วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผาลั้ง...โรงเรียนในม่านเมฆที่แรงแม่เหล็กไปไม่ถึง


ผมได้รับภาพถ่ายคุณครูสองคน ทั้งภาพนิ่งและภาพผ่าน facebook จากเครือข่าย e-network สพป.เชียงราย เขต 1 เป็นภาพของคุณครูหญิงหนึ่งชายหนึ่ง สวมใส่ชุดกันฝนหัวจรดเท้าและสวมหมวกกันน้อคแบบเต็มใบ กำลังช่วยกันจูงและเข็นรถจักรยานยนต์ที่สองล้อติดอยู่ในดินโคลนลึกเกือบครึ่งล้อ ซึ่งดินโคลนดังกล่าวก็คือ ถนนสัญจรไต่ดอยมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนบ้านผาลั้ง หมู่ 4 ต.ห้วยชมภู อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของคุณครูทั้งสองนั่นเอง

ผมสังเกตเห็นภาพที่เหมือนกับว่าคุณครูท่านนี้ก้มๆเงยๆอยู่ที่เบาะตอนท้าย ก็นึกเอะใจเหมือนกันว่า เหมือนคุณครูกำลังก้มกราบรถจักรยานยนต์คู่ชีพ คล้ายเหตุการณ์ฮอตน๊อตหลุด ที่กระชากคอเสื้อตะบันหน้าบังคับคู่กรณีที่ขี่จักรยานยนต์เสียหลักเฉี่ยวชนท้ายรถยนต์เก๋งของตนให้ก้มกราบรถเก๋งยี่ห้อฝันที่เป็นจริง เผอิญคุณครูก็โพสต์เฟสบอกเล่าประมาณว่า กำลังกราบรถจริงๆ ผมก็เลยโทรศัพท์สอบถาม คุณครูโดยตรงจึงทราบสาเหตุว่า เป็นอารมณ์ชั่ววูบเพราะรถมันเกิดดับสตาร์ทไม่ติด เลยนึกถึงเจ้าที่เจ้าทาง ก็ต้องกราบ ซึ่งมาตรวจดูภายหลังจึงรู้สาเหตุเป็นเพราะว่า "หัวเทียนบอด !" 

สองคุณครูขาลุยสองท่านนี้ ชื่อ ครูชรินทิพย์  ขันอุระ กับครูปวีณ์สุดา  มหาวงศ์ ซึ่งได้รับคำสั่งจาก พ.อ.อ.พ่ออาสา  ศรีทองอ่อน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านผาลั้ง ให้เดินทางไปส่งงานและจัดหาวัสดุ ข้าวของเครื่องใช้ในการจัดการเรียนการสอน สหกรณ์โรงเรียนหลายรายการ แพ็คใส่ถุงดำขนาดใหญ่มัดติดตะกร้าหน้ารถ ขาไปก็ฟ้าโล่ง ขากลับเจอฝนกลางทาง น้ำป่าไหลหลาก ก็เลยส่งผลให้ถนนดินแดงอัดแน่นกลายเป็นถนนดินโคลน....

เห็นภาพคุณครูทั้งสองท่านลุยโคลนแบบใจเกินร้อย ก็เลยสอบถามรายละเอียดโน่นนี่นั่นตามประสาคนทำงานด้านการข่าวและเคยเดินทางร่วมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านผาลั้ง ให้กำลังใจคุณครูและนักเรียนมาแล้วหลายครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

โรงเรียนบ้านผาลั้ง...เป็นโรงเรียนขนาดเล็กกลางหุบเขา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจ.เชียงราย เส้นทางกว่า 80% เป็นเส้นทางดิน โหดหินตะปุ่มตะป่ำ ขึ้น-ลงดอย สูงบ้าง ดิ่งหล่มบ้าง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงรายถึงโรงเรียนบ้านผาลั้ง มีระยะทางประมาณ 60 กม. พาหนะที่สะดวกในการเดินทางมากที่สุด คือ รถโฟวิลหรือรถจักรยานยนต์ ที่อุปกรณ์ส่วนควบต้องถึงลูกและหัวใจคนเดินทางต้องถึงคน...

