วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฎีกาจากนักศึกษา


  

ฎีกาจากนักศึกษา

นับตั้งแต่ช่วงปลาย พ.ศ.๒๕๐๙ ถึง ๒๕๑๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในถิ่นทุรกันดาร 

 โดยปรากฏว่าได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ นับได้รวมกันถึง ๑๒๑ ครั้ง ทำให้ในเวลานั้นสถาบันพระมหากษัตริย์ได้รับการยกย่องและเป็นที่เคารพศรัทธาจากประชาชนทั่วไป 

 

นอกจากประชาชนแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีความใกล้ชิดกับกลุ่มนักศึกษา และปัญญาชนทั่วไปภายในประเทศด้วย เช่น กลุ่มนิสิตนักศึกษา ซึ่งนอกจากงานพระราชทานปริญญาบัตรแล้วก็ยังได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษอีกด้วย โดยเฉพาะในงานทรงดนตรีที่มักจะมีพระบรมราโชวาทกล่าวถึงเหตุการณ์ของบ้านเมืองอยู่บ่อยครั้ง 

พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อนิสิตนักศึกษา จะเห็นได้จากครั้งหนึ่ง ใน พ.ศ.๒๕๐๖ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สั่งลงโทษนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ก่อเรื่องวิวาทร้ายแรงกับนิสิตคณะอื่น ด้วยมาตรการรุนแรงถึงขั้นไล่ออก 

ก่อให้เกิดความบาดหมางน้ำใจระหว่างนิสิตกับมหาวิทยาลัย ประกอบกับเวลานั้นมีรัฐมนตรีผู้ทรงอำนาจดำรงตำแหน่งอธิการบดี ทำให้บรรยากาศในมหาวิทยาลัยมีความตึงเครียดเป็นอย่างมาก และส่อเค้าที่จะลุกลามเป็นความบาดหมางระหว่างนิสิตกับรัฐบาลต่อไปได้ 

นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จำนวน ๙ คน ได้ไปรอเฝ้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ขณะที่รถยนต์พระที่นั่งกำลังเคลื่อนออกจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อเสด็จฯ ไปทรงดนตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระมหากรุณาธิคุณรับฎีกาไว้และพระราชทานพระบรมราโชวาทว่า 

“..ในขณะที่จะถวายฎีกานั้น จะต้องมีความสำนึกผิดจริงๆ ทางใจด้วย ต้องยอมรับว่าที่ได้กระทำไปแล้ว เป็นความผิดจริง จึงจะอภัยกันได้ ไม่ใช่เป็นการถวายฎีกาแต่เพียงลายลักษณ์อักษร...” 

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงมหาวิทยาลัย ได้ทรงเล่าเรื่องนี้ให้กับที่ประชุมมหาวิทยาลัยให้รับทราบ 

และมีพระราชดำรัสว่า 

"ฎีกานี้ นิสิตทั้งหลายที่ถูกทำโทษ เขียนมายอมรับว่า ทำผิดจริง การที่เขียนมายอมรับว่า ทำผิดนี้ แสดงว่าเขารู้ตัวว่าผิด คนเราทำผิดครั้งเดียวนับว่าเก่ง นิสิตพวกนี้ไม่เคยบอกว่าทำผิดมาก่อน การที่พวกเขาทำผิดและฎีกาบอกมาในวันนี้ จึงอยากให้อธิการและอาจารย์อภัยเขาเสีย" 

ด้วยพระราชดำรัสอันละมุนละม่อมนี้เอง ผู้ใหญ่ทางมหาวิทยาลัยจึงน้อมรับพระราชดำรัส 

เมื่อนิสิตได้มาปฏิญาณตน และขอขมาโทษต่ออาจารย์แล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็ได้คืนสภาพการเป็นนิสิตให้ นับเป็นการคืนอนาคตที่ยาวไกลให้กับนิสิตนักศึกษาที่สำนึกผิดเหล่านั้นเลยทีเดียว

 

(ข้อมูลจากหนังสือ "เอกกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย) 

ที่มา : สกุลไทย

โดย february26

 

กลับไปที่ www.oknation.net