วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กว่าจะได้ปลูกหญ้า และตามรอยพ่อที่เมืองตรัง


สวัสดีครับ พี่น้องทุกท่าน หายหน้าหายตาไปนานอันเนื่องจากภาระกิจรัดตัวจนแทบกระดิกไปไหนมาไหนไม่ได้ แต่กระนั้นลมหายใจยังคิดถึงชาว OkNation ทุกคน 

 

ผมจำได้ว่า ไปร่วมทริปปลูกหญ้าให้พะยูน ปี แรก แต่ครั้งที่สองไม่ได้ไป เพราะไม่สามารถหยุดงานได้นานหลายวัน เลยต้องแอบมองอย่างเสียดาย


ใจผมก็เฝ้ารอ เฝ้ารอ ปีที่ 3 จนลืม และแล้วความฝันผมก็เป็นจริงเห็นมีข้อความ Share ในเฟสบุ๊คของพี่เจ้าหญิง ว่าจะจัดทริป "ตามรอยพ่อ ต่อลมหายใจให้ลิบง ปลูกหญ้าให้พะยูน ปี 3" แถมครั้งนี้ตรงกับวันหยุดไม่ต้องลางาน ว่าแล้วก็ต้อง SoundCheck ซะหน่อย บางคนไม่ทราบข่าว บางคนชวนแล้วเงื่อนไขชีวิตเยอะ...ผ่าน บางคนก็จองตั๋วรถไฟแล้ว...อ้าวแล้วเราจะไปยังไง นั้นคือปัญหา


การเดินทางน้ดหมายเจอกันที่สถานีรถไฟตรัง เวลา 8.30 น. คำถาม ฉันจะไปวิธีไหน?

1. เครื่องบินไฟท์เช้า ค่าเครื่อง 1,487-1,843 บาท

2. ค่ารถทัวร์ รถปรับอากาศ VIP 24 ที่นั่ง 1,040 บาท

ออกเวลา 19.00 น ถึงตรัง 7.00 น.

3. ค่ารถไฟ เหลือแต่ตู้นอนชั้น 1 เตียงล่าง 1,485 เตียงบน  1,280

ขบวนที่ 83 ออกเวลา 17.05 น. ถึง 8.05 น.

พี่พิทักษ์ Post รูปตั๋วรถไฟว่าจองแล้วตู้นอนชั้น 2 แล้วกระซิบบอกว่าเหลือไม่กี่ที่  แล้วตามด้วยพี่ลูกเสือฯ บอกจองมาติดๆ อ้าว แล้วเรายังไม่จองเลย จริงๆตอนแรกรถไฟไม่อยู่ในหัวเลยเพราะ ต้องออกก่อนเวลาเลิกงานเพื่อไปขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง จึงเหลือตัวเลือกแค่สองที่ คือ เครื่องบิน กับ บขส.

แต่ปัญหาก็คือ ถ้าไปเครื่องบินหรือ บขส. ก็ต้องเหมารถหรือหาบล๊อกเกอร์ที่นำรถไปมาช่วยรับที่  ว่าแล้วจองเครื่องบินนกแอร์ แต่กระนั้นก็ยังหวั่นๆ เพราะนกแอร์ไฟท์มัก Delay แล้วรถทัวร์หละต้องไปจองที่สายใต้ใหม่? ...คิดไม่ออก..สรุปหลับไปก่อนไม่ได้จอง

ผ่านไปอีกวัน ราคาเครื่องบินก็ขึ้นอีก เอาหละหว๊ะ ลองรถไฟดีกว่า เพราะหลายคนไปรถไฟ แต่ต้องไปซื้อตั๋วที่สถานีเหรอ ช่วงก่อนเที่ยงลองโทร 1690 เสียงเจ้าหน้าที่รับสาย เราแจ้งเป้าหมายการเดินทางไปตรัง ตู้นอนชั้นเต็ม เหลือแต่ตู้นอนชั้นหนึ่งกับที่นั่งชั้น 3

