วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปากีสถาน แสนหวาดเสียว


ความเดิมตอนที่แล้ว>>>ผมถึงที่พักด้วยอาการอ่อนระโหย รีบซุกหัวนอนโดยมิต้องรับประทานมื้อค่ำ ผมไม่ทราบว่าที่พักเราสบายหรือไม่ รู้แต่เพียงว่าร่างกายผมอบอุ่นได้เอนกายลงบนที่นอนทำให้อาการวิงเวียนอาเจียนบรรเทาลง

ยามเช้าที่ Shangrila Hotel

แสงแรกที่สัมผัสมายังผืนแผ่นดิน

หนุ่มๆแอคท่ากันหน่อย

ฟ้ายังไม่ทันสาง อาทิตย์ยังไม่จับขอบฟ้า ผมตื่นตั้งแต่ตีสี่อาการของเมื่อวานหายไปเหมือนปลิดทิ้ง ไม่มีร่องรอยของคนที่อ่อนเพลียระโหยโรยแรง ผมตื่นมาพร้อมกับความสดชื่น สดชื่นที่ได้รับอากาศแสนบริสุทธิที่พักริมลำธารอิงขุนเขา หมอกบางๆคลอเคลียอยู่บนลำธาร แสงสีทองของรุ่งอรุณจับขอบภูผา นักท่องเที่ยวหลากหลายต่างแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแพรพันธ์สีสันหลายหลาก  พากันมาชมมาถ่ายภาพความงดงามที่แปรเปลี่ยนไปทุกๆเวลานาที เช้าจะเป็นเช่นนี้พอเวลาผ่านไปอีกไม่กี่นาทีภาพก็จะเป็นเช่นนั้น หากว่าเราจะหยุดเวลาไว้ตรงนั้นเพื่อดื่มด่ำกับความงดงาม อาจทำให้เราพลาดกับความงดงามยิ่งกว่าที่กำลังจะผ่านเลยไป

ทุกคนเหมือนกับยังไม่ได้ล้างหน้า

ที่พักแสนอบอุ่น

Himalayan bulbul  พบที่โรงแรมที่พัก

ถ่ายภาพหมู่กันหน่อยพร้อมที่จะเดินทางไป Fairy Miadows

แกะน้อยริมลำธาร

Fairy Meadows ความงดงามที่เราจะไปสัมผัส

หลังจากที่เราเก็บภาพความสวยงามบริเวณที่พักจนเป็นที่พอใจ ก็รีบไปทานอาหารเช้า จนกระทั่งได้เวลาเดินทาง เราจะไป Fairy Meadows Fairy Meadows เป็นเส้นทางท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งบนเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ ที่สวยงามและน่าเที่ยวชม อยู่ระหว่างเมือง Gilgit และ Chilas  Fairy Meadows ( ในภาษาเยอรมันเรียกที่แห่งนี้ว่า Marchenwiese "ทุ่งหญ้าเทพนิยาย") ตั้งชื่อโดยนักปีนเขาชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ Joot  Fairy Meadows เป็นทุ่งหญ้าที่ล้อมรอบไปด้วยป่าด้านข้างมีธารน้ำแข็ง Raikot เลยจากป่าไปจะเห็นยอดเขานังกาพาร์บัต ทุ่งหญ้าแห่งนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,300 เมตร เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเดินป่าสู่ยอดเขานังกาพาร์บัตและถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี ค.ศ.1995 

มื้อเช้าก่อนเดินทาง

เริ่มต้นตามเส้นทางสุดคลาสสิก

 รถบรรทุกลวดลายและการตกแต่งแสนเฉียบฉาด มีเฉพาะปากีสถานเท่านั้น

ตลอดเส้นทางมีแต่ภูเขาหิน เป็นความงามที่แปลกตา

การเดินทางสู่ Fairy Meadows เริ่มต้นจากการนั่งรถจากคาราโครัม ไฮเวย์ เปลี่ยนเป็นรถจีปที่สะพาน Raikot เพื่อเข้าสู่หมู่บ้าน Tato ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตรหลังจากนั้นจะเป็นการเดิน Trek ระยะสั้นประมาณ 5 กิโลเมตรเพื่อเข้าสู่ Fairy Meadows หรือ ท่านสามารถเลือกขี่ม้าสู่ Fairy meadows ก็ได้ ดังนั้นการมาเที่ยวที่แฟรี่มีโดวส์ จำเป็นต้องเตรียมตัวสำหรับการเดินเทรค ทั้งรองเท้าสำหรับเทรค หรือ กระเป๋าเป๋ระหว่างเดินทาง และจัดเตรียมเสื้อผ้าสำหรับค้างคืนข้างบนจำนวน 1 คืนคะ ข้างบนอากาศหนาว หากเป็นฤดูหนาวหิมะปกคลุม เดินขึ้นลำบากบางครั้งก็ปิดไม่ให้ท่องเทียวข้างบน เนื่องจากหนาวมากและหิมะปกคลุมเยอะเดินทางลำบาก

