วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตามรอยพ่อ ต่อลมหายใจให้ลิบง ปลูกหญ้าทะเลมั่นคงให้พะยูน (ตอน 3)


ฉันไม่เคยไปสิเกา เคยได้ยินแต่ชื่อปากเมง ที่อยู่อำเภอสิเกา ฉันไปจังหวัดตรังมาแล้วหลายสิบครั้ง ส่วนใหญ่ไปอำเภอปะเหลียน เพราะมีญาติภรรยาอยู่ที่นั่น  เมื่อครั้งไปทำโป่งให้ช้างที่สลักพระ ฉันรู้ว่ามีโครงการปลูกหญ้าให้พะยูน ที่อ่าวบุญคง อ.สิเกา แรงขับในเรื่องความน่ารักของพะยูน ทำให้ฉันตั้งโปรแกรมในวันที่ ๑๖-๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เป็นโปรแกรมอันดับหนึ่งว่าต้องไปปลูกหญ้าให้พะยูนก่อน ส่วนโปรแกรมอื่นๆจะไม่สามารถมาเบียดแทรกได้ ประการสำคัญที่สุดคือการใกล้สูญพันธ์ของพะยูนกับแหล่งอาหารลดน้อยลง เมื่อมีโปรแกรมดีๆอย่างนี้ใครจะไปกับฉันบ้าง?  นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ ๓ ปีก่อน

http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong/2013/12/15/entry-1

มาปีนี้ข้าพเจ้าคุ้นเคยกับเส้นทางคมนาคมของจังหวัดตรังมากขึ้น เส้นทางคมนาคมของจังหวัดตรังเชื่อมโยงกันดีมาก ไม่ว่าจะไปเส้นไหนไม่นานก็จะไปบรรจบกันสักที่หนึ่ง ข้าพเจ้าเลยไม่ห่วงกังวลเรื่องจะหลงทาง หลังจากที่พวกเราเสร็จสิ้นกิจกรรมการต่อลมหายใจให้ลิบงในช่วงเช้า ที่โรงเรียนบาตูปูเต๊ะ กิจกรรมลำดับถัดไปคือการปลูกหญ้าให้พะยูน

กิจกรรมปลูกหญ้าให้พะยูนมีความสำคัญอย่างไร ทำไมเราจึงต้องมีกิจกรรมนี้บ่อยๆ เพราะสาเหตุเนื่องจากพะยูนในประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตจากการคุมคามอย่างหนักในเรื่องถิ่นที่อยู่อาศัยทำให้พฤติกรรมการหากินเปลี่ยนไปกลายเป็นมักจะหากินเพียงลำพังตัวเดียว ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงที่เดียวในประเทศไทย คือ บริเวณหาดเจ้าไหมและรอบ ๆ เกาะลิบง จังหวัดตรัง เท่านั้น จากที่กล่าวยังมีพื้นที่ที่พะยูนยังคงมาหากินอยู่นั่นคือ อ่าวบุญคง

เสียงเครื่องยนต์เรือส่งเสียงครางกระหึ่ม เพื่อให้ถึงฝั่งแผ่นดินใหญ่ทันเวลาน้ำลงเพื่อที่เราจะได้ไปปลูกหญ้าให้พะยูนได้ทันเวลา แต่ใจของผมกลับล่องลอยไปยังอ่าวบุญคง ไปถึงก่อนล่วงหน้าเป็นเวลาหลายชั่วโมง  เรือทำความเร็วจนน้ำทะเลแตกเป็นละอองฟูฟ่องลอยมาปะทะหน้า แว่นสายตาพร่ามัวจนต้องถอดมาเช็คบ่อยๆ ฝูงนกน้ำอพยพหลายชนิด  ยืนหากินอยู่ตามเนินทรายกลางทะเล เมื่อเรือแล่นเข้าไปใกล้ก็โผบินแลดูสับสนจนยุ่งเหยิง  คณะของเรามาถึงหาดยาวราวๆเที่ยง  สายฝนที่โปรยปรายโหมกระหน่ำหนักมาก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ก่อนหยุดชะงักมาสามวันแล้ว ท้องฟ้าสดใส เมฆขาวจับตัวกันเป็นกลุ่มก้อนลอยเอื่อยอ้อยอิ่งอยู่บนฝากฟ้าเหนือศีรษะ บางก้อนบางกลุ่มลอยมาบดบังแสงแดดที่แผดจ้าอันแรงกล้าให้อ่อนนุ่ม ช่วยผ่อนคลายความแสบร้อนบนใบหน้าและผิวหนัง ศาลาที่ท่าเรือค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงแม่ค้าหน้าหวานขายน้ำอัดลมน้ำหวานหลากหลายชนิดเพื่อดับกระหายอยู่เพียงคนเดียว ผู้โดยสารที่ต้องการข้ามไปยังเกาะลิบงที่มารอเรือโดยสารมีเพียงสามสี่คน  พาหนะที่นำมาฝากไว้ยังคงอยู่ในสภาพเรียบร้อย มีเพียงรอยตีนแมวจางๆที่ซุกซนเดินบนกระโปงหน้าพาดผ่านหลังคาจนจรดกระโปงท้าย เมื่อทุกท่านจัดการสิ่งของสัมภาระที่หอบหิ้วไปค้างแรมที่เกาะลิบงเสร็จสิ้น พาหนะทุกคันก็มุ่งหน้าตรงไปยังบ่อหินฟาร์มสเตย์ อ.สิเกา ข้าพเจ้าที่มีความมั่นใจว่าสามารถขับรถไปยังที่นั่นได้ แต่ก็หวั่นๆว่าจะหลงทาง จึงจำเป็นต้องรอเจ้าถิ่น อาจารย์คนริมเลเป็นผู้นำทาง  ถึงบ่อหินฯเที่ยงครึ่ง ทุกคนรีบทานอาหารกลางวันให้เสร็จเพื่อจะได้ไปทำกิจกรรมปลูกหญ้าให้พะยูนก่อนที่น้ำทะเลจะขึ้นสูงจนไม่สามารถปลูกหญ้าได้