เมื่อหลายสิบปีก่อนผมเดินทางโดยรถไฟ มักชำเลืองดูตู้นอนชั้น 1 ว่ามันเป็นอย่างไร อีกทั้งราคามันใกล้เคียงกับเครื่องบิน อย่างงั้นก็ดี จะได้เอางานขึ้นไปทำบนรถไฟเลย คิดแล้วจองทันที่ เจ้าหน้าที่ถามชื่อนามสกุล เลขบัตรประชาชน พร้อมกับย้ำวันและเวลาเดินทางไปกลับ ให้ผมทวนฟังอย่างช้าๆ  พร้อมกับบอกว่าระบบได้ดำเนินการจองไว้แล้ว คุณเวลา 24 ชม ในจ่ายเงินและรับตั๋ว  ผมถามว่า รับตั๋วได้ที่ไหน เจ้าหน้าที่บอกว่า สามารถรับได้ทุกสถานที เพราะเรา online เชื่อมกันทุกสถานี ที่ทำงานผมติดสถานีแม่น้ำรับได้ตั๋วได้ไหม เจ้าหน้าที่บอกรับได้แต่ สถานีนี้ต้องจ่ายเงินสด ไม่รับจ่ายบัตรเครดิต.. และแล้วบ่ายวันนั้น ผมก็เดินทางไปร้บตั๋ว พร้อมกับ Post รูปตั๋วโชว์ว่า ผมจองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พี่ลูกเสือบ่นว่า ทำไมไปจองสถานีเขาถึงบอกว่าตู้นอนชั้น 1 เต็มแล้ว ไม่อย่างนั้นผมจองแล้ว....สรุปเราได้ไปขบวนเดียวกันแต่อยู่กับคนละตู้


วันเดินทางมาถึง ผมออกจากที่ทำงานเวลา 16.00 น. ไปขึ้น BTS แบริ่ง แล้วต่อ MRT ที่อโศก ถึงหัวลำโพง 16.45 น. ผมไปอ่านจากที่ไหนก็ไม่รู้ว่า ที่หัวลำโพงเขามีห้องรับรองผู้โดยสารชั้น 1 ก็เดินวนหาตั้งนาน จนใกล้เวลา 17.00 น. คงไม่เจอแล้ว ก็เดินไปชานชลา 10 เจอรถไฟจอดอยู่แต่บอกว่า ไปทุ่งสง ไม่ใช่ตรัง หรือว่ารถยังไม่มานะ..

 

ผมยื่นตั๋วถามเจ้าหน้าที่ว่าไปตรังครับ เจ้าหน้าบอกว่ารถไฟคันนี้ไปตรัง แต่เนื่องจากน้ำท่วม รถเลยไปแค่ทุ่งสง ต้องลงไปต่อรถบัสอีกที่ แกส่งเราขึ้นตู้แล้วบอกว่า ห้องที่เรานั่งอยู่ริมสุด  ตู้เราเป็นตู้สุดท้าย สะดวกดี ไม่ต้องเดินไกล  เจ้าหน้าที่ขอตัวไปรับลูกค้ารายอื่นต่อ บอกว่า ลูกค้าหลายคน งง โดยเฉพาะชาวต่างประเทศ งง มาก ทำไมต้องนั่งรถทัวร์ต่อไปด้วย อย่าว่าแต่ฝรั่ง งง เลย ผมก็ งง ขึ้นรถไฟครั้งแรกในรอบ 20 ปี เจอแจ๊คพอตเลย


17.30 น. รถไฟออกช้ากว่าเวลาที่กำหนด ได้ข่าวว่า รถไฟรอพี่พิทักษ์มาสาย เพราะแกดูเที่ยวรถไฟเวลาขากลับ คิดว่าเวลาขาไป ผมเขียนถามข้อความว่า พวกพี่อยู่ตู้ไหน ทราบว่าทุกคนอยู่ตู้ที่ 7 ผมอยู่ตู้ 11 เดินตามหานะซิ ตัดขึ้นผ่านตู้เสบียง ตู้นอนชั้นสอง ตู้ชั้นสองพัดลม ก็ยังไม่เจอ กำลังจะไปตู้ช้้น 3 พัดลม ก็คิดว่า แกบอกว่าจองตู้นอนชั้น 2 ไม่ใช่เหรอ หันกลับไป เจอพี่ลูกเสือยืนอยู่บนที่นั่ง...ความคิดแรกผมแว๊ป อ้าวตู้ชั้นสองพัดลม ไม่ใช่ตู้นอน ดังนั้น รวมตัวถ่ายรูปก่อนที่จะแยกย้ายกลับตู้ที่พัก

 

ตู้นอนชั้นหนึ่งก็เป็นตู้ที่มีสองเตียงล่างบน ในห้องมีอ่างล้างหน้า กำลังนั่งคิดว่า ใครจะเป็นผู้โชคดีมาพักกับเรานะ สงสัยห้องคงแคบแน่ๆ 