ถึงแล้วสะพาน Rikot จุดเริ่มต้นของการผลจญภัย ถนนเส้นเล็กๆ คือ Karakoram Highway

จุดที่ต้องเปลี่ยนรถจากรถยนต์ มาเป็นรถจิ๊บ

นั่นคือข้อมูลการเดินทางสู้ Fairy Meadows ที่เรารับทราบมีเพียงเท่านี้ ในห้วงสมองของเราจะเห็นแต่ภาพความสวยงาม เราจะนึกถึงความงดงามของธรรมชาติที่รออยู่  แต่เมื่อเจอสภาพความเป็นจริงนับว่าสุดโหดสำหรับคณะของเรา ยิ่งกว่านั้นในคณะของเรามีผู้ป่วยที่ร่วมทางมาด้วย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะพยายามไปให้ถึง Fairy Meadows  แต่หากท่านอายุไม่เกินสามสิบปีท่านจะพบกับความสนุกท้าทาย ตื่นเต้นไปกับเส้นทางน่าหวาดเสียว เมื่อรถวิ่งมาจนสุดทาง เส้นทางต่อไปคือต้องเดินเท้าไปตามแนวเขาที่สูงชันอีก ๕ กิโลเมตร มันหนักหนาเอาการสำหรับผู้ป่วย คณะของเรา ๔ ท่านตัดสินใจกลับลงไปนอนที่บ้านพักของผู้จัดการทัวร์ในเมือง Gilgit  อีก ๓ ท่านรวมทั้งผมเดินทางต่อไปจนถึงที่พัก Fairy Meadows ก่อนที่จะเดินขึ้นไปทำให้พวกเราใจเต้นระทึกเพราะไม่คาดคิดว่าจะต้องมีตำรวจคุ้มกันไปด้วย มาทราบว่าต้องมีตำรวจคุ้มกันเนื่องจากเคยมีข่าวนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายจนเสียชีวิต จึงจำเป็นต้องคุ้มกันนักท่องเที่ยวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย  เมื่อถึงที่พักจวนจะค่ำแล้ว อากาศเย็นลงฉับพลัน ความหนาวเหน็บเข้าแทรกซึมทุกอณูของร่างกาย สวยก็สวยหนาวก็หนาว  อยู่ข้างนอกไม่นานก็ต้องเข้าไปนั่งรออาหารค่ำในห้องอาหารและเพิ่มความอบอุ่นของร่างกาย ทานเสร็จแล้วก็ต้องเข้าห้องนอน คืนนี้ผมเตรียมชุดกันหนาวอย่างดีมาใช้งาน จากหนาวเหน็บจนกระทั่งอบอุ่น  ถึงแม้ว่าคืนนี้จะอบอุ่นเพียงไรแต่จิตใจผมไม่หลับในใจนึกเป็นห่วงเพื่อนร่วมทริปว่าจะเป็นอย่างไร

หวาดเสียวตั้งแต่เริ่มนั่งรถจิ๊บ

เส้นทางไต่หน้าผาสูงชัน ถ้าหล่นลงไปไปต้องเอาขึ้นมา

ฝุ่นตลบตลอดทาง

เส้นทางหฤโหด รถสวนกันแทบไม่ได้ แต่โชเฟอร์ปากี บอกว่าสบายมากครับ ยห.ๆ

ผมต้องตื่นเช้าทุกครั้งเมื่อไปเที่ยว ตื่นขึ้นมาจะได้พบกับบรรยากาศที่แตกต่างไปจากที่เราเคยชิน ความงามของธรรมชาติช่วงเช้าเป็นสิ่งที่ผมถวิลหา หากพลาดโอกาสจะให้ย้อนเวลามันไม่ได้เสียแล้ว ความงามของธรรมชาติยามเช้าเป็นสิ่งเย้ายวน หยาดน้ำค้างพรางพรมบนใบหญ้า สายหมอกบางๆพาดผ่านไปตามขุนเขา อาทิตย์อุทัยยามเช้าส่องแสงนุ่มๆมาอาบไล้ให้คลายหนาว  เหล่าสกุณาบินออกจากรวงรัง โผบินสู้ฝากฟ้า  ต้นไม้ชูใบเขียวท้าทายแสง เหล่านี้จะหาได้อย่างไรหากว่าท่านตื่นเมื่อแดดกล้ามาโลมเลีย

ยอดเขา Rikot ยามพลบค่ำ

บรรยากาศรอบๆตัวผม ณ เวลานี้ ช่างสวยงามเกินบรรยาย  ถึงแม้เราจะอธิบายความงามให้ละเอียดเพียงไรก็ไม่สามารถสร้างจินตนาการให้ผู้รับฟังเกิดมโนภาพที่ใกล้เคียงความจริงไปได้ ดังนั้นผู้มีความสุขจะต้องเสพกับความเป็นจริงอย่างเดียวเท่านั้น

