วันที่ พุธ ธันวาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประชุมโคลงกวี จารึกวัดพระเชตุพน งานสตมาหสมัยพระบรมศพ พระพันปีหลวง


พระพุทธเทวปฎิมากร  พระประธาน ในอุโบสถวัดโพธิ์  

เมื่อกล่าวถึงวัด วาอาราม วัด อันดับต้นๆที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ (รวมทั้งชาวไทย)สนใจที่จะมาชม ก็คือ วัดพระเชตุพนฯ ซึ่งที่นี่ถือเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทย เพราะเป็นแหล่งรวบรวม จารึก สรพศาสตร์ วิชาความรู้ โดยมีเอกลักษณ์ที่จะยกมากล่าวอีกครา นั่นคือ

รูปปั้นฤๅษีดัดตน เอกลักษณ์ภูมิปัญญาและมรดกทางการแพทย์แผนไทย

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงปฏิสังขรณ์วัดโพธาราม พระองค์ทรงได้รวบรวมการแพทย์แผนโบราณและศิลปวิทยาการของกรุงศรีอยุธยาเอาไว้ รวมทั้ง ได้ปั้นรูปฤๅษีดัดตนในท่าต่าง ๆ ไว้ด้วย ซึ่งจำนวนของรูปปั้นฤๅษีดัดตนที่สร้างในรัชกาลที่ 1 นั้น ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด ต่อมาในรัชกาลที่ 3 ได้หล่อรูปปั้นฤๅษีดัดตนในท่าต่าง ๆ รวม 80 ท่า โดยใช้สังกะสีและดีบุก แทนการใช้ดินที่เสื่อมสภาพได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีการแต่งโครงสี่สุภาพเพื่อบรรยายสรรพคุณท่าต่างของฤๅษีดัดตนทั้ง 80 บทด้วย เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายรูปปั้น รวมทั้งมีการลักลอบเอารูปปั้นไปขายบางส่วน ดังนั้น รูปปั้นที่อยู่ภายในวัดโพธิ์จึงมีเหลือเพียง 24 ท่าเท่านั้นซึ่งต่อมา มีการประยุกต์ไปใช้กับการนวดแผนไทย ที่มีท่าพื้นฐานจากท่าฤาษีดัดตน 15 ท่า  

อ่านเรื่องราวฉต่อได้ที่..แบกกล้องสัญจรส่องกลอนภาพ..จารึกวัดโพธิ์มหาวิทยาลัยที่มีพระเจดีย์ประดับกระเบื้องสีย่อมุมไม้สิบสองมากที่สุดแห่งแรกของไทย

  

สืบเนื่องใน เอ็นทรี่  ปัญญาสมวารและวัฒนธรรมการพิมพ์หนังสือหนังสืออนุสรณ์งานศพของไทย ได้นำชม และนำเสนอเรื่่องราวเกี่ยวกับกำเนิด หนังสืองานศพ ของไทย ซึ่งได้กล่าวถึง การบำเพ็ญกุศล เมื่อผู้วายชนม์ ครบ วาระต่าง   ๆ หนังสือที่พิมพ์เนื่องในงานพระบรมศพสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมีหนังสือราชินยานุสสาวรีย์ เล่ม ๑ และราชินยานุสสาวรีย์ เล่ม๒   จัดทำโดยคณะบรรณาธิการหนังสือดุสิตสมิตโดยหนังสือราชินยานุสสาวรีย์ เล่ม ๑ พิมพ์ในโอกาสปัญญาสมวารพระบรมศพและราชินยานุสสาวรีย์ เล่ม ๒ พิมพ์ในโอกาสสตมวารพระบรมศพ  ซึ่งหากกล่าวเป็นเรื่องของสามัญชน ก็คือ พิธีการทำบุญครบ 100วัน 

สำหรับเอ็นทรีนี้ ขอนำเรื่องงราวหนังสืองานศพ สยามที่น่าสนใจอีกเล่มหนึ่ง อันเกี่ยวเนื่องกับ งานพระเมรุพระพันปีหลวง

 


 พระเมรุมาศ พระพันปีหลวง                                ภาพจากวิกิพีเดีย

 

หนังสือประชุมโคลงกวี จารึกวัดพระเชตุพน ที่พิมพ์แจกในงานพระบรมศพสมเด็จพระศรีพัชรินทร์ บรมราชินีนาถ

หนังสือ "ประชุมโคลงกวี จารึกวัดพระเชตุพน"

 

ประกอบไปด้วย ๔ ภาค

 

โคลงภาพ ฤาษีดัดตน

 

โคลงภาพ คนต่างภาษา

 

โคลงภาพเรื่องรามเกียรติ์

 

โคลงด้านปฏิสังขรณ์

 

 

อ่านเรื่องราว ตำรายา และการนวด อันเป็นที่มาของ การยกวัดโพธิ์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย กว่าจะได้หอมไกล..ไม่ธรรมดา!พานั่งไทม์แมชินเลาะเกาะรัตนโกสินทร์วัดโพธิ์-เจริญกรุง-เยาวราช-บำรุงเมืองภาคพิสดาร(1)

 

 

 

 

 