 

ในห้องมีปลักไฟอันเดียวอยู่เหนือ ประตูทางเข้า มีกล่องตะแกรงไว้รองอุปกรณ์ที่ใช้ไฟ เช่นโทรศัพท์ แต่ผมเอาปลั๊กพ่วงมา ดังนั้น จึงลากสายยาวมาที่โต๊ะเล็กๆบริเวณหน้าอ้างล้างหน้าได้


วันนี้ นอนคนเดียวนะครับ อยากจะให้ปูที่นอนเมื่อไร ไปตามผมมานะครับ คืนนี้พักให้สบาย .....เจ้าหน้าที่ประจำตู้บอก อย่างนี้เราก็สบายซิ ....สำหรับวันพรุ่งนี้ ช่วง 6 โมงเข้า ผมจะมาปลุกให้เก็บของไปลงต่อรถบัส ตอนนี้ทางรถไฟที่ตรังน้ำท่วม  เก็บตั๋วให้่ดีนะครับ

 


ไม่ทราบว่าจะรับอาหารไหมค่ะ พนักงานตู้เสบี่ยงเดินมาถาม แน่นอนไหนๆ มาขึ้นรถไฟต้องลองอาหารบนตู้รถไฟ 

มีอะไรอร่อยบ้าง และสั่งอะไรได้บ้าง ผมถาม .....พนักงานตอบ อร่อยทุกอย่าง สั่งได้ทุกอย่างเลยค๋ะ...

ในใจแหม อยากลองสั่งส้มตำปูร้า ลาบหมู คอหมูย่าง พอร์คช๊อป เป็ดปักกิ่ง ดู แต่อย่างเลย เกิดเขาหามาได้พาลจะซวยเอา

เลยสั่งอาหารสิ้นคิด กระเพราไข่ดาว แล้วขอน้ำอัดลมนะ... ผมสั่งอาหารเพื่อให้จบๆกันไป


ทริปรถไฟทริปแรกก็สนุกขนาดนี้แล้ว ผมนั่งลงบนเก้าอี้ที่พัก ก่อนจะเตรียมอุปกรณ์เพื่อนั่งทำงาน

หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว ก่อนทำงานก็ขอทำธุรส่วนตัว ไปห้องน้ำ ในตู้ชั้นหนึ่ง มีห้องน้ำใช้รวมกันอยู่สองห้อง

ห้องแรกเป็นห้องอาบน้ำและห้องส้วม มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย เลิศๆๆ อาบน้ำต้องห้องนี้ แต่ถ้าต้องถ่ายหนักก็ต้องเกาะดีๆ รถไฟค่อนข้างแกว่งมาก อาจทำให้เป้าหมายของท่านผิดทิศทาง

ต้องมาอีกห้องหนึ่งมีเฉพาะห้องสุขา อันนี้ดีหน่อยเป็นแบบนั่ง ห้องส้วมทั้งสองใช้ระบบเดียวกับห้องน้ำในเครื่องบิน คือ เมื่อใช้เสร็จกดบุ่มก็จะดูดทุกสิ่งออกไป

อาบน้ำเสร็จ ก็กลับมานั่งทำงาน ตอนแรกก็ดูโอนะ แต่พอนั่งทำๆไป ทุกครั้งที่รถเคลื่อน สิ่งของที่อยู่บนโต๊ะก็จะเลื่อนลง สุดท้ายไม่ต้องนั่งทำบนโต๊ะ เรียกเจ้าหน้าที่มาปูที่นอน ก็นังทำบนเตียงแทน จนกระทั้ง 4 ทุ่ม รู้สึกตาลาย รู้สึกว่า พื้นค่อนข้างแกว่ง ไม่ไหวได้แค่นี้ขอนอนก่อนแล้วกัน

ผมปิดไฟห้อง เปิดไฟหัวเตียง นอนอ่านหนังสือสักพักก็เริ่มตาลาย ขอนอนดีกว่า

ยิ่งดึกเท่าไร ผมรู้สึกว่า เสียงล้อรถไฟบนรางเหล็กมันเริ่มดังเรื่อยๆ สงสัยหัวเตียงผมตรงกับล้อรถไฟพอดี

เตียงนอนตั้งลักษณะขวางกับตัวรถไฟ ไม่เหมือนตู้ชั้นสอง ที่ขนานกับตัวรถไฟ แถมอยู่ตู้สุดท้าย ดังนั้นทุกการเบรคจอด และออกตัว จะเกิดอาการสบัด เบาะปูนอนผมค่อยๆ ร่นลงจากเตียง เนื่องจากไม่มีขอบกัน