Raikot ยามเช้า

นั่งอาบความหนาว

มิสเตอร์สาลีม ดูแลอย่างดี

หมอหน่อยกับธงปากีสถาน

ยามเช้านกกาออกหากิน

ผมนับเวลาถอยหลังอยากให้ถึง Gilgit โดยเร็ว ผมอยากทราบว่าเพื่อนร่วมทริปของผมเป็นอย่างไร ผมอยากให้แกได้ขึ้นมาเที่ยวที่ Fairy Meadows ภาพสวยๆมุมกล้องดีๆจากฝีมือของแกได้รับการยอมรับจากคนทั่วไป ไม่เฉพาะแต่กลุ่มของเราเท่านั้นที่เที่ยวกันมานาน ภาพของแกส่งเข้าประกวดจะต้องได้รับรางวัลใดรางวัลหนึ่งแทบทุกครั้ง

ที่พักบน Fairy Medows

ขาลงเราใช้เวลาไม่นานมาก ต่างจากขาขึ้นที่ใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมง  เราใช้เวลาเพียง ๑ ชั่วโมง ๑๕ นาที ก็ถึงจุดที่เราจะต้องนั่งรถจิปเพื่อไปยังสะพาน Raikot ช่วงเวลานี้นานมากเราต้องนั่งรถสองทอด ที่เป็นเช่นนั้นเพราะสะพานชำรุดรถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ จึงต้องลงรถจากฝากหนึ่งไปต่อรถอีกฝากหนึ่งของสะพาน  ในช่วงนี้รอต้องรอรถนานเกือบๆชั่วโมง เราทั้งสามคนไปถึงสะพาน Raikot ก่อนเที่ยงนิดหน่อย แล้วต่อรถไปยังเมือง Gilgit ใจผมจดจ่ออยู่กับเพื่อนว่าจะเป็นอย่างไร ผมโล่งใจเมื่อเจอเพื่อนของผมที่ร่างกายฟื้นขึ้นมาจนสามารถทานอาหารได้ มื้อเที่ยงที่ค่อนข้างจะกลายเป็นมื้อเย็น เราไปทานอาหารกันที่ Gilgit Grill เราได้พบกับครอบครัวของผู้จัดการทัวร์ ทุกคนมีสัมพันธ์ภาพที่ดี เราคิดว่าเราโชคดีที่ได้ใช้บริการของบริษัทนี้ Sawasdee Pakistan Tours & Treks 

ขาลงใช้เวลาน้อยกว่าขึ้นร่วใตครึ่งชั่วโมง

ชาวบ้านแบกฝืนเตรียมไว้สำหรับหุงต้มอาหาร

แม่น้ำกิลกิต

Hunza Ambassy คืนนี้เราเข้าพักที่นี่ เราถึงที่พักเวลาก็ใกล้จะค่ำแล้ว ดวงอาทิตย์เริ่มจะลับเหลี่ยมเขา สาดแสงสีทองเรื่อๆตามแนวเขา ที่พักที่นี่สวยงามจริงๆ ด้านหน้าเห็นยอดเขาสูงแทงทะลุแผ่นฟ้าและถูกปกคลุมไปด้วยเมฆขาวลอยล่องทาทาบยอดเขา สวยเกินบรรยายจริงๆ หากว่าอากาศไม่หนาวจนเกินไปคืนนี้ผมจะนั่งปล่อยใจให้ลอยล่องไปทุกอณู  ทุกคนทุกท่านเข้าห้องปิดประตูกันเงียบกริบ ทีวีในห้องเห็นแต่ภาพข่าวท้องถิ่นเหตุการณ์ประท้วง เหตุร้าย อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตามปกติของบ้านเมือง รายการเกมโชว์ยังได้รับความนิยมไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด อากาศหนาวความมืดก็มาเยือนเร็ว กลางคืนแสนยาวนาน แต่กลางวันกลับสั้นลง ผมลืมตาดูนาฬิกาหลายครั้งหลายหน แต่ก็ยังไม่สว่าง เมื่อใกล้รุ่งสางตามความเคยชินเมื่อไปเที่ยวต่างบ้านต่างเมือง จะต้องตื่นให้เร็วกว่าปกติ เพื่อซึมซับสิ่งรอบตัวให้มากที่สุด โดยเฉพาะความบริสุทธิของอากาศ ของสภาพแวดล้อม หกโมงครึ่งอาทิตย์สาดแสงสีทองสัมผัสกับหิมะที่ทับถมกันเป็นน้ำแข็งสีขาวนวลปกคลุมตามยอดเขา สะท้อนประกายระยับ ต้นป๊อปล่าร์สีเหลืองทองสูงชลูดแข่งกันเพื่อสัมผัสแสงอ่อนๆยามเช้า นักท่องเที่ยวเช่นเราย่อมประจักษ์ต่อความงามเหล่านี้มามากมาย แต่ไม่เคยเบื่อหน่ายหรือรู้สึกว่าชินชากับบรรยากาศเช่นนี้

Hunza Ambassy

โปรดติดตามตอนต่อไป

__________________________________________

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net