ในรัชกาลที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๓๗๙ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้กรมหมื่นณรงค์หริรักษ์ (พระราชโอรสรัชกาลที่ ๑ พระนามเดิมพระองค์เจ้าชายดวงจักร)(๓) เป็นผู้ทรงกำกับช่างหล่อ รูปฤาษีดัดตนท่าต่างๆ รวม ๘๐ ท่า โดยหล่อด้วย สังกะสีผสมดีบุกเรียกว่า “ ชิน ” ปั้นแล้วตั้งไว้ตามศาลาลาย และจารึกบรรยายสรรพคุณไว้ เป็นโคลงสี่สุภาพแต่งโดยกวีมีชื่อในสมัยรัชกาลที่ ๓ แม้แต่องค์พระมหากษัตริย์ ก็ได้ทรงโคลงเองถึง ๖ บทด้วยกันนอกจากนี้ยังมี พระเจ้าน้องยาเธอ พระลูกยาเธอ ขุนนาง พระภิกษุ ตลอดจนสามัญชน รวม ๓๕ ท่าน ร่วมกันนิพนธ์ รวมทั้งสิ้น ๘๐ บท แล้วจารึกไว้ดังคำโคลงบานแผนกกล่าวว่า “ จึ่งสมเด็จนฤบาล ธก็บรรหารเสาวพจน์ ให้ลิขิตบทโคลงทรงลงจารึกเศลาตราติดผนังกำกับ สำหรับรูปหล่อหลาย แล้วให้พนายจิตกรรม์สฤษฏิรังสรรค์เสาวเลข รจเรขชฎิล ดัดกายินถ้วนองค์ลงในสมุดดุจหล่อส่อท่าตราแผนไว้ ธก็ให้เลขกามาตย์ จำลองศาสตรเส้นรง แสดงโคลงทรงสืบสร้างเป็นตำหรับฉบับอ้างคู่หล้าแหล่งเฉลิม” หลังจากปั้นและแต่งโคลงเสร็จ ได้มีการวาดภาพลงสมุดไทย และมีโคลงกำกับไว้ ผู้วาดภาพ คือ ขุนรจนา ขุนอาลักษณ์ วิสุทธิอักษรเป็นคนตรวจทานเขียนโคลงลงในสมุดไทย ดังคำโคลง 

 

ข้าพระช่างวาดซ้าย สมญา ยศฤา 

 

เสนอชื่อรจนา มาศรู้ 

 

ชำนาญรจนาขวา ตำแหน่ง หมื่นเอย 

 

ฉลุลักษณนักสิทธ์ผู้ ดัดถ้าทั้งมวญ 

 

ขุนข้าอาลักษณนี้ นามกร 

 

คือวิสุทธิอักษร ที่ตั้ง 

 

ทานเทียบระเบียบกลกลอน โคลงราช นี้พ่อ

 

จารึกอักขรทั้ง เล่มสิ้นเสร็จแสดง

ถอดคำโคลง จกาหนังสือ ประชุมโคลงกวี จารึกวัดพระเชตุพนฉบับหอสมุดวชิรญาณ หนังสือที่ระลึกงานสตมาหสมัยพระบรมศพ 
สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนารถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 
พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พ.ศ. 2462 ภาคโคลงท่าฤาษีดัดตน



• ท่าที่ 1 แก้เครียด 
(พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว)

สังกะสีดีบุกเข้า รคนเจือ
หล่อคณะนุ่งหนังเสือ สถิตไว้
กามันตะกีเขือ ข้อยหนุ่ม นักนอ
เหยียดยืดหัตถ์ดัดได้ แต่แก้เกียจกาย ฯ

• ท่าที่ 2 แก้เอวขัด ขาขัด 
(พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว)
ชฎิลดัดตนนี้น่า นึกเอะ ใจชอบ
ชี้ชื่อสังปติเหงะ หง่อมง้อม
ถวัดเท้าท่ามวยเตะ ตึงเมื่อย หายฮา
แก้กะเอาขดค้อม เข้าคู้โขยกโขยง ฯ

• ท่าที่ 3 แก้ลมในอก ในเอว 
(พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว)
อายันญาณยิ่งผู้ ผนวดแขก
เนาพนัสฝ่าแฝก หาบหิ้ว
โรคลมแล่นดุแดก วางหาบ ดัดแฮ
แอ่นอกเอี้ยวเอวสยิว แสยะหน้าเงยหงาย ฯ

• ท่าที่ 4 แก้ขัดเอว 
(พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว)
วัจนัขเนาพนัสห้วย หุบเหว
นอนบนเพลิงเปล่งเปลว ค่ำเช้า
อาพาธเพลิงเปล่งเปลว โอ้เทวษ ฉังเอย
เก็งข้อกดตะคากเข้า ศอกคูณขคุณทึง ฯ

• ท่าที่ 5 แก้ลมปวดศรีษะ 
(พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว)
พระมโนชสำนักนิ์ด้าว ดงยูง ยางแฮ
จิตรพรั่นหวั่นหวาดฝูง มฤคร้าย
กำเริบโรคขบสูง สังเวช องค์เอย
นั่งดัดหัตถ์ขวาซ้าย นบเกล้าบริกำ ฯ

• ท่าที่ 6 แก้ส้นเท้า 
(กรมหมื่นนุชิตชิโรส /สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโรส)
เอนกายกรกดเท้า พักตร์เหิน หาวแฮ
หายที่ส้นลมเดิน ขัดข้อง
นามอิษีศุขวัฒน์เจริญ ฌาณเกิด ไผ่ฤา
โลกย์เรียกสีสุกห้อง ชื่อผู้เจริญญาณ ฯ

• ท่าที่ 7 แก้ปวดท้อง แก้ข้อเท้า 
(กรมหมื่นนุชิตชิโรส /สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโรส) 
ฤาษีสี่ชื่อให้ นามนคร รามเอย
อัจนะคาวีอักษร อะตั้ง
พบชงฆ์เทิดถวัดกร สองไปล่ หลังนา
แก้ขัดข้อเท้าทั้ง ป่วยท้องบรรเทา ฯ

• ท่าที่ 8 แก้เสมหะในลำคอ 
(กรมหมื่นนุชิตชิโรส /สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโรส)
พระยุทอักขระไว้ นามยุท
สืบอักษรตราบสุด สี่สิ้น
นั่งสมาธิหัตถ์ประยุทธ์ เศียรอีก แข้งนา
เสมหะปะทะต้นลิ้น ล่งล้างลำศอ ฯ

• ท่าที่ 9 แก้ลมในแขน 
(กรมหมื่นนุชิตชิโรส /สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโรส)
เหยียดหัตถ์ตัดนิ้วนั่ง ชนเพลา
แก้เมื่อยขัดแขนเบา โทษได้
ยาคะรูปนี้เอา ยาชื่อ ใส่เฮย
ผสมสี่นักสิทธิ์ให้ ชื่ออ้างอยุธยา ฯ

