วันที่ อังคาร ธันวาคม 2559

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หุ่นยนต์คุณหมอพระราชทาน..พระอัจฉริยภาพของในหลวง รัชกาลที่9


หุ่นยนต์คุณหมอพระราชทาน..พระอัจฉริยภาพของในหลวง รัชกาลที่9

หุ่นยนต์เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะใช้ได้ในอนาคต หุ่นยนต์จะใช้แทนมนุษย์ สัตว์ เครื่องมือ ฯลฯ เพื่อให้ทำงานในที่ที่มนุษย์เข้าไปไม่ได้ เช่น ในที่ที่มีความร้อนสูง หรือมีความเย็นจัด มนุษย์หรือสัตว์ไม่สามารถเข้าไปได้ แต่หุ่นยนต์เข้าไป ได้ รวมทั้งใต้น้ำ หรือในอวกาศ หรือในที่ที่มีการติดเชื้ออย่างรุนแรง 

      หุ่นยนต์อาจจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ หรือมีรูปร่างอย่างใดก็ได้ แล้วแต่ความประสงค์ของ ผู้ใช้งาน หรือจะใช้บังคับจากที่ใด ที่หนึ่งที่อยู่ไกลๆ ก็ได้ เช่น การผ่าตัดข้ามโลกด้วยหุ่นยนต์แทนศัลยแพทย์ผู้ชำนาญ ใช้ในการสู้รบและทำลายศัตรูก็ได้ เมื่อเข้าไปใกล้ศัตรู หุ่นยนต์ก็จะถูกกดปุ่มให้ระเบิดตัวเอง ทำให้ศัตรูถูกระเบิดไปด้วย 

      ประโยชน์ของหุ่นยนต์มีอีกมากมาย เพราะหุ่นยนต์ทำงานซ้ำๆ กันได้โดยไม่ผิดพลาด ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือง่วงนอน และสามารถสร้างความสนใจได้ ประการสุดท้ายคือ หุ่นยนต์ สามารถทำงานตามคำสั่งได้อย่างดียิ่ง 


      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเข้าพระทัยในเรื่องนี้เป็นอย่างดีว่า หุ่นยนต์ก็คือ ยอดของ “ไอที” นั่นเอง 

      พระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะปลูกฝังให้สร้าง “หุ่นยนต์” ขึ้นในประเทศไทย เพื่อจะได้นำไปใช้ในกิจการต่างๆ ทั้งในการสื่อสาร การเรียนการสอน การอุตสาหกรรม การแพทย์ ฯลฯ ซึ่งสถานที่ ที่จะปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ได้ดีที่สุดคือ สถานศึกษา 

 เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จฯ ไปทรงเปิดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เพื่อให้นักเรียนได้แสดงผลงาน ความรู้ความสามารถ และได้แลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างนักเรียนและนักศึกษา ตลอดจนได้ทำงานร่วมกัน อันเป็นเหตุให้เกิดความสามัคคี และได้ช่วยกันพัฒนาความรู้ ศิลปวิทยา และศิลปหัตถกรรมให้เจริญก้าวหน้า 

      เมื่อพระองค์ทรงเปิดงานเรียบร้อยแล้ว ได้ทอดพระเนตรผลงานของนักเรียน นักศึกษา ด้วยความสนพระทัย และที่ทรงสนพระทัยมาก คือ รถยนต์ขนาดใหญ่บังคับด้วยวิทยุ ที่สามารถใช้งานได้จริงๆ ซึ่งเป็นผลงานของวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ (ปัจจุบันคือ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพฯ) 

      แล้วมี พระราชกระแสรับสั่งถาม อาจารย์สนั่น สุมิตร ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯในขณะนั้น ว่า “ทำหุ่นยนต์ที่เดินได้ ได้ไหม ?” อาจารย์สนั่น จึงกราบบังคมทูลตอบไปว่า “ได้ พะย่ะค่ะ” 

       รับสั่งถามต่อไปว่า “จะต้องใช้เงินเท่าใด ?” อาจารย์ สนั่น สุมิตร กราบบังคมทูลว่า “ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท พะย่ะค่ะ” 

      พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า “จะให้เขาจัดเงินให้” 

      ต่อมาไม่นานนัก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แก่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อสร้างหุ่นยนต์ตามพระราชประสงค์ 

       อาจารย์สนั่น สุมิตร ได้ปรึกษากับอาจารย์สวัสดิ์ หงษ์พร้อมญาติ หัวหน้าแผนก วิทยุ วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้สร้าง รถยนต์บังคับด้วยวิทยุ ว่าจะทำอย่างไรจึงจะสร้างหุ่นยนต์ได้ตามพระราชประสงค์ อาจารย์สวัสดิ์ หงษ์พร้อมญาติ ก็รับรองว่าสร้างได้แน่นอน จึงได้เริ่มลงมือสร้างทันที โดยมีอาจารย์สวัสดิ์ หงษ์พร้อมญาติ เป็นแม่งาน 

