วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อะไรนะ ปากีสถาน


หลังจากอ่านข้อความที่เพื่อนส่งมาให้ทางไลน์ชักชวนให้ไปเที่ยว ผมก็ตอบปฏิเสธไปทันที สถานที่ที่เขาชวนไปเที่ยวผมได้อ่านแล้วหนาว ไปแล้วจะได้กลับมาไหม ทำไมผมจึงรีบปฏิเสธทันทีทันใด ก็เพราะคำว่าปากีสถาน  ผมนึกอยู่ในใจ “ประเทศอื่นมีให้ไปตั้งเยอะแยะ ดันอยากจะไปที่นั่น”

ประเทศปากีสถาน

หลังจากนั้นสักสองสัปดาห์หมอกมลพันธุ์ได้โทรศัพท์แจ้งมาว่า “หล่อนบอกว่าพี่โต้งต้องไปให้ได้ ยังไงๆก็ต้องไป”  เมื่อได้รับโทรศัพท์ผมก็มิได้ตอบปฏิเสธอะไรเพียงแต่บอกว่าขอคิดดูก่อน คำว่าคิดดูก่อนเป็นที่รู้ๆกันอยู่นั่นคือการปฏิเสธ เป็นคำปฎิเสธที่สุภาพมากมักใช้กันทั่วๆไป

เขาคิดยังไงกันนะที่จะไปเที่ยวปากีสถาน เขาไม่ทราบเลยหรือไงว่าที่นั่นเต็มไปด้วยการก่อการร้าย มีทั้ง  Taliban มีทั้ง Isis มีข่าวการก่อการร้ายตลอดแทบทุกเดือน ดูข่าวนี่ซิ

วางระเบิดสยองโรงพยาบาลปากีฯ ศพเกลื่อน เลือดนอง

8 ส.ค. 59 เกิดเหตุสะเทือนขวัญปากีสถานมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 70 ราย บาดเจ็บอีกนับร้อยคน เมื่อคนร้ายวางระเบิดพลีชีพ ในโรงพยาบาลของเมืองเกว็ตตา จังหวัดบาโลจิสถาน ขณะที่มีคนไข้และญาติอยู่ภายในเขตโรงพยาบาลมากกว่า 200 คน ควันดำหนาตลบ เช่นเดียวกับเลือดที่นองพื้นไปทั่วบริเวณ

เกิดระเบิดฆ่าตัวตายที่ศาลในปากีสถาน มีผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ 50 คน

2 ก.ย. 59 ตำรวจปากีสถานรายงานว่า มือระเบิดฆ่าตัวตายก่อเหตุโจมตีศาลในเมืองมาร์ดานเมื่อเช้าตรู่วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น มีผู้เสียชีวิต 10 คน และบาดเจ็บอีก 40 คน

ลอบวางระเบิดรถไฟในปากีสถานตาย 4 เจ็บ 16

8 ต.ค.59 เกิดเหตุระเบิดรางรถไฟ 2 จุด เพื่อโจมตีขบวนรถไฟโดยสารในจ.บาลูจิสถาน ทางตะวันตกของปากีสถาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และบาดเจ็บ 16 คน

โดยรถไฟจาฟฟาร์ เอ็กซ์เพรส ขบวนดังกล่าวแล่นระหว่างเมืองเกตต้าและราวันปินดี ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงอิสลามาบัด เจ้าหน้าที่ได้ระงับการให้บริการรถไฟสายดังกล่าว และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ

ไม่กี่วันต่อมาทั้งพี่ธิดาและพี่นินี่ก็มาคะยั้นคะยอถึงที่บ้าน ทนความรบเร้าไม่ไหวก็ตอบตกลง ทำไมตกลงง่ายจัง ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงตกลงง่ายยังงี้

ผมรู้จักประเทศปากีสถานเมื่อครั้งเรียนมัธยม รู้ว่าแยกตัวออกมาจากประเทศอินเดีย แต่ครั้งนั้นเป็นการแยกตัวออกมามีทั้งปากีสถานตะวันออก และปากีสถานตะวันตก ส่วนสาเหตุของการแยกไม่ทราบแน่ชัดอาจจะเป็นเพราะในเวลานั้นผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่  ต่อมาปากีสถานตะวันออกก็กลายเป็นบังคลาเทศในปัจจุบัน ทราบเพียงคร่าวๆเท่านี้เอง แต่เมื่อครั้งภาพยนตร์เรื่อง คานธี  ที่ได้รับรางวัลออสการ์หลายรางวัลมาฉาย ผมก็ไม่พลาดที่จะไปชม มันทำให้ภาพของปากีสถานแจ่มชัดขึ้น สาเหตุของการเกิดประเทศปากีสถานอันเนื่องมาจากความแตกแยกทางด้านศาสนา ความจริงแล้วอินเดียและปากีสถานถือเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนประวัติศาสตร์อนุทวีปอินเดีย วิถีชีวิตแทบไม่แตกต่างกันเลย ใช้ภาษาอูรดูเป็นภาษาประจำชาติ ความแตกแยกขัดแย้งระหว่างสองศาสนายิ่งทวีความรุนแรงเมื่อการตกลงแบ่งปันดินแดนที่คาบเกี่ยวในแคว้นปัญจาบ ซึ่งแคว้นนี้ประกอบไปด้วยชาวฮินดูและมุสลิม เกิดการเคลื่อนย้ายอพยพของผู้คนที่นับถือต่างศาสนา และเกิดการณ์สังหารกันระหว่างชาวฮินดูและมุสลิม