• ท่าที่ 10 แก้สะบักหน้าจม (นายปรีดาราช) 
หัตถ์หน่วงนิ้วเท้าพับ ชงฆ์ชิด เพลงเฮย
แก้สลักไหล่เพื่อพิศม์ ผ่อนน้อย
วะตันตะตบะฤทธิ์ มฤครักษ์ ท่าแฮ
มีแม่โคห้าร้อย หยาดน้ำนมถวาย ฯ 
ดินหญ้ากาช้ำ:

• ท่าที่ 11 แก้ลมทั่วสารพางค์ (พระมุนีนายก)
เสลขกามนามวิสุทธิก้อง ไตรภพ
องค์แอ่นแหงนพักตร์ขบ เขม้นฟ้า
กลับแขนกดขาทบ เน้นนิ่ง อยู่นา
ลมเสียดสารพางค์กล้า ดับด้วยดัดเอง ฯ

• ท่าที่ 12 แก้เข่าขาตาย (หลวงชาญภูเบศร์)
ฤาษีวชิระรู้ศาสตร์ สฤกดิ์กาย กบแฮ
ชื่อเทพมณโทชาย มากชู้
แก้ลมเข้าขาตาย ตึงเมื่อย มึนเอย
ท้าวหัตถ์ชันเข่าคู้ ท่าแม้นละม้ายสิงห์ ฯ

• ท่าที่ 13 แก้ขัดขา ขัดคอ (พระพุทธโฆษาจารย์)
คุกเข่าส้นติดเข้า เข่าขยาย
มือประทับกับเพลาหมาย มุ่งฟ้า
ขัดขาขัดคอหาย ห่างเมื่อย ลงแฮ
โรมสิงค์สิทธิ์ศักดิ์กล้า กล่าวนี้นามขนาน ฯ

• ท่าที่14 แก้แน่นหน้าอก (พระสมุห์จั่น)
โคดมมหาราชนี้ หนวดยาว ยุ่งนา
นกกระจาบทำรังราว กะวะไม้
แหงนหน้าท่าเรอหาว ยืนดัด หลังเอย
แก้แน่นนาภีได้ อกด้วยดีเหลือ

• ท่าที่15 แก้ลมเวียนศรีษะ 
(กรมหมื่นนุชิตชิโรส /สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโรส)
สมาธิขัดหัตถ์ยุดทั้ง เพลาเศียร
สระสว่างแสลงลมเวียน ศิระเกล้า
นามธะทะพระผู้เพียร ผนวชเนิ่น นานแฮ
ธะอักษรควบเข้า เพิ่มให้นามกรุง ฯ

• ท่าที่ 16 แก้เข่า แก้ขา (พระญาณปริยัติ)

• ท่าที่ 17 แก้โรคในอก (พระเพ็ชฎา)
วรเชษฐแปลงเปลี่ยนข้อ ลิขิตสาร
พระรถเรื่องโบราณ บอกแจ้ง
ไสยาสน์เหยียดเครียดปาน ฉุดชัก ไว้แฮ
แก้โรคไออกแห้ง เหือดให้เห็นคุณ ฯ

• ท่าที่ 18 แก้ตะคริวมือ ตะคริวเท้า (จ่าจิตรนุกูล)
อัคนีเนตรนี้อัค- คีโชน เนตรฤา ยืนแย่อย่างยักษ์โขน ออกเต้น
กางกรกดสองโคน ขานีด เน้นนอ
แก้ตะคริวริ้วเส้น แต่แข้งตลอดแขน ฯ

• ท่าที่ 19 แก้ลมตะคริว (พระญาณปริยัติ)
สวามิตคุกเข่าแล้ว เหลี่ยวพักตร์ ผินแฮ
วสิทธิเหยียบยันสลัก- เพชรเคล้น
กรขวาจับบาทชัก เฉวียงฉุด แขนแฮ
โรคตะคริวกล่อนเส้น หย่อนได้หลายเดือน ฯ

• ท่าที่ 20 แก้ลมทั่วสารพางค์ 
(พระองค์เจ้าศิริวงษ์ /สมเด็จพระบรมราชหทัยกาเธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์) 
อิษีอุศัพเนตรเจ้า ตำหรับ
สรรพว่านประกอบกับ เวทใช้
ท้าวแขนพับเพียบทับ หัตถ์แอ่น องค์เอย
แก้ทั่วสารพางค์ให้ เสื่อมสิ้นสรรพลม ฯ

• ท่าที่ 21 แก้เสียดอก (พระศรีวิสทุธิวงศ์)
ยืนเหนี่ยวข้อเท้าเชิด หัตถ์เห็น ยากแฮ
แก้เสียดทรางเส้นเอ็น ขอดได้
นารทเศกไม้เปน ปลิงเกาะ กระบี่พ่อ
ยิ้มเยาะวานรให้ เหือกร้ายรังแก

• ท่าที่ 22 แก้ลมจันทฆาต,ลมเข่า,ลมขา,ลมหน้าอก (สมเด็จพระสังฆราช)
พระนารอทวายุเร้า ทรวงรัน ทำนา
ขัดเข่าขาแลจัน ทฆาตร้าย
ฉวยเท้าท่ายืนหัน เหินเยี่ยง เหาะแฮ
มือหนึ่งคั้นเข่าซ้าย เสื่อมสิ้นสี่ลม

• ท่าที่ 23 แก้เข่าขัด (พระยาอัษฎาเรืองเดช)
ชฏิลดาบสเบื้อง แบบฉบับ
ยืนแยกขาขวาทับ เข่าซ้าย
ประนมหัตถ์ดัดกายกลับ เบือนบิด ตนแฮ
ลมขัดข้อเข่าร้าย เร่งร้าง ห่างสูญ

• ท่าที่ 24 ดำรงกายอายุยืน (กรมหมื่นไกรสรวิชิต) 
ทิศภัยโพ้นผนวชข้าง เขาเขิน
ทิวหนัศชายเนิน ท่าน้ำ
ปรนนิบัติดัดองค์เจริญ ชนมชีพ พระนา
กุมกดธารกรค้ำ พ่างพื้นยืนยัน

