วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แพะอังกฤษ ตัวจริงเสียงจริง


ข่าวที่ผู้คนให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเซ็งแซ่ คือ เรื่องของครูจอมทรัพย์

ซึ่งกองเชียร์ของคุณครูหลายท่าน ต่างก็ตั้งฉายาให้ว่า ครูแพะ

ในขณะเดียวกัน ก็มีอีกฝ่ายแย้งว่า สงสัยจะเป็นครู (เด็กเลี้ยง) แกะ เสียล่ะมั้ง

ก็ว่ากันไปครับ ส่วนผลออกมาจะเป็นแพะหรือแกะประการใดนั้น คงต้องรอชมด้วยใจระทึก

 

ระหว่างที่รอผลพิสูจน์ในคดีนี้

เพื่อเป็นการคั่นรายการ ผมก็จะขอเล่าเรื่องของแพะตัวจริงเสียงจริงแห่งประเทศอังกฤษรายหนึ่ง

ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง นึกขึ้นมาคราใด ทำเอาถึงกับน้ำตาซึมไปกับโชคชะตาของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย

และเรื่องนี้ได้เป็นข่าวครึกโครมสั่นสะเทือนวงการยุติธรรมของประเทศอังกฤษเป็นอย่างมาก

เรื่องของเรื่องเป็นอย่างนี้ครับ

 

นางแซลลี คลาร์ก (Sally Clark) ได้แต่งงานกับ สตีฟ คลาร์ก เมื่อปี พ.ศ.2533 ทั้งคู่มีอาชีพเป็นทนายความ

6 ปี หลังจากการแต่งงาน เดือนกันยายน พ.ศ.2539

นางคลาร์ก ซึ่งขณะนั้นเธอมีอายุ 32 ปี ก็ได้คลอดทารกเพศชาย แต่โชคร้ายที่เด็กได้เสียชีวิตลงเมื่ออายุเพียงแค่ 2 เดือนเศษ ๆ

ถัดจากเหตุการณ์เสียบุตรคนแรกไปได้หนึ่งปี นางคลาร์กก็ได้ให้กำเนิดลูกคนที่สอง ในเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ.2540

แต่ก็เกิดเหตุเศร้าซ้ำสอง ด้วยว่าบุตรชายคนนี้ก็เสียชีวิตลงด้วยอาการเดียวกันกับคนก่อนหน้านี้ ในขณะที่เด็กอายุยังไม่ทันจะครบสองเดือนดีนัก

 

นางแซลลี คลาร์ก กับสามีและบุตรชายคนแรกตอนที่ยังมีชีวิต

(ขอบคุณภาพจาก http://i.dailymail.co.uk/i/pix/2008/09/21/article-1059095-02BF33FE00000578-967_468x482.jpg)

 

เท่านั้นยังไม่พอ

หลังจากที่บุตรชายคนที่สองเสียชีวิตไปได้หนึ่งเดือน เธอกับสามีก็ถูกจับกุมในข้อหา ฆ่าลูกทั้งสองของตัวเอง แต่ภายหลังได้มีการถอนฟ้องสามีของเธอ

ท้ายที่สุด เมื่อปลายปี 2542 ศาลก็ได้ตัดสินให้นางแซลลี คลาร์ก มีความผิดตามข้อกล่าวหา

และถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

 

ในขั้นตอนการพิจารณาคดีในชั้นศาล มีพยานสำคัญท่านหนึ่งซึ่งศาลได้ให้น้ำหนักรับฟัง คือ

ศาสตราจารย์ เซอร์ รอย มีโดว์ (Sir Roy Meadow) ซึ่งเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์

โดยเขาได้ให้การต่อศาลว่า โอกาสที่เด็กทารกจะตายในขณะนอนหลับโดยไม่ทราบสาเหตุ (Cot death)

มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 8,500 คน

ส่วนในกรณีของนางคลาร์ก ซึ่งบุตรชายได้เสียชีวิตด้วยอาการเดียวกันนี้ติดต่อกันถึงสองคน

หมอคนนี้ก็อ้างว่า ตามหลักการทางวิชาสถิติศาสตร์ (Statistics) โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนั้น ยิ่งเกิดขึ้นได้น้อยมาก แค่ 1 ใน 73 ล้านราย เท่านั้น ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

(ดังนั้น จึงตีความไปว่า นางแซลลี คลาร์ก เป็นคนฆ่าลูกของเธอเอง เสียงั้น ???)

ซึ่งคำให้การของหมอรายนั้น เป็นการอ้างหลักวิชาสถิติศาสตร์แบบผิด ๆ แต่ศาลก็เชื่อ เพราะตนเองไม่มีความรู้ทางด้านนั้น

 

นางคลาร์กจำต้องหวานอมขมกลืนทุกข์ทรมานใจ โดยถูกจองจำอยู่ในคุกเป็นเวลานานถึง 3 ปี

ในที่สุด เธอก็ถูกปล่อยตัวออกมา

เนื่องจากมีหลักฐานหลายอย่างชี้ชัดว่าเธอไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาซี้ซั้วนั้น

นางแซลลี คลาร์ก ตอนที่ถูกปล่อยตัวออกจากคุกเมื่อปี พ.ศ.2546 ด้วยสีหน้าและแววตาที่แสดงถึงความระทมขมขื่น
โดยมีสามี คือ สตีฟ คลาร์ก คอยโอบประคองไหล่อยู่ข้าง ๆ
(ขอบคุณภาพจาก http://uk.reuters.com/article/uk-britain-clark-idUKL1714229820070317)

 

แต่หลังจากถูกปล่อยตัวออกมา
อย่าได้นึกว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้งแบบแพะ ๆ

ความจริงมันช่างโหดร้ายและแสนรันทดหดหู่
ด้วยว่าหลังจากได้รับอิสรภาพเพียงแค่ 4 ปี

นางแซลลี คลาร์ก ก็ได้เสียชีวิตลงเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2550 ด้วยวัยเพียง 42 ปีเศษ ๆ เท่านั้น

 

พวกเราลองนึกดูสิครับว่า

ผู้หญิงหรือคนเพศแม่คนหนึ่งที่ประสบเคราะห์กรรมสูญเสียลูกน้อยวัยแบเบาะอันเป็นที่รัก
ไปถึงสองคนติด ๆ กัน

ย่อมที่จะร้าวรานใจไปมากพอแล้ว แต่โชคชะตาก็ยังกระหน่ำซ้ำเติม

ซึ่งจะเป็นเพราะความเฟอะฟะโง่งมหรือความผิดพลาดของใครหรืออะไรก็แล้วแต่

ทำให้เธอต้องติดคุกฟรี ๆ ไปถึง 3 ปี

อีกทั้งตอนที่ความจริงยังไม่ปรากฏ เธอเองก็คงจะเจ็บปวดทรมานบีบคั้นหัวใจจากการถูกสังคมรุมประณาม
หาว่าเป็นแม่ใจยักษ์ใจมารที่ฆ่าได้แม้กระทั่งลูกในไส้

ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่รู้อีโหน่อีเหน่ใด ๆ ทั้งสิ้น

มันช่างโหดร้ายเกินกว่าที่มนุษย์ตัวน้อย ๆ คนหนึ่ง จะทานทนได้

เศร้านะครับ

 

โดย อดุลย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net