วันที่ อังคาร ธันวาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฉัน : ผู้หญิง เป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง


 

สะพานวัดใจ คลองแดน กับพี่ ๆ นิสิต 

 

 

เมื่อวานประกาศผลสอบเข้าเรียนต่อ ม.1  รอบเพชร EGL  ( English Gifted Learners)  FLY HIGH ของ โรงเรียนมหาวชิราวุธ ผู้ที่จะสอบเข้า ต้องมีผลการเรียนด้านภาษาอังกฤษ 4.00 มีความสนใจจะพัฒนาตนเองด้านภาษา

นั่นแน่ เด็กน้อยผู้มีความฝันจะเป็นนักเขียนการ์ตูนเอนิเมะในสตูดิโอชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น  เธอก็มีสิทธิ์สอบกับเขาด้วย  ฉันในฐานะที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ทำมาหากินคนเดียวเพื่อเลี้ยงสาวน้อยไม่ให้มีปมด้อยหรือปัญหาครอบครัว จึงทำหน้าที่ทั้งแม่ พ่อ เพื่อน  พี่ ไปพร้อม ๆ กัน  หากไม่ได้ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือให้ลูก ได้แต่บอกเธอว่า หนูต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง

ฉันไม่ได้ส่งเธอติวพิเศษ หรือเรียนพิเศษ อย่างเพื่อนคนอื่น ๆ  หากให้เธอลองอ่านหนังสือเตรียมสอบเอง  ผลการสอบออกมาว่า เธอสอบติด หากไม่ใช่ที่ 1 เหมือนที่เคยสอบเข้าตอนประถม  แถมการสอบเข้าครั้งนี้ คะแนนรั้งท้ายเพื่อนในห้องเดียวกัน  เธอเสียใจฉันจับความรู้สึกเธอจากที่เธอพูดว่า “แม่จ๋าลำดับที่หนูไม่ดีเลย “  เธอสอบได้ที่ 18 จาก 64 คน  ฉันจึงอธิบายให้เธอเข้าใจว่า

“ ฟังนะลูก  ในความเป็นเรา  มีกันแค่ 2 คน  ไม่มีคนอื่นมาช่วยดูแลหนู  แม่ต้องสอนหนังสือ  แม่เรียนปริญญาเอก  แม่มีวิจัยอยู่ 2 เรื่อง  ในการสอนหนังสือ แม่ต้องดูแลพี่นิสิตที่มีปัญหา ทำงานไม่เป็น เขียนหนังสือไม่ได้ ลำดับความคิดไม่ได้ จนต้องเอามาสอนกันที่บ้านถึงเที่ยงคืน ตี 1 และไม่ใช่วันเดียว คนเดียว กลุ่มเดียว  ลูกก็เห็น หากมันเป็นหน้าที่ของคนเป็นครู แม่คงละเลยหน้าที่ไม่ได้  จะให้แม่สั่งรายงานแต่ไม่ให้คำปรึกษาไม่ได้  สอนคนไม่เก่งให้เขาลุกขึ้นเทียบเทียมคนอื่นได้ มันไม่ง่ายแต่แม่ก็ต้องทำ เพราะแม่เป็นครู”

“ฟังนะลูก  ในงานปริญญาเอก  แม่ต้องเก็บข้อมูลภาคสนาม  ต้องไปค้างคืน  เรามีกันสองคน  แม่ไม่รู้จะฝากลูกกับใครเพราะมันบ่อยเกินไปเรียกว่าเกือบทุกสัปดาห์  เลยต้องพาลูกไปด้วยทุกครั้งไม่ว่าใกล้หรือไกล แม่รู้ว่าลูกเหนื่อย ที่ต้องเดินทางตระเวน ๆ ไปกับแม่  แต่แม่ก็ต้องทำ เพราะแม่เป็นนักเรียน “

“ฟังนะลูก  งานวิจัย 2ชิ้น  ที่ลุงเจี๊ยบชักชวนให้ช่วยกันทำ มันเป็นงานของชาติ เป็นมรดกของชาติ   แม่ไม่คิดว่าเป็นภาระ หากเป็นโอกาสของชีวิต และเป็นโอกาสของลูกที่จะได้เรียนรู้ สิ่งเหล่านี้ไม่มีในห้องเรียน  ครูสอนหนูได้ก็แต่เพียงทฤษฎีหรอกลูก  แต่แม่อยากให้เรียนรู้ไปกับแม่ เพราะแม่(อยาก)เป็นนักวิจัย”

“ฟังนะลูก  การที่แม่ต้องทำอะไรมากมายในฐานะ แม่  ครู นักเรียน  นักวิจัย  จึงทำให้แม่ไม่มีเวลาดูแลหนูเป็นพิเศษในเรื่องเรียน  แถมบางครั้งต้องทิ้งหนูไว้เพียงลำพัง เมื่อต้องออกไปสอนหนังสือ  ไปเก็บงานสนามในวันหยุด ลูกมองเห็นมันเป็นปัญหาหรือเปล่า “  เด็กน้อยสั่นหัว

“ใช่ค่ะ มันเป็นโอกาส “

“ฟังนะลูก  ตั้งแต่ภาคเรียนก่อน  หนูเองต้องสอบแข่งขันฟันฝ่าอุปสรรคมากี่สนามกว่าหนูจะผ่านไปเป็นตัวแทนของเขตเพื่อไปแข่งระดับภาค  หนูต้องซ้อมตอนเที่ยง ต้องรีบทานข้าวเพื่อไปซ้อม  กลับมาบ้านลูกต้องฝึกซ้อมด้วยตนเอง โดยที่ลูกหลับคาหนังสือที่ใช้งเตรียมไปแข่งขันระดับภาค อยู่บ่อย ๆ โดยไม่ได้จับหนังสือเตรียมสอบเข้าเรียนต่อ ม.1 เลย แต่ลูกก็อดทน ฟันฝ่ามันมาจนได้เหรียญเงินระดับภาค ลูกย่อมไม่ธรรมดา ”

“ฟังนะลูก  ทั้งหมดมันจึงเป็นโอกาสที่ลูกจะได้ฝึกฝนตนเอง  ฝึกดูแลรับผิดชอบเรื่องการกินการอยู่การเรียน ด้วยตัวเอง   ระมัดระวัง ไม่ใช่ชีวิตอย่างประมาท ฝึกการอยู่กับตนเอง จัดการความคิดวางแผน ชีวิตของตนเองยามที่แม่ไม่อยู่   การที่ลูกสอบได้เอง ไม่ต้องพึ่งโรงเรียนติว  ลูกอาจไม่ได้ลำดับที่ดีกว่าคนอื่น  หากสิ่งที่ลูกได้อะไรมากมายจากสิ่งที่หลายคนอาจมองว่าช่างเวทนา ลำบากลำบน  แต่แม่กลับมองว่า มันมีคุณค่า มีความหมายต่อชีวิตของเรามากมาย  แม่ภูมิใจในตัวหนู  เท่านี้หนูก็เก่งมากแล้ว “  เด็กน้อยยิ้มออกและบอกฉันว่า “แม่จ๋ากอดหนูหน่อย “ เหมือนอย่างที่เธอขอให้กอดเธอทุกวัน 

โดย เคียงดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net