• ท่าที่ 25 แก้ลมประกัง (เจ้าพระยาพระคลัง)
กาลชฏิบดัดมล้าง ลมดุ
ไคลขมับจับหณุ นวดเน้น
มึนเศียรมืดจักษุ เสื่อมสร่าง ไซ้แฮ
ไว้ฉบับบอกเส้น ประสิทธิแก้ลมปะกัง

• ท่าที่ 26 แก้ตะโพกสลักเพชร (พระอมรโมลีี) 
สรภังค์ดาบสตั้ง ตนตรง
ถ่างบาททั้งสองทรง แย่แต้
กำหมัดดัดกรจง กดคู่ ขานา
ตะโพกสลักเพชรม้า เมื่อยล้าชาหาย

• ท่าที่ 27 แก้ลมชักปากเบี้ยว ลมลิ้นตาย,ลมเท้าเหน็บ,ลมมือเหน็บ (หลวงลิขิตปรีชา) 
ผิวลมเข่าค่อขั้ง เหน็บหนัก
กายสั่นฟันชิดชัก ปากเบี้ยว
พระกาลสิทธิแถลงลักษณ์ เลศท่า แก้นอ
เหนี่ยวไหล่หน่วงเท้าเอี้ยว อกโอ้อนิจจัง

• ท่าที่ 28 แก้เข่าขัด (พระอมรโมลี)
นักสิทธิโสภาคย์พร้อม พรหมจรรย์
ชื่อมหาสุธรรม์ เลิศแท้
เท้าเหยียบยึดหัตถ์ยัน ขยำเข่า สองนา
ขบขัดข้อเข่าแก้ เมื่อยล้าลมถอย

• ท่าที่ 29 แก้ลมในลำลึงค์ (พระอมรโมลี) 
อัคคะตบะเพี้ยง พลิงผลาญ ภพฤา
ถวายเกราะองค์อวตาร ท่านนั้น
นั่งดัดหัตถ์สองผสาน พนมนิ่ง อยู่นา
เพื่อขัดปัสสาวะอั้น ออกได้โดยใจ

• ท่าที่ 30 แก้มือแก้เท้า (พระยาธิเบศร์บดี) 
พระสุทัศน์นสถิตย์ล้ำ เถื่อนรหง
ครองเครื่องนักสิทธิทรง ห่อเกล้า
ลมดั่งค่อหัตถ์ชงฆ์ หัตถ์ช่วย ดัดแฮ
นั่งกระหย่งยุดเท้า หัตถ์ช้อย เช่นรำ

• ท่าที่ 31 แก้กล่อนแก้ปัตคาด (พระศรีวิสุทธิวงศ์)
แยกขาขืนเข่าตั้ง ตนตรง
แขนแนบหนีบสะเอวองค์ แน่นแฟ้น
คาวินทร์ดำรง กายดัด นี้ฤา
แก้กล่อนปัตคาดแม้น แพทย์แก้ม้วยมึน

• ท่าที่ 32 แก้ลมอัมพฤกษ์ (พระศรีวิสุทธิวงศ์)
โควินทร์แนะกกให้ รามแผลง อสูรฤา
สาบไก่นนทรีแรง ฤทธิเฝ้า
อัมพฤกษ์พิบัติแสดง ดัดดับ คลายนอ
ตั้งซ่นสองมือเข้า ประทับข้างขืนองค์

• ท่าที่ 33 แก้ลมส้นเท้า (พระศรีวิสุทธิวงศ์)
นาไลยไกรเกริกฟ้า ดินขาม
หมู่แพทย์พึงนับนาม ท่านไหว้
บาทาที่กระทกตาม ตาตุ่ม แลพอ
กดเข่าเหนี่ยวแข้งให้ ส้นเท้ามละลม

• ท่าที่ 34 แก้เอว (พระศรีวิสุทธิวงศ์) 
พระวัชมฤคเลี้ยง บุตรลบ
นั่งหย่องสองมือจบ เจิดหน้า
แก้เส้นสะดุ้งขบ เอวยอก หายนอ
ใครอย่าหมิ่นประมาทถ้า ท่านเท้าให้ลอง

• ท่าที่ 35 แก้ลมในขา (กรมหมื่นไกรสรวิชิต) 
รูปมนุษย์หน้าประหนึ่งเนื้อ นามกระไลย โกฎแฮ
บุตรอิสีสิงค์ไสย สาตรรู้
ระบอบระบิลไตร ดายุค โน้นพ่อ
นั่งหย่องสองหัตถ์คู้ ศอกแก้ลมขา

• ท่าที่ 36 แก้เวียนศีรษะ (พระพุทธโฆษาจาริย์) 
แบะขาคู้เข่าเข้า สันเสมอ
บิดไหล่หงายแขนเผยอ ยึดไว้
เวียนเศียรจิตใจเผลอ พลันเสื่อม ส่างนอ
พระสุธามันต์ได้ ดัดแล้วอย่าฉงน

• ท่าที่ 37 แก้ลิ้นกระด้าง (พระรัตนมุนี) 
พระภาระทวาชะเชื้อ ชีดง
อยู่ป่าอาศัยพง พุ่มไม้
คุกเข่าหัตถ์ไคว่ตรง อุระภาค ตนนา
แก้กระด้างลิ้นได้ ท่านี้ดีจริง

• ท่าที่ 38 แก้กล่อนในทรวง (พระรัตนมุนี)
พระวัชรอัคนิศนี้ เชิญนรายณ์ มานอ
มล้างเหล่าอสูรหลาย เลี่ยนหล้า
แยกขาแย่ยอกาย สองหัตถ์ท้าวแฮ
แก้กล่อนร้อนอุระกล้า เกลื่อนสิ้นเสื่อมสูญ

• ท่าที่ 39 แก้ไหล่แก้ตะโพก (พระรัตนมุนี) 
พระชนกนักสิทธนี้ ชนะมาร
ไตรเพทไตรพิธญาณ ย่อมแจ้ง
ยอกไหล่ยอกตะโพกปาน ปืนปัก อยู่นอ
คู้เข่าศอกกดแข้ง หัตถ์เคล้นไครทรวง