ชุมชนบ้านผาลั้งเป็นชุมชนชาวชาติพันธ์เย้าหรืออิ๊วเมี่ยน เด็กนักเรียนชาย-หญิง ระดับชั้นอนุบาลถึงป.6 รวมจำนวน 28 คน ครู 4 คน คุณครูเล่าว่า "ลูกคนรวยๆ เขาจะส่งไปเรียนและพักกับญาติในตัวเมือง"

บรรยากาศในช่วงฤดูหนาวระยะไตเติ้ลห้วงนี้ อุณหภูมิที่บ้านผาลั้งจะอยู่ระดับ 15-16 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวบางปี เคยลดต่ำลงเหลือ 1 องศาเซลเซียส แต่ทุกวันนี้ โรงเรียนบ้านผาลั้งก็อยู่ภายในม่านเมฆและหมอกตลอดทั้งวัน โดยครูบอกว่า บรรยากาศจะเหมือนสวีเดน ผมเลยถามว่า เคยไปประเทศสวีเดนหรือ ? คุณครูบอกว่า ไม่เคยไป แต่ญาติของเพื่อนครูที่อยู่ประเทศสวีเดนเคยเดินทางขึ้นมาที่บ้านผาลั้งในช่วงฤดูหนาวบอกว่า ผาลั้งหน้าหนาวเหมือนสวีเดนมาก

 

"โรงเรียนดีใกล้บ้าน" หรือ "โรงเรียนแม่เหล็ก" เป็นโครงการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อบริหารจัดการทั้งทรัพยากรบุคคล งบประมาณ ค่าใช้จ่ายต่อพ่วง สาธารณูปโภค ไปจนถึงประสิทธิภาพของงานการจัดการศึกษาที่ว่ากันว่าที่ผ่านมา ตำนานของโรงเรียนขนาดเล็กเป็นปัญหาหมักหมมดองเค็มลากยาวแบบแตะตรงไหนก็ไม่ได้ เป็นต้องร้อนฉ่าสะดุ้งโหยง เหตุเพราะ อิทธิพลกระบวนการทางการเมืองและการขบเหลี่ยมของนักการเมืองต่างสายพันธ์

ตามนโยบายโครงการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศของรัฐบาลคสช. เริ่มสตาร์ทปีงบประมาณ 2560 เป็นเฟสแรก โดยเริ่มต้นที่โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนไม่ถึง 20 คนก่อน เฟสที่ 2 ปี 2561 ก็จะขยายผลไปที่โรงเรียนที่มีจำนวนไม่ถึง 40 คน ปีต่อๆไปก็เป็น 60 คนและ 120 ไปตามลำดับ
ในปี 2560 นี้ เปิดประเดิมควบรวมไปแล้วทั่วประเทศ 310 โรง เริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อวันเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา

ครูรชวิชศ์ บุญธรรม ครูชำนาญการ รักษาการ ผอ.รร.บ้านผาลั้งและคณะครู จัดพิธีถวายอาลัย

แม้จะมีกระแสเสียดทานในเรื่องความเชื่อ ความเข้าใจ ความผูกพัน ในฐานะ "บ-ว-ร" บ้าน วัด โรงเรียน ของราษฎร ผู้นำชุมชน ซึ่งก็สงบสยบความเคลื่อนไหวโดยฉับพลันเมื่อมีแอคติ้งและการชี้แจงประกอบรอยยิ้มสบายๆจาก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการว่า "ชุมชนใดมีสมาชิกชุมชน หรือราษฎรคัดค้านเพียงคนเดียว ทางราชการก็จะไม่แตะต้องโรงเรียนขนาดเล็กแห่งนั้นทันที...ซึ่งก็หมายถึงไม่ต้องยุบหรือถูกควบรวมไปหลอมรวมกับโรงเรียนหลักหรือโรงเรียนดีใกล้บ้านโรงเรียนอื่นใด..."