คำตอบสุดท้าย “ ไป ”   Website ต่างๆที่มีเรื่องราวสถานที่ท่องเที่ยวของปากีสถานก็ถูกค้นหา แต่มีน้อยมาก  นักท่องเที่ยวแทบจะไม่มีใครไปเที่ยวปากีสถานกันเลย ระยะนั้นผมติดตามข่าวสารทางสื่ออย่างใกล้ชิด มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละเดือน มันทำให้เกิดความหวั่นไหวได้เช่นกัน แต่เมื่อกลับมาคิดดูสื่อนี่แหละตัวดีที่ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองลุกร้อนเป็นไฟ ใครได้เสพเข้าไปโดยไม่ไตร่ตรองมักจะคิดมโนภาพให้เลยเถิดไปไกล อย่างกรณีเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนเสพข่าวที่อยู่ห่างไกลมักคิดไปถึงบ้านเมืองที่ไม่สงบสุขกลายเป็นเมืองมิคสัญญี แท้ที่จริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดอย่างที่เรามโนภาพเอาเมื่อได้รับข่าวสาร เรื่องนี้ยืนยันได้จากบล็อกเกอร์หลายๆท่านที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ อย่างน้อยที่สุดก็บล็อกเกอร์ชบาตานี ที่ยืนยันถึงความสงบ แถมยังมีเพื่อนๆบล็อกเกอร์เช่นบล๊อกเกอร์นรอง บล็อกเกอร์กะปุ๊กลุ๊ก ที่ลงไปทำกิจกรรมช่วยเหลือพี่ๆน้องๆลูกๆหลานๆที่โรงเรียนครูชบาสอนอยู่

ภาพความงดงามตามเส้นทาง การาโครัมไฮเวย์ ( Karakoram Highway ) ทั้งผู้ร่วมทริปและบริษัททัวร์ค่อยๆทยอยส่งมาให้ชมเรื่อยๆ นี่มันสวรรค์ชัดๆ มันมีอยู่ในโลกใบนี้ด้วยเหรอ ใบไม้เปลี่ยนสี สายธารเขียวใส ขุนเขาสูง ฝูงแกะและเล็มทุ่งหญ้า ผู้คนยิ้มแย้ม เห็นภาพดั่งสรวงสวรรค์เช่นนี้ตัดสินใจไม่ผิดแล้วที่ร่วมขบวนไปกับเขาด้วย

เมื่อผมตัดสินใจร่วมทริปปากีสถานผมได้บอกกล่าวกับเพื่อนๆสนิทสองสามคนพร้อมทั้งน้องที่เคยร่วมงานด้วยกันว่า ผมจะไปเที่ยวปากีสถาน “ อะไรนะ(มีเครื่องหมายตกใจอันใหญ่ๆตามหลัง) ปากีสถาน ”  แล้วความเห็นต่างๆนาๆก็ประดังประเดเข้ามาในรูหูทั้งสองข้าง บ้างก็ทะลุจากซ้ายไปขวา บ้างก็ทะลุจากขวาไปซ้าย "ประเทศศิวิไลไม่ยักจะไป ดันไปประเทศกันดารและอันตราย"  “ปากีสถานมีอะไรดีเหรอถึงได้ไป" " ไปแล้วระวังเจอตอลีบันนะ ISIS ก็เยอะนะ เดินเผ่นพ่านอยู่ตามเมืองให้ถมไป”


 