• ท่าที่ 40 แก้เท้าเย็นใจสวิงสวาย (หลวงลิขิตปรีชา)
นักพรตประพฤติสร้าง จรรยา
เชิดชื่อกระบิลดา บสเจ้า
เท้าซ้ายไขว่เพลาขวา มือหน่วง เข่าเอย
ลมระงับจับเย็นเท้า อีกทั้งสวิงสวาย
นหญ้ากาช้ำ:

• ท่าที่ 41 แก้ไหล่แก้ขา (พระองค์เจ้านวม) 
สุกทันต์นักสิทธิ์เถ้า เที่ยวเก็บ ยานา
ทาไหล่ชาขาเหน็บ บ่อเปลื้อง
ลุกนั่งยิ่งยอกเจ็บ จึงดัด ตนแฮ
ยืนยืดเอวองค์เยื้อง ย่างเท้าท่าหนัง

• ท่าที่ 42 แก้กล่อนปัตคาต (หลวงชาญภูเบศร์)
สัชนาไลยลี้หลีก ละสง สารแฮ
ยืนย่างหยัดเหยียดองค์ อ่อนแล
สองหัตถ์ท่่่าทีทรง ศรสาตร ไปเอย
บำบัดปัตคาตแก้ กล่อนแห้งหืดหาย

• ท่าที่ 43 แก้คอเคล็ดไหล่ขัด (พระองค์เจ้าทินกร)
นักพรตภักตร์เพศม้า มีแผน พม่านาม
ชื่ออัศวมุชีแขน คู่คู้
ท่่าอัดตัดเหลี่ยมแบน แบะเข่า
คอเคล็ดแคลงไหล่หลู้ โฉลกแก้ตลอดกัน

• ท่าที่ 44 แก้คอแก้ไหล่ (จมื่นราชนาคา)
อีสีสิงค์ดาบสหน้า เป็นมนุษย์
เขางอกแง่เศียรดุจ ดั่งเนื้อ
ยืนดัดหัตถ์สองหยุด กันกด เอวนา
คอไหล่ไข้รังเรื้อ โรคร้ายรึงถอย

• ท่าที่ 45 แก้ลมอัณฑวาต (พระองค์เจ้าศิริวงศ์)
โยคีอะแหม่แม้น แขกพราหมณ์ พรตแฮ
มือสิบเอ็ดนิ้วสลาม ศิวะไท้
แ้ก้ลมอัณฑวาตตาม ลำแล่น เสียวนา
คู้เข่าทั้งสองไขว้ หัตถ์เคล้นไคลคอ

• ท่าที่ 46 แก้เสียดข้าง (พระอริยวงศ์มุนี)
พระองค์อมรเมศแก้ กายโกง
ลนเสียดเสียวสลักโครง ปวดอู้
ซ่นเหนี่ยวเกี่ยวไหล่โชลง ลมแบ่ง เบาเฮย
มือหนึ่งเหนี่ยวขาคู้ ขยาดถ้าระอาทำ

• ท่าที่ 47 แก้วิงเวียน (พระอริยวงศ์มุนี)
ฤาษีสุเมธนี้นั่ง ไม่ถนัด
กระหย่งเท้าเข่าขัด เหลี่ยมถ้า
เอี้ยวองค์อีกสองหัตถ์ ไหว้เหวี่ยง อยู่เฮย
แหงนภักตร์ที่เพ่งฟ้า บอกแก้วิงเวียน

• ท่าที่ 48 แก้ลมมหาบาดทะยัก (พระอริยวงศ์มุนี)
ดาบสบรเมศร์แก้ ลมหลัก
เรียกมหาบาดทะยัก ยิ่งร้าย
นั่งสมาธิ์หัตถ์สองชัก ฉุดแค่ง ขาแฮ
อกแอ่นอืดอัดย้าย โยกเยื้องอินทรีย์

• ท่าที่ 49 แก้แขนขัด (พระอริยวงศ์มุนี) 
ระบือนามโคบุตรก้อง กุณฑ์สรร สฤษดเฮย
ถอดหทัยทศกรรฐ์ เก็บไว้
ท่าดัดพับเพียบผัน ภักตร์น่อย ณ แฮ
แขนไค่ขัดเท้าให้ หัตถ์ไข้นวดแขน

• ท่าที่ 50 แก้ลมปัตคาดลมในเอว (พระยาศรีสหเทพ) 
จุลพรหมสี่พักตร์นี้ แผลงฤทธิ์
ยกเขาเหยียดแขนอีสิต เสือกเท้า
แผนแพทย์พัดโหนดพิส- ดารบอก ไว้นา
แก้ปัตคาดขึ้นเร้า อกบั้นเอวหาย

• ท่าที่ 51 แก้ลมในเท้า (พระญาณปริยัติ)
อัศทิศนั่งแอ่นเอี้ยว องค์แปร
ทับแข้งขาหนึ่งเฉ เฉียดล้ม
กรขวากดอกเอ เอียงเหยียด ซ้ายเอย
แก้เจ็บบาทก้ม พักตร์พลิ้วแพลงหงาย

• ท่าที่ 52 แก้ลมในคอ (พระญาณปริยัติ)
พระกาญจน์ลมเสียดเส้น สอเสียว
เพื่อนดื่นบเดินเทียว เที่่ยวง้อ
แก้คอบิดคอเหลียว ลมเหือดหายแฮ
คู้เข่าขาก่อมก้อ หัตถ์เคล้นไคลขา

• ท่าที่ 53 แก้ลมขา (พระญาณปริยัติ) 
ขุนธาลกะเจ้า เจ็บบาท
เพื่อพิการลมกาจ กับเส้น
ดัดตนแ้กลมชาด ขาเมื่อย ม้วยแฮ
มือหนึ่งนวดอกเน้น หนึ่งค้ำคางแหงน

• ท่าที่ 54 แก้ลมลำลิงค์ ลมอัณฑะ (ขุนธนสิทธิ)
โยคีอังคตกล้า สมาบัติ
รู้ชาติเนาวรัตชัด ชื่อนั้น
แก้ลมเสียดเสียวขัด ลำฝัก หายแฮ
นั่งสมาธิ์นวดคอคั้น ขบเขี้ยวตาขมึง