ซึ่งก็ดูเหมือนว่า งบประมาณรายหัวนักเรียนและการพิจารณาจัดสรรด้านจำนวนครู อาคารสถานที่ อาคารประกอบ สื่อการเรียนการสอน ก็จะเป็นไปตามฐานข้อมูลของความเป็นโรงเรียนขนาดเล็กตามระเบียบกติกาของระบบราชการ....ในขณะที่งบประมาณ อาคารสถานที่ ห้องสมุด ห้องไอซีที สนามกีฬา ห้องน้ำ-ห้องส้วม จากภาครัฐก็จะมุ่งตรงไปที่ "โรงเรียนหลัก"หรือ "โรงเรียนแม่เหล็ก" หรือ "โรงเรียนดีใกล้บ้าน" อย่างจริงๆจังๆและอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องตาม "แผนปฏิบัติการพัฒนาประเทศ" และ "แผนปฏิรูปการศึกษา"

โรงเรียนบ้านผาลั้ง สถานศึกษาขนาดเล็กในหุบเขากลางภูสูงชุมชนชาติพันธ์ชาวเย้า วันนี้มีนักเรียน 28 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงป.6 แต่ด้วยเงื่อนไขและเหตุผลพิเศษ ต่อกรณีการเคลื่อนย้ายนักเรียนไปเรียนโรงเรียนหลักหรือโรงเรียนดีใกล้บ้าน หากต้องควบรวมหรือยุบรวมตามแผนบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากถนนหนทางสัญจรไปมาไม่สะดวก โรงเรียนหลักที่อาจจะมีในอนาคตตามเฟสในปี 2561 เป็นต้นไป ก็อาจจะอยู่ไกล รถตู้ รถยนต์ปิ๊คอัพ รถแคปซูลที่ไหนๆก็คงไม่อาสาขับขี้นลงรับ-ส่งนักเรียนทุกวัน...รัฐบาลจึงให้โรงเรียนในลักษณะนี้อยู่ในข่ายโรงเรียนที่รับความช่วยเหลือจากภาครัฐต่อไป โดยไม่มีการนำจำนวนนักเรียนมาเป็นเงื่อนไข ! 

กิจกรรมจัดทำริบบิ้นไว้ทุกข์โดยนักเรียนและมอบให้แก่คุณพ่อคุณแม่ได้ร่วมแสดงออกถึงซึ่งความจงรักภักดีนิจนิรันดร์

เทอเรสต์พักผ่อนชมวิวทิวเขาในม่านหมอกสุดลูกหูลูกตาบนชั้นบนอาคารโรงอาหารของนักเรียน

สองภาพข้างบนนี้เป็นต้นและดอกพญาเสือโคร่งหรือต้นซากุระเมืองไทย ซึ่งจะออกดอกบานสะพรั่งในเดือนธันวาคม-มกราคม ของทุกปี ตอนนี้ก็งวดใกล้เข้ามาแล้ว...นักท่องเที่ยวหรือนักการศึกษาท่านใดมีแผนมาเยือนเชียงรายในเหมันตฤดูนี้ก็ลองวางแผนไปเยือนบ้านผาลั้ง ต.ห้วยชมภู อ.เมืองเชียงรายก็ได้...
มันเป็นสัจจธรรมครับ...แห่งหนตำบลใดในประเทศไทยที่ไปถึงได้ลำบากยากเย็น น่าจะคงอนุรักษ์ธรรมชาติและความเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ท้าทายยิ่งนัก....หนาวนี้ ไต่ภู ดูซากุระที่ผาลั้ง...นะครับ!

 

-  เครดิตภาพ/ครูชรินทร์ทิพย์  ขันอุระ  ณ ผาลั้ง

 

โดย กรมกุชะ

 

กลับไปที่ www.oknation.net