       ในขณะนั้น งานด้านอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่ก้าวหน้านัก เครื่องวิทยุยังใช้หลอดอยู่ 

 

แต่เนื่องจากอาจารย์สวัสดิ์ หงษ์พร้อมญาติ เชี่ยวชาญทั้งด้านอิเล็กทรอนิกส์ และด้านแมกแคนิกส์ อีกทั้งช่างวิทยุมีเครื่องกลึงและเลื่อยสายพานที่สามารถใช้ตัดโลหะได้ทุกอย่าง จึงได้ใช้เลื่อยตัดอะลูมิเนียมให้เป็นตัวหุ่นยนต์และแขนขาหุ่นยนต์ ส่วนหัว หน้า และมือ ใช้วิธีปั้นและทาสี ซึ่งทำได้เหมือนคนมาก เครื่องรับส่งและเครื่องบังคับวิทยุจะอยู่ที่ท้องของหุ่น แล้วใส่แบตเตอรี่และสายพานที่เท้าหุ่น ทำให้หุ่นเดินได้ เครื่องส่งและอุปกรณ์ที่จะบังคับให้หุ่นเดิน ยกมือไหว้ พูด ฟัง โต้ตอบ และทำงานได้อีกหลายอย่างจะอยู่นอกตัวหุ่น หุ่นจะเดินได้ด้วยการบังคับจากภายนอก 

       เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงนำมาทดลองใช้งานดู เมื่อเห็นว่าใช้ได้ อาจารย์สนั่นจึงได้นำความกราบบังคมทูลให้ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า หุ่นยนต์ได้สร้างเสร็จแล้วตามพระราชประสงค์ โดยที่ส่วนประกอบทุกชิ้นสร้างในแผนกวิทยุ ของวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ 

       ทรงรับสั่งให้นำหุ่นยนต์คุณหมอไปแสดงครั้งแรกที่ใด 

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งให้นำหุ่นยนต์คุณหมอไปแสดงในงานกาชาด ที่สถานเสาวภา ปรากฏว่า หุ่นยนต์ คุณหมอพระราชทานช่วยประชาสัมพันธ์งานได้อย่างดียิ่ง ทั้งยังให้คำแนะนำในเรื่องการรักษาสุขภาพอนามัยแก่ประชาชนที่มา ชมงาน ตลอดจนตอบปัญหาทางจิตได้เป็นอย่างดี โดยมีอาจารย์สวัสดิ์ หงษ์พร้อมญาติ คอยควบคุม และบางครั้งก็มอบหมายให้ นายอุดม จะโนภาษ และอาจารย์วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ แผนกวิทยุ ช่วยควบคุมและตอบปัญหาต่างๆ การแสดงหุ่นยนต์ในงานกาชาดครั้งนั้น นับว่าประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง 

 

หุ่นยนต์คุณหมอ พระราชทาน ทำอะไรได้บ้าง 

         การสร้างหุ่นยนต์ในครั้งนั้น ทำให้ทราบว่า มีคนอีกจำนวนมากที่ต้องการที่พึ่ง โดยวินิจฉัยจากการที่ผู้คนมาถามปัญหากับหุ่นยนต์คุณหมอ ถ้ามีหุ่นยนต์คุณหมอคอยตอบปัญหา ก็จะช่วยประชาชนที่มีปัญหาทางจิตได้มาก เพราะคนไข้ไม่ต้องอายหมอ 

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทาน หุ่นยนต์คุณหมอแก่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯ สำหรับไว้ใช้สอนนักศึกษา ทำให้นักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯได้เรียนเกี่ยวกับการ โทรคมนาคม คือ การติดต่อสื่อสารทางไกล เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีอัตโนมัติจากหุ่นยนต์ เพราะ หุ่นยนต์นั้นก็คือ “ไอที” หรืออินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (Information Technology) นั่นเอง 

         ตัวหุ่นยนต์เดินได้ ทำงานได้ เคลื่อนไหวได้ เป็นเทคโนโลยีอัตโนมัติ หุ่นยนต์พูดได้ ตอบปัญหาได้ ฟังได้ วินิจฉัยโรคได้ เป็นเทคโนโลยีโทรคมนาคม หุ่นยนต์จำได้ และทำงานตามโปรแกรมได้ คือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ 

 

หุ่นยนต์คุณหมอเป็นหุ่นยนต์ตัวแรกในโลก ที่มีรูปร่างคล้ายคนขนาดเท่าคนจริง และแต่งกายแบบคุณหมอ 

          ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าในที่ที่ติดเชื้อ คุณหมอที่เป็นคนจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ถ้าใช้ หุ่นยนต์คุณหมอจะไม่มีอันตราย และคนย่อมต้องการให้คุณหมอที่คล้ายคนรักษามากกว่า คุณหมอในรูปอื่นๆ 

          หุ่นยนต์คุณหมอพระราชทานจะมีความทันสมัยอยู่เสมอ และจะพัฒนาให้ใช้ได้นับร้อยนับพันปี เพราะถ้าไม่สามารถรักษาคนไข้ด้วยคุณหมอที่เป็นคนได้ การรักษาด้วยหุ่นยนต์ที่คล้ายคน ก็ดีกว่าการรักษาด้วยวิธีอื่น 

          คุณสมบัติอย่างหนึ่งของหุ่นยนต์คุณหมอ คือ ไม่ติดเชื้อ จึงไม่ต้องกลัวเชื้อโรค ถึงแม้จะมีเชื้อโรคติดมาตามเสื้อผ้า ก็สามารถที่จะใช้รังสีฆ่าเชื้อโรคนั้นได้ ก่อนออกจากตู้ปฏิบัติการ 

          ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๘ คงจะไม่มีใครคาดคิดว่า ต่อไปในวันข้างหน้าจะมีโรคติดต่ออย่างร้ายแรง ซึ่งคุณหมอที่เข้าไปรักษาคนไข้อาจ ติดเชื้อโรคร้ายจากคนไข้ได้ เช่น คุณหมอที่เข้า ไปผ่าตัดผู้ที่ป่วยเป็นโรค “เอดส์” ที่ประสบอุบัติเหตุ คุณหมอจะไม่มีโอกาสตรวจเลือด ก่อนได้เลย และถ้าเลือดของผู้ป่วยเข้าไปใน ตัวของคุณหมอ คุณหมอก็จะติดเชื้อโรคร้ายได้ 

 

 หากใช้หุ่นยนต์คุณหมอผ่าตัด หรือรักษาคนไข้ หุ่นยนต์คุณหมอจะไม่ติดเชื้อโรคอย่างแน่นอน นับเป็นคุณสมบัติเพียงข้อเดียว ในจำนวนอีกหลายข้อ ที่จะแสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริกว้างไกลเพียงใด 

           เหตุใดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงมีพระราชประสงค์ให้สร้างหุ่นยนต์คุณหมอ อาจจะเป็นเพราะพระองค์ทรงห่วงใยคุณหมอ ทั้งที่จะต้องเผชิญกับเชื้อโรคอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง เพราะคุณหมอต้องมีจรรยาบรรณ เมื่อพบคนเจ็บป่วยก็ต้องรักษา แม้จะทราบว่าตนเองอาจได้รับอันตราย แต่ถ้ามีหุ่นยนต์คุณหมอช่วยรักษาในที่ที่มีการติดเชื้อ คุณหมอที่เป็นคนก็จะปลอดภัย 

          แม้ว่าขณะนี้จะมีการผ่าตัดผ่านดาวเทียมโดย หุ่นยนต์แล้วก็ตาม แต่หุ่นยนต์นั้นก็มีหน้าตาไม่เหมือนคุณหมอ หุ่นยนต์ที่หน้าตาเหมือนคุณหมอ ที่เป็นคนใจดีย่อมทำงานได้ดีกว่า และเมื่อได้รับการพัฒนาก็จะมีประสิทธิภาพกว่าหุ่นยนต์ชนิดอื่น ขณะนี้มีหุ่นยนต์คุณหมอตัวเดียวในโลก 

          แต่ในไม่ช้าหุ่นยนต์คุณหมอพระราชทานอาจจะได้รับการพัฒนามาช่วยชีวิตคนได้อีกมากมาย และจะพัฒนาต่อไปอีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 

          ไม่มีผู้ใดในโลกนี้ที่จะเข้าใจและห่วงใยคุณหมอเท่ากับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เพราะสมเด็จพระบรมราชชนกทรงเป็นหมอที่อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างให้กับวงการแพทย์ พระองค์จึงทรงเข้าใจและทรงห่วงใยคุณหมอยิ่งนัก 

          พระราชดำริเรื่องหุ่นยนต์คุณหมอของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นี้ นับเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ในอนาคต ในที่ที่มีการติดเชื้อได้ง่าย หรือในเขตโรคติดต่อ หุ่นยนต์ คุณหมอพระราชทานจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทนคุณหมอที่เป็นคนได้อย่างแน่นอน 

          และนี่คือ พระราชดำริที่มีพระอัจฉริยภาพอย่างยิ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ของชาวไทย 

 -------=====**=====-------


ที่มา : หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฉบับกาญจนาภิเษก

โดย february26

 

กลับไปที่ www.oknation.net