ผมตื่นๆ ทุกๆ ครั้งที่มีการเบรค ตัวจะกลายเป็นแหนมกลิ้งไปมาซ้ายขวา ที่นอนก็เริ่มเลื่อนลงไปที่พื้่น

สรุปตั้งใจจะนอนให้สนิท ก็ไม่ต้องไปคาดหวัง ตั้งใจจะนั่งทำงาน ก็ไม่ต้องคาดหวังได้ทำ ดังนั้นเปลี่ยนเป้าหมายใหม่...ไปเที่ยแทนแล้วกัน

หกโมงเช้าผมนั่งเก็บของและทำภาระกิจส่วนตัว สังกาแฟมานั่งกินเสียไป 20 บาท รอเจ้าหน้าที่มาเรียก จนกระทั้ง 7 โมงเช้ารถไฟถึงทุ่งสง ผมเดินไปถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องลงไปต่อรถไหม เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่ต้องแล้ว เมื่อคืนตอนตี 2 น้ำเริ่มลด ฝนไม่ตกต่อ รถไฟสามารถวิ่งต่อไปตรัง แต่ต้องวิ่งไปช้า ไชโย ไชโย ไม่ต้องลำบาก


รถไฟถึงสถานีรถไฟตรังเกือบ 9 โมงเช้า การที่เป็นตู้สุดท้ายต้องเดินไกลหน่อย ต้องรีบเดินไม่อย่างนั้น ไม่ทันถ่ายภาพร่วมกับชาว OK ที่มารอรับที่สถานีรถไฟ มีทั้งมาจากชุมพร ตรัง กระบี่


รถมารับเทห์มากๆ รถคันนี้น่าจะคงมีเหลือไม่กี่คันในภาคใต้

 พี่ลูกเสือขึ้นไปนั่งรออยู่แล้ว

 

คุณนรอง ใบ้หวยมาฝากชาว OK


รวมสมาชิกกันครบแล้ว เดินทางออกจากสถานีรถไฟแล้วไปกินอาหารเช้ากัน เสร็จแล้วไปเที่ยวจวนอดีตเจ้าเมืองตรัง

พี่บาวกำหนัน และพี่สำรวจฟ้า เดินทางจากกระบี่ และหาดใหญ่มาสมทบกัน บรรยากาศแห่งความคิดถึงโชยมาแต่ไกลแล้ว


พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี  ตั้งอยู่ถนนหน้าค่าย อยู่ห่างจากเทศบาลกันตังประมาณ 200 เมตร เป็นที่ตั้ง ของสถานที่ประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองตรัง “จวนเก่าเจ้าเมืองตรัง”


บ้านพักอดีตเจ้าเมืองตรัง พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เป็นเรือนไม้ 2 ชั้น


มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งและเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่านอย่างครบถ้วน โดยทายาทตระกูล ณ ระนอง เป็นผู้ดูแลรักษา

 


ชาวกันตัง และเทศบาลเมืองกันตัง เห็นว่าบ้านหลังนี้คือหลักฐานสำคัญทาง ประวัติศาสตร์ที่ควรรักษาไว้คู่เมืองตรัง จึงคิดจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงชีวิต และผลงานของพระยารัษฎาฯ ให้ชาวตรังได้ศึกษา จดจำ โดยได้ขออนุญาตใช้เป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงคุณูปการของพระยารัษฎาฯ ขอใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ โดย ตาโต๊ะเบียนจง อนุญาตให้จังหวัดตรังใช้บ้านหลังนี้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ เมื่อ 10 กันยายน 2535 ใช้นามว่า พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง)


ตกกะใจนึกว่าแม่ครัว ทำไมหน้าคุ้น ที่แท้พี่เจ้าหญิง กับคุณนรอง นั้นเอง


น้องสาวคนสวยเป็นคนดูแลที่นี้ ดูจากหุ่นแล้ว น่าจะสามารถดูแลสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

  

 คุณนรอง น้องสาวคุณนรอง พี่เจ้าหญิง

กลุ่มนี้ ดูเหมือนจะคิดถึงกันมาก พูดคุยกันไม่ยอมออกจากพิพิธภัณฑ์ พี่ใหญ่ ใจดี ผู้ take care เราในทริปนี้