ใกล้วันเดินทางราวๆหนึ่งเดือน บริษัททัวร์ได้นัดแนะพวกเราที่อยู่หาดใหญ่พร้อมเพื่อนร่วมทริปที่มาจากเชียงรายและอุบลราชธานี ไปทำวีซ่ากันที่สถานทูต ไปปากีสถานไม่ง่ายเลยนะครับต้องไปทำวีซ่าด้วยตัวเอง ต้องแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่สถานทูต เอกสารต่างๆเยอะแยะไปหมด เอกสารแสดงรายได้ สำเนาเงินฝากทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส(กรณีที่ไม่โสด) รูปถ่าย เยอะแยะไปหมด สรุปแล้วเมื่อไปถึงการทำวีซ่าเข้าประเทศปากีสถานมิได้เคร่งครัดอะไร มีเงินในบัญชีไม่กี่หมื่นก็ได้รับการอนุมัติให้เข้าประเทศได้ แต่ของผมกลับต้องวิ่งกันวุ่นทีเดียว รูปถ่ายที่นำไปใช้กับรูปที่ถ่ายลงใน Passport ไม่เหมือนกัน ภาพใน Passport  เป็นภาพปัจจุบันที่เห็นใบหน้าและสีผมชัดเจน แต่รูปถ่ายที่นำไปยื่นกลับกลายเป็นภาพที่ย้อนหลังไปเป็นคนละคน ต้องรีบวิ่งหาร้านถ่ายรูปกว่าจะเจอร้านนั่งมอเตอร์ไซด์หาร้านกันเกือบจะไม่ทันเอารูปไปให้เจ้าหน้าที่สถานทูต เพราะเขาเปิดทำการถึงเที่ยงเท่านั้นเอง เสร็จจากการยื่นวีซ่าแล้วเขาก็นัดหมายให้ไปรับอีกหนึ่งสัปดาห์ แต่คุณต่ายเจ้าของบริษัททัวร์จัดการให้โดยที่เราไม่ต้องขึ้นไปรับเอง

๒๖ พฤศจิกายน ๕๙ พวกเราผู้ร่วมชะตาจากหาดใหญ่ ๕ คน บินจากหาดใหญ่โดยสายการบิน Thai Smile เพื่อไปต่อเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ เราใช้วิธีการ Check through  เพราะเราใช้บริการการบินไทยจากกรุงเทพฯไปอิสลามาบัส ซึ่งสะดวกดีไม่ต้องขนกระเป๋าสัมภาระให้ยุ่งยาก เราสบทบกับหมอแอ๊ดและหมอหน่อยอีกสองคน

หนึ่งทุ่มตรงเครื่องบิน Take Off สู่ปากีสถาน ถึงที่นั่น ๒๒.๑๐ น. นั่นหมายความว่าเป็นเวลา ๐.๑๐ น.ของเมืองไทย(เวลาในเมืองไทยเร็วกว่าปากีสถาน ๒ ชั่วโมง) เราถึง Isalamabad โดยสวัสดิภาพ ความรู้สึกหวั่นไหวถึงความรุนแรงต่างๆไม่ได้อยู่ในห้วงความคิดเลย เมื่อรถมารับพวกเราไปพักที่โรงแรมในกรุง  Rawalpindi  ( อยู่ห่างจาก Isalamabad เพียง ๑๔ กิโลเมตร ทั้งนี้เพื่อสะดวกในการเดินทางสู่จุดหมายปลายทาง)   Isalamabad เหมือนกับกรุงเทพฯ Rawalpindi  เช่นดั่งธนบุรี

เราต่างคนต่างมองหน้าซึ่งกันละกันไม่มีใครพูดจาอะไรทั้งนั้น เมื่อขึ้นรถทุกคนนั่งนิ่งกันหมดต่างคนต่างคิดว่ารถคันนี้เหรอที่จะพาเราตะลอนไปตามเส้นทางสูงชันของ การาโกรัมไฮเวย์ ( KKH ) ( Karakoram แปลว่าหินสีแดง  เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก ถือได้ว่าเป็นถนนไฮเวย์ที่อยู่สูงที่สุดในโลก) ภาพรถที่เราเห็นตามที่บริษัทส่งมาให้ดูเป็นรถตู้คันใหญ่ ซึ่งเราถือว่า OK กับผู้โดยสาร ๗ ท่าน  เวลา ๐๕.๐๐ น. ของเมืองราวัลปินดี เราประหลาดใจมากที่เห็นรถมินิบัสจอดรออยู่หน้าโรงแรม รถคันนี้เหรอที่มารับพวกเราเพื่อเดินทางสู่เส้นทางสูงชันลัดเลาะไปตามภูผาและลำธาร เราไม่ได้คิดว่ารถคันนี้จะมาให้บริการนักท่องเที่ยวคณะใด ต้องมารอรับพวกเราเป็นแน่  หลังจากที่ทราบเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าใช่รถคันนี้แหละที่มารับคณะของเรา เราก็เคลื่อนย้ายกระเป๋าสัมภาระไปขึ้นรถมินิบัสที่ความจุผู้โดยสาร ๒๔ คน เราถูกใจมาก เพราะเราสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองไปด้านซ้ายด้านขวาเพื่อชมทัศนะข้างทางได้สะดวก จุดหมายปลายทางวันนี้เราจะไปพักที่ Chilas ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของปากีสถาน

รถบรรทุกบนเส้นทางสาย Karakoram Highway (KKH)

แสงไฟสองข้างทางส่องระยับ บ้านเมืองหนาแน่นเหมือนเมืองใหญ่ทั่วๆไป เมื่อฟ้าเริ่มสาง มองเห็นบ้านเมืองสองข้างทางเริ่มบางตา รถราวิ่งกันไม่มากนัก ถนนหนทางเหมือนเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆและยังคงราบเรียบ เมื่อออกมานอกเมืองมาได้สักระยะหนึ่งภาพที่เห็นสองข้างทางพบเห็นต้นไม้เขียวๆน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเขาสีน้ำตาลที่ปราศจากต้นไม้  รถวิ่งมาได้ประมาณสองชั่วโมงเศษความสับสนก็เริ่มขึ้น รถราผู้คนเริ่มหนาตา นักเรียนนักศึกษาคนทำงานเดินกันขวักไขว่  เพราะเรากำลังเข้าเขตเมือง Abbottabad   ระหว่างสองข้างทางปรากฏว่ามีโรงเรียน วิทยาลัย มากมายเต็มไปหมด อยู่ห่างกันไม่ถึงห้าสิบเมตรบ้างร้อยเมตรบ้าง รวมทั้งมหาวิทยาลัยอีกหลายสถาบัน ได้ทราบจาก Salim ไกด์ประจำทริปบอกว่าเมืองนี้เป็นบ้านเกิดของ Bin Laden เขาให้เงินสนับสนุนให้สร้างโรงเรียน คนในเมืองนี้จึงเคารพและนับถือเขา ดั่งนั้นจึงพบเห็นภาพ Bin Laden ในเมืองนี้อยู่ทั่วทั้งเมือง  เรื่องการเคารพนับถือและศรัทธาเราจะห้ามให้ใครเคารพใครไม่เคารพใครนั้นไม่ได้ เพราะเรื่องเหล่านี้ขึ้นอยู่กับประโยชน์ที่เขาได้รับ กว่ารถจะผ่านเมืองนี้ได้ใช้เวลาเกือบชั่วโมง

เมื่ออกจากเมืองมาได้ไม่นาน รถก็แวะที่ร้านเล็กๆข้างทางเพื่อให้เราได้ทานอาหารเช้า อาการเก่าๆเริ่มหวนกลับมาหาผมอีกแล้ว คลื่นใส้อาเจียน ผมจะต้องทรมานอย่างนี้ไปตลอดวัน เพราะจุดหมายปลายทางที่เราจะพักต้องใช้เวลาเดินทางสิบหรือสิบเอ็ดชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทาง แต่เวลานี้เพิ่งจะเก้าโมงเศษ ผมหาสาเหตุของอาการไม่ได้ อาจจะมาจากสาเหตุนอนไม่หลับ อาจจะปรับสายตากับแว่นคันใหม่ไม่ได้ อาจจะปรับจมูกให้เข้ากับกลิ่นที่แตกต่างไปจากที่เคยชินไม่ได้ แต่สรุปว่าวันนี้ทั้งวันไม่มีความสุขในการเดินทาง ต้องนั่งอาเจียนตลอดทุกๆชั่วโมงหรือสองชั่วโมง แต่ผมยังมีเพื่อนร่วมทางอีกหนึ่งท่านที่อาเจียนแข่งกับผมเช่นกัน คือหมอกมลพันธ์ แต่เมื่อใดก็ตามในระหว่างเส้นทาง หากถึงจุดสวยๆผมก็ต้องอดทนลงไปเก็บภาพความสวยงามไว้ในการ์ด

ปากีสถานจะไม่มีผู้หญิงออกมาทำงานนอกบ้าน

มีแต่ผู้ชายล้วนๆ

รถรับจ้างที่มีสีสันสวยงาม

ผมถึงที่พักด้วยอาการอ่อนระโหย รีบซุกหัวนอนโดยมิต้องรับประทานมื้อค่ำ ผมไม่ทราบว่าที่พักเราสบายหรือไม่ รู้แต่เพียงว่าร่างกายผมอบอุ่นได้เอนกายลงบนที่นอนทำให้อาการวิงเวียนอาเจียนบรรเทาลง

 

วันข้างหน้าจะเป็นยังัยโปรดติดตามตอนต่อไป ......

 

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net