• ท่าที่ 55 แ้ก้ลมข้อมือ (พระญาณปริบัติ) 
อนิตถิคันธ์ท่า่นนิ่วหน้า ตาถลึง 
ลมเสียดสองหัตถ์ตึง ปวดติ้ว
พับเข่านั่งคำนึง นึกดัด ดั่งฤา
กายชดชระดัดนิ้ว นบถ้าเทพนม

• ท่าที่ 56 แก้ลมอก (ขุนธนสิทธิ์)
สัจพันธ์นักสิทธิผู้ สถิตย์สัจ - พัณฑ์เอย
ลมเสียดทรวงอกอัด โรคเรื้อ
ประจงสองพระหัตถ์ดัด ดัดเข่า สองนา
นรชาติใคร่ได้เชื้อ นวดเท้าอธิษฐาน

• ท่าที่ 57 แก้เส้นมหาสนุกระงับ (พระมหามนตรี)
กามินทร์มือยุดเท้า เหยียดหยัด
มือหนึ่งท้าวเข่าขัด สมาธิ์คู้
้เข้าญานช่วยแรงดัด ทุกค่ำ คืนนา
ระงับราคออยากจะสู้ โรคร้ายภายใน

• ท่าที่ 58 แก้เท้าขัด (พระราชนิพนธ์ ร.3)
มิคาชินทร์มักไต่เต้า เตร่เตร็จ

ล้มพลาดแพลงแคลงเคล็ด ขอดเส้น
ดัดแก้าแบกละเม็ด นั่งแบะ บาทเฮย
เข่าหนึ่งชันมือเน้น นวดแข้งขยำคลำ

• ท่าที่ 59 แก้เส้นทั่วสรรพางค์ (นายปรีดาราช)
อัลทิปะกะโพ้น พงษกระษัตร
ิออกผนวชพนัศลัด หลีกเร้น
กรทอดระทวยดัด องค์อ่อน งามเอย


แก้ทั่วสรรพางค์เส้น ระงับ ได้โดยเพียร

• ท่าที่ 60 แก้ไหล่ขัดตะโพกขัด ( จ่าจิตรนุกุล)
พระอัลกัปะกะเบื้อง พรรพ์รบิล นั้นฤา
รู้ฤกษ์บนมนต์พิณ ผเหลาะช้าง
เศียรหกหัตถ์ดรดดิน ยืนเหย่ง แย่นา
แก้ไหล่ตะโพกเกลียวข้าง เข่าแข้งขาหาย 
ดินหญ้ากาช้ำ:

• ท่าที่ 61 แก้ลมเอว (ออกยาโชฎิกราชเศรษฐี) 
พระไชยาทิศเชื้อ ชฎิลดง 
ลมเสียดเส้นสะเอวองค์ ขดค้อม 
นั่งสมาธิถวัดวง กรเวียด เอวแฮ 
้เหยียดหัตถ์ดัดตนน้อม เหนียวแก้สกลกาย

• ท่าที่ 62 แก้ลมกล่อน (พระยาราชมนตรีบริรักษ์)
สิทธิกรรมนั่งหน่วงเท้า ไขว่คอ 
ตียตลอดสอดมือพอ งูบง้ำ 
ตึงตลอดสอดมือพอ โชลงเข่า ไว้แฮ 
แก้กล่อนแห้งกล่อนน้ำ กล่อนเส้นกล่อนกระษัย

• ท่าที่ 63 แก้ลมมือลมเท้า (พระมุนีนายก)
สิทธาห้อยเท้านั่ง เนินไศล 
ชื่อพยาธิประไลย เลื่องหล้า 
ชูดหัตถ์หัตถ์หนึ่งไคล คลึงศอก ไซ้นา 
ดัดใส่ลมกลัดกล้า เมื่อยเท้ามือคลาย

• ท่าที่ 64 แก้สลักไหล่ (พระสมบัติกาล)
เพ็ชญโองการย่อเท้า เบื้องขวา ยืนเอย 
เท้าหนึ่งยกยันขา กดเส้น 
หัตถ์หนึ่งเหนี่ยวอังสา นิ้วรีด เส้นแฮ 
กรหนึ่งกุมศอกเคล้น ไหล่เท้าลมถอย

• ท่าที่ 65 แก้ลมริดสีดวง (กรมหมื่นศรีสุเทพ) 
อุดมนารอทรู้ กลดัด กายเฮย 
ขาไคว่ไล่สนัด เข่าเข้า 
เหยียดกรอ่อนเอาหัตถ์ หนึ่งส่งศอกนา 
ลมโรคริดสีดวงเร้า ชอบถ้าทำหาย

• ท่าที่ 66 แก้แน่นหน้าอก (พระยาไชยวิชิต) 
ฤาษีสำมิทธิ์แม้น ครูหมอ นวดนา 
ยืนหยัดยกเท้างอ ไคว่ไว้ 
สองมือดัดคางคอ เขย่งยืด ตัวแฮ 
แก้แน่นน่าอกได้ เสียดเส้นลมหาย

• ท่าที่ 67 แก้กล่อน (พระยาบำเรอบริรักษ์)
วาสุเทพทอดอกขว้ำ ลงกับ อาสน์เอย 
นักสิทธิสุพรหมทับ ไหล่แล้ 
เหยียบยันจระโพกจับ ตีนเหนี่ยว นาพ่อ 
วาสุเทพวานแก้ กล่อนร้ายเร็วหาย

• ท่าที่ 68 แก้ลมจุกเสียด (พระสุพรรณสมบัติ) 
นักสิทธิสันโดษด้น แดนดง 
นามพุทธชฎิลทรง ตำหรับแหร้ 
ไคว่หัตถ์รัดอกองค์ สมาธิเพ็ชร นั่งนา 
จุกเสียดสรรพางค์แก้ กอบด้วยดัดหาย

• ท่าที่ 69 แ้ก้ขา (กรมหมื่นไกรสรวิชิต) 
สุทธาวาศชาติทุกข์แจ้ง มรณะ เที่ยงแฮ 
ผนวชหน่ายไอสูรย์สละ เสลขได้ 
อาพาธเพื่อวาตะ ตึงเมื่อย ขาเฮย 
ยกเข่าตู้บาทไขว้ หัตถ์น้าวเหนี่ยวขา


