วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

น้ำพระทัยแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน


เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงขึ้นครองราชย์ในพ.ศ. ๒๔๘๙ ประเทศไทยกลายเป็นครอบครัวใหญ่ที่ทรงแบกรับ การทรงงานเป็นเรื่องต่อเนื่องที่ไม่มีวันหยุด เพื่อให้คนไทยในครอบครัวเดียวกันนี้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีหนทางทำมาหากิน เลี้ยงตัวได้อย่างเหมาะสม พระราชกรณียกิจส่วนมากที่ปรากฏสู่สายตาประชาชนจึงเป็นเรื่อง ‘ความเป็นอยู่ - มีกิน’ การวางรากฐานเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

เป็นการทรงงานที่มีผลลัพธ์จับต้องได้

มีภาพที่คุ้นตาคนไทย   

ขณะเดียวกัน ช่วงต้นพุทธศักราช ๒๕๐๐ ยังมีพระราชกรณียกิจอีกส่วนสำคัญ เรื่อง ‘ความมั่นคง’ ของชาติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงห่วงใยทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมอย่างปราศจากความลังเลกับภยันตรายใดใดทั้งสิ้น ทรงทอดพระเนตรความเป็นไปของสถานการณ์ ความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ พระราชทานขวัญและกำลังใจด้วยพระองค์เองอยู่เป็นระยะ

การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมแต่ละครั้ง ไม่เป็นภาพข่าว ไม่มีการเผยแพร่

พื้นที่ซึ่งทรงเสด็จฯ เข้าถึงคือพื้นที่สีแดง ๑๖ จังหวัดเขตภาคอีสาน  เป็น ‘ส่วนหน้า’ ที่อันตรายสูง หมายกำหนดการแต่ละครั้งตอกตราลับที่สุด การถวายอารักขาเป็นขั้นสูงสุด กระทั่งครอบครัวของนายทหารผู้บังคับบัญชาก็ไม่มีโอกาสรับรู้จนกว่าการเสด็จพระราชดำเนินจะผ่านพ้น

น้ำพระทัย และความห่วงใยที่ฉายชัดในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยม เสมือนเป็นการลงรากเสาเข็มแห่งความจงรักภักดีให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุ่มเทอย่างเต็มตัวและหัวใจ สมกับที่ได้มีโอกาส ‘ถือน้ำ’

สถานการณ์ในพื้นที่ซึ่งคลี่คลายจนค่อยสงบลงในเวลาต่อมา เป็นผลลัพธ์ที่เห็นชัด

ที่มาของความภักดีที่ไม่มีวันเสื่อมคลายของเหล่านายทหารและครอบครัว จนสั่งสอนต่อกันมาว่า การถวายชีวิตเพื่อปกป้องพระองค์ท่านเป็นเรื่องธุลี เมื่อเทียบกับพระมหากรุณาธิคุณยิ่งใหญ่ที่ทรงเมตตา ‘ดูแล’ เข้าใจได้จากภาพหายากบางส่วนนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งเรื่องความมั่นคงของเอกราชแห่งชาติไทย เรื่องปากท้องที่ได้เห็น ทำให้บางครั้งรู้สึกไปว่าได้เห็นการทรงงานทุกอย่างแล้ว ก็ยังมีบางเรื่องที่ไกลเกินจะนึกได้ว่าในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านรู้กว้างขวางไปถึงหัวข้อนั้น อย่างรู้จริง และลึกซึ้ง

 

กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๖

ครั้งที่ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระราชปฏิสันถารด้วย เรื่องการรับราชการทหารและงานที่ทำอยู่ เมื่อกราบบังคมทูลว่าเป็นงานเกี่ยวกับภาพยนตร์และดนตรี ทรงมีรับสั่งถามต่อว่า ใช้เครื่องดนตรีแบบใหม่ๆ เช่น Sampler บ้างหรือเปล่า ได้กราบบังคมทูลว่า เคยใช้เครื่อง AKAI S1000 (สมัยนั้นมีอยู่ไม่กี่เครื่องในประเทศไทย)

