก ซึ่งในเบื้องต้นบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ วางเป้าหมายสร้างโรงเรียนเกษตรพอเพียงครั้งแรกจำนวน 100 โรงเรียนในปีนี้ เพื่อให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนเกษตรพอเพียงทั่วประเทศ มีความอยู่ดีกินดี เป็นการสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงต้องการเห็นประชาชนมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาตนเอง โดยโครงการนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยดูแลเรื่องอาหารกลางวันของนักเรียน แต่ที่สำคัญยังได้สร้างประสบการณ์มากมายนอกตำราเรียนให้เด็กๆได้เรียนรู้นอกห้องเรียน ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชน เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่างๆและรู้จักใช้ชีวิตที่พอเพียงด้วย" ปิติกล่าวทิ้งท้าย

โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net