• ท่าที่ 70 แก้กล่อน (พระสมบัติธิบาล) 
ธาระนีพัฒนั่งน้อม โน้มกาย 

 

เท้าเหยียดมือหยิบปลาย แม่เท้า 

ลมกล่อนเหือดห่างหาย เห็นประจักษ์ 

อีกแน่นนาภีเร้า ระงับเส้นกล่อนกระษัย

• ท่าที่ 71 แก้ปวดท้องแก้สะบักจม (พระองค์เจ้าคเนจร)
ทรงนามยามหณุนี้ เนาพนา เวศนา
ชูเชิดสองพาหา หัตถ์ช้อย

นั่งแบะฝ่าบาทา ซ้อนทับ กันแฮ
แก้ป่วนปวดท้องน้อย อีกเส้นสะบักจม

• ท่าที่ 72 แก้ลมในอก (พระองค์เจ้านวม)
พระโสมะยาคะโอ้ อัดดก
อาพาธแน่นในอก อัดอั้น
เหยียดแขนยืดเข่าผงก แหงนพักตร์ อยุ่พ่อ
เอวแอ่นอืดใจกลั้น ดัดแล้วลมถอย

• ท่าที่ 73 แก้ตะโพก ต้นขาขัดหาย (กรมหมื่นนุชิตชิโนรส)
พระสมุทร์ทำถ้าดัด ปลาดหลีก เพื่อนแฮ
ขาแยกยกเฉียดฉีก ครากแท้
ใครเห็นจักหัดอีก ระอาออก โอษฐ์เอย
แต่ท่านเดียวดัดแก้ ตะโพกต้นขาแคลง

• ท่าที่ 74 แก้เท้าเหน็บ (พระยาธิเบศรบดี)
เห็นทุกข์เห็นแท้โทษ เบญจขันธ์
คือพระมาฆะนักธรรม์ สถิตถ้ำ
มือยืดฝ่่าเท้ายัน ยืนย่อ ตัวนา
เท้าเหน็บเย็นยิ่งน้ำ เหนี่ยวแก้เหน็บหาย

• ท่าที่ 75 แก้ปัตคาดแก้ตะคริว (พระองค์เจ้าทินกร)
ดาบสเทวบิฐนี้ นักงาน น้ำนา
ดักสิ่งสรงศิวญาณ อยู่เกล้า
กายปมป่วยพิการ ปัตคาด ตะคริวเอย
ยืนดัดเศียรเย่อเท้า ท่านแก้กลหมอ

• ท่าที่ 76 แก้จุก (พระมหาข้างเปรียญ) 
พระภรัตดาบสโพ้น พากเพียร นักนอ
ตำหรับปรอทเรียน รอบรู้
โรคลมจุกเสียดเบียน บำบัด องค์เอย
นั่งคุกกดเข่าคู้ หัตภ์ค้ำคางหงาย

• ท่าที่ 77 แก้ไหล่ แก้ท้อง แก้อก (กรมหมื่นนุชิตชิโนรส)
นักสิทธิสมาบัติสร้าง สร่างเกลศ
กาละกุรักข์ระบือเดช เพรียกพร้อง
กดผากกดท้ายเกษ บาทขัด คุกแฮ
ระยับโรคลมไหล่ท้อง อุระด้วยดังแผน

• ท่าที่ 78 แก้ขัดแขน (พระองค์เจ้าทินกร)
พระโสณสันโดษด้าว ดงครึม
ภูติโขมดโฆษครหึม กู่ก้อง
ล้มไข้ขบเศียรซึม ยอกขัด แขนนา
ยกศอกขึ้นเข่าจ้อง จรดซ้ยเปลี่ยนขวา

• ท่าที่ 79 แก้ขัดแข้ง ขัดขา (พระองค์เจ้าทินกร)
ปริพาชกนี้ชื่อ โยฮัน เลยแฮ
น้ำพึ่งตั๊กแตนฉัน เช่นเข้า
อยู่ยังฝั่งโยระดัน หนังอูฐ ครองนา
นั่งดัดหัตถ์ถ่างเท้า ขัดแข้ง ขาหาย

• ท่าที่ 80 แก้เส้นสลักสรวง (ออกญาโชฎิ์ราชเศรษฐี)
ผู้ผนวชจีนแจ้งชื่อ หลีเจ๋ง
อยู่เขตเขาซ่าเหล็ง ตึ่งสิ้ว
ลัทธิท่านเคร่งเขม็ง เมืองท่าน ถือฮอ
มือเหวี่ยงผวาท่างิ้ว ระงับเส้นสลักทรวง

 หมายเหตุ

จากพระราชพิธีทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคตครบ ๗ วัน หรือเรียกว่า "สัตตมวาร" ซึ่งเป็นประเพณีตามความเชื่อของพระพุทธศาสนา โดยหลายจังหวัดได้ร่วมจัดพิธีกรรมนี้

 

การทำบุญเพื่ออุทิศให้แก่ผู้วายชนม์ เริ่มมีมาในครั้งพุทธกาลสมัยที่พระเจ้าพิมพิสารสร้างวัดเวฬุวันถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมสัมพุทธเจ้า แต่พระองค์ยังไม่กรวดน้ำอุทิศบุญให้พระญาติของพระองค์ที่ล่วงไปแล้ว ดังนั้น เมื่อเรานึกถึงคุณความดีของผู้ล่วงลับไปแล้ว ก็ควรทำบุญอุทิศให้ผู้ตายโดยเฉพาะพ่อแม่พี่น้องหรือญาติๆ ที่มีอุปการคุณแก่เรา เราควรตอบแทนบุญคุณท่านด้วยการทำบุญไปให้ เป็นหน้าที่อีกอย่างของบุตรธิดาที่ต้องทำเมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณ

วันทำบุญครบกี่วันของผู้ตายใช้คำเรียกอย่างไร

จาก “หมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล” ใช้คำเรียกดังนี้ -

ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (๗ วัน)
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (๑๕ วัน)
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (๕๐ วัน)
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตมวาร (๑๐๐ วัน)