ท่านรับสั่งตอบว่า ฉันก็ใช้เหมือนกัน Sampling technology นี่ดี แต่ก็ยังทำได้ไม่ทุกอย่างที่อยากได้ Sample Oboe ไม่ได้เลย เสียงออกมาเป็นอะไรก็ไม่รู้ ฟังดูไม่เหมือนของจริง’

แล้วก็รับสั่งต่อว่า  มีอีกอย่างที่ยังไม่ชอบ คือ การ Sample Hi Hat - รับสั่งว่า เสียงเหมือน แต่เวลา trigger ออกมาแล้วรู้สึกแข็ง และไม่เหมือนคนเล่น

จึงกราบบังคมทูลถามว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เคยทรงลองใช้วิธี Multi sample บ้างหรือไม่

(หมายเหตุ Multi sample คือ การ sample หลายครั้งในแต่ละ Dynamic โดย assign แต่ละเสียงตาม MIDI note ที่ต่างกัน หรือใช้ Velocity ที่ต่างกันใน note เดียวกัน)

ทรงรับสั่งว่า ฉันลองมาหมดแล้ว ทั้งใส่ Velocity และใช้หลาย note trigger sample แต่ก็ไม่ได้ผล’

กราบบังคมทูลต่อว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเคยเลื่อน timing ของ Hi Hat บ้างหรือไม่ เพราะคนเล่นจะตี Hi Hat ไม่ตรงตามจังหวะเป๊ะ ทรงรับสั่งว่า ยังไม่เคย แล้วใช้วิธีอะไรเลื่อน timing ล่ะ’

กราบบังคมทูลว่า ‘Sync Box SBX-80 พะย่ะค่ะ’ (สมัยนั้นเท่าที่รู้ มีผู้ใช้อีกหนึ่งท่านเท่านั้น)

ท่านรับสั่งว่า ฉันก็ใช้เหมือนกัน ควรจะเลื่อนมากี่ Bit ดี’

เกิดเป็นความรู้ใหม่ว่ามีผู้ใช้อีกหนึ่งพระองค์

จึงกราบบังคมทูลว่า ‘2 หรือ 3 Bit พะย่ะค่ะ’

 

 

 

 

ช่วงเวลามีค่าแห่งชีวิตตรงนั้น ได้เห็นบางอย่างว่า เจ้านายของเราล้ำยุค และทรง ‘hi tech’ มาก มากกว่าพวกค่ายเพลงทั้งหมดในประเทศไทย ณ เวลานั้น และด้วยหน้าที่การงานของตนเองทำให้มีโอกาสทราบความเคลื่อนไหวของอุปกรณ์เครื่องมือ และเทคนิคในการใช้มากกว่าปกติจนหาผู้ร่วมสนทนาในหัวข้อนี้ได้น้อยราย กลับปรากฏว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านนำยุคไปกว่าใคร ท่านทรง ‘เล่น’ เครื่องมือ อุปกรณ์เหล่านั้นมาหมดแล้ว ทรงเข้าใจศัพท์แสง ขั้นตอนโดยทันที และทรงซักอย่างตรงประเด็น

คำถามที่เกิดขึ้นในใจ คือ ด้วยพระราชกรณียกิจที่ท่วมล้น ทรงเอาเวลาที่ไหนมาทดลองทำดนตรีแบบนี้ คนทำเป็นอาชีพยังต้องใช้เวลาเต็มวัน ทุกวัน

สรุปวันนั้น แม้จะถูกเอ็ดว่ากราบบังคมทูลยาว ทำเอาสำนักพระราชวังเครียดมาก เพราะในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านรับสั่งเพลินจนเวลาผิดคิวกันหมด ก็นับเป็นโอกาสอันเป็นมงคลของชีวิต ให้จดจำได้ทุกถ้อยความในรับสั่งได้เสมือนเพิ่งเกิดขึ้น

 

 

กราบแทบพระยุคลบาท

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้

 

*********

เรื่องเต็มของการ ‘ถือน้ำ’ และการปฏิบัติหน้าที่ของทหารส่วนหน้า เคยเล่าไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๕ King & Country    

Last 4 photos courtesy of M.C. Marsi

 

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net