วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หน้าบันสำคัญที่ปราสาท เบงเมเลีย:อวสานแห่งรามจันทราวตาร ฉากสุดท้ายขององค์ลักษมัณ


           “...มันถึงเวลาสิ้นสุดบนโลกขององค์อวตารแล้ว...”  “กาลเทวะ” (Kala Deva) ได้กล่าวขึ้นกับพระราม พระองค์เห็นว่าเป็นเรื่องอันสำคัญ  ที่ไม่อาจจะให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ ด้วยเพราะการจากไปของพระองค์กลับสู่ไวยกูณฐ์นั้น อาจทำให้ชาวอโยธยาและโลกนั้นระทมเศร้า ความชั่วร้ายในจิตใจมนุษย์อาจหวนกลับคืน

           จึงทรงรับสั่งแก่พระลักษณ์ ว่า ในการเจรจาเพื่อคืนกลับสู่สวรรค์ของพระองค์กับพระกาลในครั้งนี้  ให้พระลักษณ์คอยเฝ้า ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้เรื่องราวอันสำคัญนี้ และห้ามเข้ามาอย่างเด็ดขาด หากมีผู้หลงเข้ามา พระองค์จะสังหารเสียทันที

.

.

           เมื่อพระลักษณ์กำลังเฝ้าประตูอยู่นั้น  “ฤๅษีทุรวาส” (Sage Durvasa)  อวตารของพระอิศวร มีฤทธามาก มีอารมณ์ฉุนเฉียวและโกรธง่าย จะขอเข้าพบพระรามในเวลาอันสำคัญนี้ แต่พระลักษณ์ ไม่ยินยอม พยายามที่จะเหนี่ยวรั้งด้วยเหตุผลนานัปการ โดยมิได้กล่าวถึงเรื่องราวการกลับสู่สวรรค์ขององค์ราม แต่ฤๅษีทุรวาสไม่สนใจ ทั้งยังขู่ว่า หากพระลักษณ์ไม่ยอมให้ตนเข้าไปพบพระราม จะสาปให้ชาวอโยธยาและลูกหลานของพระรามทั้งหลายประสบความพินาศฉิบหายไปตราบนานชั่วนาน

           องค์ลักษมัณทรงใคร่ครวญ และตัดสินใจที่จะรับความผิดบาปนี้ไว้ด้วยตัวเองทั้งหมด จึงละเมิดคำสั่งอันศักดิ์สิทธิ์เดินเข้าไปให้ห้องเจรจาความ เพื่อแจ้งแก่องค์พระรามถึงการมาของพระฤๅษีทุรวาส พระรามตกใจกับการกระทำของพระลักษณ์  จึงต้องลงมือสังหารพระลักษณ์ตามคำปฏิญาณที่ได้สั่งไว้

           พระลักษณ์ขอเลือกที่จะตายด้วยตนเอง เพื่อมิให้ความผิดบาปทั้งหลายไปตกแก่พระรามอีก  แล้วจึงเดินลงไปสู่แม่น้ำ “สรยุ” (Sarya River) แม่น้ำแห่งกรุงอโยธยา เพื่อจบชีวิตของตนบนโลก กลับคืนสู่ความเป็นอนันตนาคราช บัลลังก์แห่งพระวิษณุเช่นเดิม  

.

.

           เมื่อทุกอย่างกระจ่างเป็นที่รับรู้ถึงวาระสุดท้ายบนโลก องค์รามจึงได้สละร่างบนโลก ด้วยการเดินลงสู่แม่น้ำสรยุ ตามองค์ลักษมัณ กลับคืนสู่สวรรค์เช่นเดียวกัน

.

.

           เพื่อมิให้โลกต้องระทมทุกข์กับการจากไปของพระองค์และพระลักษณ์ ทรงกลับมาปรากฏกาย ณ ที่จุดเดิม ในร่างของพระวิษณุ (พระราม) ประทับบนอนันตนาคราช (พระลักษณ์)  ทรงอวยพรให้กับผู้คนที่มาชุมนุม ณ ที่แห่งนั้น ทรงอวยชัยให้อาณาจักรอโยธยาของพระองค์ได้เจริญรุ่งเรืองไปชั่วนาน   

โดย ศุภศรุต

 

กลับไปที่ www.oknation.net