แหม วัยรุ่นคันนี้  นั่งรอพร้อมแล้วจะไปต่อ

มาตรังทั้งที่พลาดไม่ได้ที่จะต้องมาเที่ยวสถานีรถไฟกันตัง 

 

 เอ!!! เรามีนัดกับ Bloger ที่สถานีนี้ เจอแต่เด็กนักเรียนมาจากระบี่ มาทัศนศึกษา 

เผลอแว๊ปเดียว ป้าชบาออกมายืน action ถ่ายรูปคู่กับพี่บ่าวกำหนัน

 

ไม่ต้องเสียเวลา เจอหน้ากันทักทายแล้วก็ถ่ายรูป  แหม มาดป้าชบาเหลือร้าย 

คนเริ่มเยอะแล้ว

 

ถ่ายรูปหมู่กันซะหน่อยก่อนออก

 

ออกเดินทางกันต่อ บนทางระหว่างขึ้นโป๊ะข้ามแม่น้ำ

 

ป้าชบาขอเป็นพลขับ แล้วให้พลขับลงไปถ่ายรูปให้ 

 

 ถึงแล้วท่าเรือไปเกาะลิบง เราแวะทานอาหารที่ร้านอาหารบริเวณท่าเรือ ก่อนออกเดินทาง


 พี่ลูกเสือกำลังทานอาหารว่างอย่างเอร็ดอร่อย

เสร็จจากการเยี่ยมชม เราแวะทานอาหารเที่ยง ก่อนเดินทางไปเกาะลิบง...

 นับถือใจพี่บ่าวกำหนัน นอกจากขับรถมมาจากกระบี่มารับเพื่อนๆแล้ว ยังช่วยขนของลงเรือ อ้าว!!! พี่บ่าวไม่เอากระเป๋าเสื้อผ้าไปด้วย

ของกินป้าชบา เหมาขนยกตลาดปัตตานี เอามาฝากชาว OK

 

 

ออกเดินทาง

 หัวใครโผล่มานะ


ลีลาพี่่คนขับเรือสุดๆๆ

เห็นวิวนี้แล้วคิดถึงจังเลย

 

 

เลือกพาหนะได้ตามใจชอบเลย

 

ถึงแล้วที่พักลิบงมัลดีฟ 

เก็บของเรียบร้อยแล้ว ก็พาทัวร์เกาะลิบง มีรถให้เลือกสองคัน แต่เป้าหมายไม่เหมือนกัน คันหนึ่งไปชายทะเล อีกคันไปภูเขาทายซิ ผมไปคันไหน?


 ใช่คันเราดันไปทะเล

ฮื่อ ฮือ เสียงป้าชบาร้องครางๆ

 

5555 ไหนๆ มาทะเลก็ต้องเดินชมหาดซิ

 

กลับมาที่พัก น้องเหมี่ยว และน้องๆนักศึกษาสวนสุนันทามาช่วยเตรียมป้ายชื่อให้บล๊อกเกอร์ไว้ใช้ในวันพรุ่งนี้ 

ทีมปัตตานีเตรียมข้าวยำมาเลี้ยงเพื่อนๆทุกคน ขอบอกอร่อยมากๆๆ

 

ก่อนนอน ไปเดินเล่นสะพานหลีกภัย น่าจะเรียกว่าเป็น center point ของวัยรุ่นชาวเกาะลิบงจริงๆ

ขอจบรายงานวันเดินทางวันแรกเพียงเท่านี้ เดียวมาต่อตอนสอง

จั๊กเด๋ รายงาน

 

หมายเหตุ เรื่องต่อเนื่อง กิจกรรมตามรอยพ่อ ต่อลมหายใจให้ลิบง ปลูกหญ้าทะเลมั่นคง ให้พะยูน ปี 3

 

1.กว่าจะได้ปลูกหญ้า และตามรอยพ่อที่เมืองตรัง

 

http://oknation.nationtv.tv/blog/jarkde/2016/12/15/entry-3

 

2.ต่อลมหายใจลิบง..

 

http://oknation.nationtv.tv/blog/jarkde/2016/12/18/entry-1

 

3. กิจกรรมปลูกหญ้าทะเลมั่นคง

 

http://oknation.nationtv.tv/blog/jarkde/2016/12/18/entry-2

 

 4. ตามรอยพ่อ น้ำตกกะช่อง

 

 http://oknation.nationtv.tv/blog/jarkde/2016/12/18/entry-3

 

 

 

   

โดย จั๊กเด๋

 

กลับไปที่ www.oknation.net