ศัพท์ที่ควรรู้ก่อน คือ “ม” และ “วาร” ที่อยู่ท้ายคำ

(๑) “ม” (มะ) เป็นปัจจัย ใช้ประกอบเข้าข้างท้ายศัพท์สังขยา

“สังขยา” คือคำที่ใช้เรียกจำนวน มี 2 ชนิด คือ -

(1) “ปกติสังขยา” คือคำบอกจำนวนของสิ่งที่นับ เช่น (ภาษาไทย) “5 คน”

“5” คือปกติสังขยา

(2) “ปูรณสังขยา” คือคำบอกเฉพาะลำดับของสิ่งที่นับ เช่น “คนที่ 5”

“ที่ 5” คือปูรณสังขยา

“ม” (มะ) เป็นปัจจัย ใช้ประกอบเข้าข้างท้ายศัพท์ปกติสังขยาทำให้เป็นปูรณสังขยา เช่น -

ปญฺจ = 5 
ปญฺจม = ที่ 5

(๒) “วาร”

บาลีอ่านว่า วา-ระ รากศัพท์มาจาก วรฺ (ธาตุ = ผูก, พัน, มัด) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, “ทีฆะต้นธาตุ” คือยืดเสียง อะ ที่ ว-(รฺ) เป็น อา (วรฺ > วาร)

: วรฺ + ณ = วรณ > วร > วาร แปลตามศัพท์ว่า “เวลาที่ผูกไว้” หมายถึงเวลาที่กำหนดไว้ตามเหตุการณ์นั้นๆ หมายถึง วาระ, โอกาส, เวลา, คราว (turn, occasion, time, opportunity)

ความหมายของศัพท์ :

(1) “สัตต” บาลี : สตฺต (สัด-ตะ) = 7 
“สัตตมวาร” (สัด-ตะ-มะ-วาน) = วาระที่เจ็ด > ครบ 7 วัน

(2) “ปัณรส” บาลี : ปณฺณรส (ปัน-นะ-ระ-สะ) = 15 
“ปัณรสมวาร” (ปัน-นะ-ระ-สะ-มะ-วาน) = วาระที่สิบห้า > ครบ 15 วัน

(3) “ปัญญาส” บาลี : ปญฺญาส (ปัน-ยา-สะ) = 50 
“ปัญญาสมวาร” (ปัน-ยา-สะ-มะ-วาน) = วาระที่ห้าสิบ > ครบ 50 วัน

(4) “สัต” บาลี : สต (สะ-ตะ) = 100 
“สัตมวาร” (สัด-ตะ-มะ-วาน) = วาระที่ร้อย > ครบ 100 วัน

พจนานุกรมว่าอย่างไร :พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า -

(1) สัตมวาร : (คำนาม) วันที่ครบ ๗, วันทำบุญครบ ๗ วันของผู้ตาย.

(2) ปัณรสม- : (คำวิเศษณ์) ที่ ๑๕. (ป.).

(3) ปัญญาส- : (แบบ : คำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ ไม่ใช่คำพูดทั่วไป) (คำวิเศษณ์) ห้าสิบ. (ป.).

(4) สตมาหะ : (คำนาม) วันที่ครบ ๑๐๐. 

จาก Fb อาจารย์ ทองย้อย แสงสินชัย .

 

 

 

แผนผังวัดพระเชตุพนฯ

 

  1. Phra Ubosot - พระอุโบสถ

     

  2. Ubosot-Wall (Kampaeng Kaeo) - กำแพงแก้ว

     

  3. Eastern Viharn - พระวิหารทิศตะวันออก

     

  4. Southern Viharn - พระวิหารทิศใต้

     

  5. Western Viharn - พระวิหารทิศตะวันตก

     

  6. Northern Viharn - พระวิหารทิศเหนือ

     

  7. Phra Prang - พระปรางค์

     

  8. Five Chedi on Single Base - พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว

     

  9. Phra Chedi Rai - พระเจดีย์ราย

     

  10. Phra Rabieng (Gallery) - พระระเบียง

     

  11. L-shaped Viharn - พระวิหารคด

     

  12. Model Hills - เขามอ

     

  13. Phra Maha Chedi Group - พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล

     

  14. Phra Mondop (Library) - พระมณฑป (หอไตรจตุรมุข)

     

  15. Library Pavillon (Museum) - พระวิหารทิศพระนาคปรก (ห้องจัดแสดงโบราณวัตถุ)

     

  16. Viharn of the Reclining Buddha - พระวิหารพระพุทธไสยาส

     

  17. Sala Kan Parien (Preaching Hall) - ศาลาการเปรียญ

     

  18. Misakawan Park (The Bodhi Tree) - สวนมิสกวัน

     

  19. Crocodile Pond - สระจระเข้

     

  20. Belfry - หอระฆัง

     

  21. "Crowned" Gate with Chinese Stone Giants - ซุ้มประตูทรงมงกุฎ และ ตุ๊กตาจีน

     

  22. Thai Traditional Medical Science School - โรงเรียนแพทย์แผนโบราณ และ การนวดแผนโบราณ
  23. Sala Rai (Multipurpose Pavillon) - ศาลาราย

  

เครดิตรวบรวม โคลงจากหนังสือ ประชุมโคลงกวี จารึกวัดพระเชตุพน(โคลงท่าฤาษีดัดตน)  :http://www.vichanum.net/board/forum.php?mod=viewthread&tid=1509

 

คลิกอ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง....

แบกกล้องสัญจรส่องกลอนภาพ..จารึกวัดโพธิ์มหาวิทยาลัยที่มีพระเจดีย์ประดับกระเบื้องสีย่อมุมไม้สิบสองมากที่สุดแห่งแรกของไทย

บล็อกต๊อง (๑๘) หมวยอาสา พานั่งไทม์แมชชีน ไปเที่ยวกันเต๊อะ ღ (เที่ยววัดวันหยุด…อิ่มอกอิ่มใจ) 

ประชุมโคลงกวี จารึกวัดพระเชตุพน งานสตมาหสมัยพระบรมศพ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนารถ 

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net