วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความเชื่อของคนบ้านตาหลวงคง


ความเชื่อของคนบ้านตาหลวงคง

                บ้านตาหลวงคงตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 1,2,3 และ 4 ของตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มีวัดตาหลวงคง(วัดบ่อทอง) วัดสลักป่าเก่า และวัดสลักป่าใหม่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในหมู่บ้าน ในอดีตเมื่อ 200 กว่าปีก่อน สถานที่แห่งนี้เคยเป็นป่าช้ามาก่อน ชาวบ้านเล่าว่าสถานที่แห่งนี้มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ “ คง ” ได้เข้ามาปรากฏและปฏิธรรมมีวิชาอาคม จนเป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้าน ชาวบ้านจึงให้การนับถือท่านมาก ต่อมาก็ได้เปลี่ยนเป็นสำนักสงฆ์

 

                 ลักษณะทางภูมิประเทศ (ภาพดาวเทียมจากgoogle)

 

 

แผนที่เดินดินบ้านตาหลวงคง ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา

 

                ต่อมามีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่า “ พ่อท่านปาน ” เป็นเถระที่มีวิชาอาคมเป็นที่พึ่งเคารพของชาวบ้าน ได้เข้ามาเปลี่ยนจากสำนักสงฆ์ให้กลายมาเป็นวัดบ่อทอง สาเหตุที่ชื่อวัดบ่อทองเนื่องจากมีบ่อน้ำกลางวัด เป็นบ่อน้ำที่ชาวบ้านใช้อุปโภค บริโภค ดังเปรียบเสมือนเป็นบ่อทองของชาวบ้าน แต่ชาวบ้านนั้นก็ยังคงเรียก วัดบ่อทองว่า วัดตาหลวงคง เพื่อเป็นการยกย่องความศรัทธาที่มีต่อตาหลวงคง ซึ่งเป็นพระสงฆ์ผู้ก่อตั้งสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา

                ความเชื่อเรื่องบ่อทอง บ่อทองนั้นไม่ได้เป็นบ่อที่มีทองคำ แต่เป็นบ่อน้ำที่พระสงฆ์ใช้ชำระร่างกาย และเป็นบ่อที่ชาวบ้านใช้อุปโภค บริโภค เนื่องจากบ่อน้ำแห่งนี้เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธ์แห่งเดียวที่ไม่แห้งแล้งไปตามฤดูกาล เมื่อเทียบกับบริเวณใกล้เคียง ซึ่งชาวบ้านได้เปรียบบ่อน้ำแห่งนี้เสมือนว่าเป็นบ่อทองคำ

 

 

 

บ่อทอง ณ วัดตาหลวงคง

 

                นอกจากความเชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพระและบ่อน้ำแล้วก็ยังมีความเชื่อในเรื่องของการเผาศพ ความเชื่อเรื่องของการเผาศพของคนบ้านตาหลวงคง เวลามีผู้คนเสียชีวิตก็จะมีการนำศพมาฌาปนกิจศพหรือเผาศพที่เชิงตะกอนซึ่งจะตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดตาหลวงคง โดยถ้าหากว่าเป็นบุคคลที่มีฐานะในสมัยก่อนจะมีการฌาปนกิจศพโดยการใช้สามส้างแทนเชิงตะกอนส่วนคนธรรมดาหรือคนจนก็จะเผาศพที่เชิงตะกอน

 

 

 ลักษณะเชิงตะกอนแบบสามส้าง

 

               นอกจากนี้ชาวบ้านยังมีความเชื่อต่อวัดสลักป่าเก่าตามที่เล่าคือ มีพระภิกษุธุดงค์รูปหนึ่ง ชื่อว่า  “ หลวงพ่อจอม ”ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ทวดจอม ได้มาปักกลดอยู่ในป่าใกล้ๆหมู่บ้านเก้าบ่อ ซึ่งในสมัยนั้นยังมีบ้านไม่หนาแน่นเหมือนกับปัจจุบัน เมื่อท่านได้ตั้งวัดแล้วท่านได้ใช้เสาสลักปักเป็นอาณาเขตเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและอยู่จำพรรษา จนเป็นที่มาของชื่อวัดว่า “ วัดสลักป่า ”  ปัจจุบันได้มีการเรียกชื่อวัดว่า วัดสลักป่าเก่า เนื่องจากมีวัดสลักป่าใหม่สร้างขึ้นมาตั้งอยู่ในท้องถิ่นเดียวกันวัดแห่งนี้จึงได้มีนามว่า วัดสลักป่าเก่า วัดสลักป่าเก่านั้นไม่มีป่าช้าหรือเมรุเผาศพ หากว่ามีการตายเกิดขึ้นชาวบ้านจะนำศพไปเผาที่วัดตาหลวงคงซึ่งเป็นป่าช้าเก่าในอดีต ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดพี่วัดน้องกันมานาน

                ความสัมพันธ์ของชาวบ้านในละแวกนี้ยังถูกผูกโยงด้วยประเพณีการลากพระ ในวันแรมค่ำ 1 เดือน 11 ความเชื่อเรื่องเรือพระวัดสลักป่าเก่า เป็นเรือพระที่มีลักษณะแปลกกว่าเรือพระของวัดอื่นๆ เรื่อพระจะไม่มีล้อที่ใช้ในการลากแต่จะใช้ฐานของเรือเพื่อใช้เป็นจุดเคลื่อนที่โดยจะมีการแกะสลักฐานของเรือพระเป็นรูปพญานาคทั้ง 2 ด้าน จะใช้กำลังคนมากในการลาก ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงความสามัคคีของชาวบ้าน ส่วนตัวของพระพุทธรูปที่จะยกใส่ในเรือพระ มีความเชื่อกันว่าพระพุทธรูปนี้ถ้าไม่ถึงวันแรมค่ำ 1 เดือน 11 จะไม่มีใครสามารถยกขึ้นได้โดยได้มีการพิสูจน์ของชาวบ้านแล้ว แต่ถ้าถึงวันแรมค่ำ 1 เดือน 11 แล้วก็จะสามารถยกตัวองค์พระได้โดยง่าย การเริ่มลากเรือพระจะเริ่มลากจากวัดสลักป่าเก่า ไปยังวัดตาหลวงคง(วัดบ่อทอง) แล้วลากต่อไปสิ้นสุดที่วัดสลักป่าใหม่ เป็นอันจบพิธีการลากเรือพระ

               

 

 

เรือพระของบ้านตาหลวงคง

 

                  จะเห็นได้ว่าจากความเชื่อของชาวบ้านแห่งบ้านตาหลวงคง ได้หลอมรวมผู้คนในแถบนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ความเป็นอยู่ของคนบ้านตาหลวงคงจึงยังคงมีความสมัครสมานสามัคคี รักใคร่กลมเกลียว ประดุจพี่น้องหรือคงความเป็นเกลอเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นตลอดมา

โดย KingSnake

 

กลับไปที่ www.oknation.net