ทำไมเราต้องไปตั้งต้นที่บ่อหินฟาร์มสเตย์ เพราะว่าที่นั่นเป็นที่ตั้งของธนาคารต้นกล้าหญ้าทะเล โดยการจับมือร่วมกันกับศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งทะเลที่ 6 จ.ตรัง ในการนำเมล็ดพันธุ์หญ้าทะเลมาเพาะชำที่บ่อหินฟาร์มสเตย์ กระทั่งเมื่อแตกเป็นต้นอ่อน และโตได้ขนาดตามที่ต้องการแล้ว ก็จะมีการจัดกิจกรรมปลูกหญ้าทะเลขึ้น จังหวัดตรังมีหญ้าทะเลมากถึง 11 ชนิด แต่จากการบรรยายของคุณบรรจง นฤพรเมธี ประธานกลุ่มท่องเที่ยวบ่อหินฟาร์มสเตย์ ได้กล่าวว่าปัจจุบันพบอีก 1 ชนิด (จำไม่ได้ว่าชนิดอะไร) เมื่อจบบรรยายเราก็พร้อมออกเดินทางไปอ่าวบุญคง

เสื้อชูชีพสีสดวางเรียงรายอยู่มากเกินกว่าจำนวนคน ทุกคนหยิบฉวยมาลองจนเป็นที่พอใจ อุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อใช้ในการปลูกหญ้าถูกลำเลียงลงเรือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หญ้าทะเลพร้อมที่จะให้เราหยิบปลูกลอยอยู่ในถังแกลนลอนสีน้ำเงินสด ตั้งเรียงกันในลำเรือ แปดหรือสิบคนต่อหนึ่งลำเรือคือสูตรที่ต้องยึดถือเพื่อความปลอดภัย ทุกคนทยอยกันลงเรือโดยไม่จำกัดว่าเป็นใครมาจากไหนสังกัดอะไร เพราะทุกคนล้วนมีจิตใจที่มุ่งตรงต่อกิจกรรม และภาพเหล่านี้คือความสุขที่เราได้สรรสร้างด้วยมือของเราด้วยใจของเรา

ต่อไปคือภาพกิจกรรมที่พวกเราได้ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อให้ปลาพะยูนยังคงมีลมหายใจต่อไป

เจ้าหญิงติดต่อหารถสองแถวโบราณมาให้บริการสร้างสีสันให้กับพวกเรา

หลังอาหารเที่ยงเรือลำแรกก็ได้ฤกษ์ออกเดินทาง

ลำที่สองและสามก็ตามไปเป็นลำดับ

ถึงแล้วอ่าวบุญคง ต้องลุยน้ำไปอีกหน่อย เด็กๆมีความสุขมากที่ได้มาทำกิจกรรมอันน่าตื่นเต้นและประทับใจ 

คุณหนูสู้ค๊ะ ไม่หวั่นไหวแม้น้ำทะเลสูงถึงหัวเข่า

เดินไปยังเขตน้ำติ้นเพื่อปลูกหญ้า

สามบล๊อกเกอร์ผู้ทุ่มเทและเสียสละขอแอ๊คชั่นก่อนลงมือทำกิจกรรม

ขอฉันมั่ง น้องอนาคาริกอย่ามายุ่ง

เรือลอยลำรออยู่ในเขตน้ำลึก

ดูให้ชัดๆนี่ผลงานของฉันเมื่อปีกลาย

สองสาวจากสงขลา ขอโชว์มั่งนี่ก็ผลงานของฉันเหมือนกันนะ

 

กำหนัน และ ลูกเสือหมายเลข ๙ ขอถ่ายกับสองสาวสงขลา

น้องๆนักศึกษาจาก ม.ราชมงคลฯ ช่วยกันทำแปลงเพื่อปลูกหญ้า

น้องอ้วนร่วมกิจกรรมทุกครั้งที่ป้าเจ้าหญิงมาทำกิจกรรม

เร่งมือกันหน่อย น้ำทะเลกำลังขึ้นแล้วเดี่ยวจะปลูกไม่ทัน

เลขาคนสวยของคุณนรองจาก บ.ยูนิชัน ยืนยันหนักแน่นมาว่าทำกิจกรรม ขอให้ถ่ายภาพเป็นหลักฐาน

สองสาวจากยูนิซัน ขอภาพเป็นหลักฐานยืนว่าได้มาทำจริงๆ

กิจกรรมสำเร็จแล้วร่วมหมู่เพื่อร้องเพลงถวายพระพรสดุดีมหาราชา

ประทับใจและตื่นตันใจที่ได้ร่วมกันร้องเพลงสดุดีมหาราชา

นับถือน้ำใจกำหนันที่ร่วมกิจกรรมทุกครั้งไม่เคยขาด

ขอให้มีความสุขทุกคนนะค๊ะ  แล้วพบกันอีกครั้งกับกิจกรรมครั้งต่อไป รักทุกคนนะค๊ะ จากนรองสาวสวยจากชุมพร

______________________________________________________

 

 

 

 

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net