วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บนถนนแห่งเนปาล....ว่าเป็นอย่างไร


        เนปาลเป็นประเทศที่ไม่ติดทะเลมีแต่ภูเขาสูงรายรอบ ผู้คนมากมายจากทั่วโลกอยากจะไปสัมผัสประเทศนี้ เป็นประเทศที่มีสถิติโลกอยู่หลายอย่างดังเช่นภูเขาที่สูงที่สุดในโลก เอเวอเรสคือยอดภูเขาสูงสุด...สนามบินที่ว่ากันว่าอันตรายที่สุดอันดับต้นๆของโลกก็อยู่ในประเทศนี้ คือสนามบินลู-กล้า จะว่าไปแล้วที่ประเทศเนปาลได้มีการจัดการให้มีเที่ยวบินภูเขา ( Mountain flight ) เพื่อให้นักท่องเที่ยวนั่งเพื่อไปชมความงามของยอดภูเขาที่สูงที่สุดในโลกโดยบินจากสน่ามบินนานาชาติตรีภูวันหรือสนามบินนานาชาติกาฏมัณฑุ ไปตามแนวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ....นี่คือเรื่องราวเล็กๆในประเทศเนปาล มีคนถามว่าคนเนปาลหน้าตาเป็นอย่างไร ฉันตอบเล่นๆไปว่าให้ไปดูที่ร้านตัดผ้าที่ชายหาดภูเก็ต หรือไปดูที่ถนนข้าวสาร เพราะที่เหล่านนั้นได้มีชาวเนปาลเข้ามาทำมาหากินกันอย่างมากมาย จะว่าไปแล้วเมื่อเราพูดถึงเนปาล ก็ย้อนกลับมาดูประเทศไทยที่คนเนปาลบอกว่าจะอยู่เมืองไทยจนชีวิตจะหาไม่ และผมคนหนึ่งที่อยากไปเนปาล กับอีกมากมายที่ได้สัมผัสเรียนรู้ว่าคนเนปาลเมื่อมาอยู่เมืองไทยแล้วไม่อยากกลับไปบ้านเกิด อะไรคือสิ่งจูงใจ...นั่นคือความสบายเพื่อหนีความลำบาก เนปาลเป็นประเทศที่สวยงามสำหรับผู้ไปเยือนในเวลาช่วงสั้นๆ แต่มันอาจจะไม่ใช่สวรรค์ของคนดั้งเดิมพื้นเพเดิม เกิดที่นั่น และนี่คือความจริงที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้....มีและเคยได้ยินนักท่องเที่ยวฝรั่งบอกให้ผมฟังว่าคนไทยโชคดีที่สุดในโลกที่เกิดในประเทศที่สวยงามและอากาศดี อีกทั้งผู้คนมีรอยยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ผมคิดว่าสวิสเซอร์แลนด์สวยงามมากเช่นกัน เหล่านี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ที่ต้องการแลกเปลี่ยนสถานที่ด้วยเหตุผลที่แตกต่าง ..แล้วกลับมาดูว่าทำไมหลายเหตุผลที่ผู้คนอยากไปเที่ยวเนปาล

          สนามบินลูกล้า ชื่อทางการคือสนามบินเทนซิง - ฮิลลารี่ ซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลสองคนนี้ที่ปีนเขาเอเวอร์เรสสำเร็จเป็นคู่แรกคือเอ็ดมันด์ ฮิลลารี่ ชาวนิวซีแลนด์ กับเทนซิง นอร์เก้ ชาวเนปาลเชื้อสายชนเผ่าเชอร์ปาเมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๑๔๙๖....สนามบินที่ได้ชื่อว่าเป็นสนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก เป็นสนามบินที่เป็นจุดเริ่มต้นในการปีนยอดเขาเอเวอร์เรส

หากมีโอกาสอยากกลับไปเนปาลอีกสักครั้ง นั่งเครื่องบินชมยอดเขาหิมาลัย

ขอบคุณภาพด้านบนจากกูเกิ้ล

เป็นการเดินทางไปกลับระหว่างกาฎมัณฑุ- โพคาราโดยเครื่องบิน ละเป็นารเดินทางไปกลับจากกาฎมัณฑุ - ลุมพินีโดยรถยนต์

ท่ารถ บขส.แห่งกรุงกาฎมัณฑุเพื่อเดินทางไปยังลุมพินี....ที่นี่ไม่ค่อยได้เห็นภาพสักเท่าไร

หน้าตารถบัสก็ไม่ต่างไปจากผู้คนที่มีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

ถนนพับผ้าที่ว่าแน่ นี่เลยที่เนปาล

           เป็นถนนที่วนเวียนที่สุดในสามโลก....กลับจากเนปาลเที่ยวนั้นกล้องถ่ายรูปตัวนี้ก็ตกแตกที่ภูเก็ต...และทำให้ผมรู้ว่ากล้องถ่ายรูปกับการเดินทางเป็นสิ่งสำคัญ ผมพลาดโอกาสที่ได้ภาพสวย...แม้วันนี้ยังไม่มีกล้องถ่ายที่เป็นเรื่องเป็นราวเพราะมีข้อจำกับเรื่องเงินลงทุและเจ็บใจตัวเองที่ทำกล้องพังไปเป้นสิบตัวแล้วในชีวิต...แต่ก็ยอมรับว่ากล้องถ่ายรูปมีความจำเป็นจริงๆ

........

พ่อค้าขายของริมทางรถจอด

เมืองเล็กๆกลางหุบเขาก่อนถึงลุมพินี

ใช้เวลาราว ๘ ชั่วโมงจากกาฎมัณฑุถึงเมืองไบวารา เมืองสุดสายรถประจำทาง ต้องนั่งรถไปอีก ๒๔ กิโลเมตรจึงจะถึงลุมพินี

         ประตูสู่ลุมพินีที่เมืองไบวารา รถบัสคันเล็กที่แน่นไปด้วยผู้โดยสารที่ไม่ต่างไปจากปลากระป๋อง แต่เป็นการเดินทางที่ผมไม่รังเกียจและยินดีที่จะใชชีวิตแบบคนเนปาล การเคารพ(Respect ) เป้นสิ่งที่ผมนำติดตัวไปด้วยทุกที่ในโลก การทำตัวเล็กๆเที่ยวแบบสบายไม่กังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันคือความสุขในการเดินทางแบบฉบับของใครก็ของมันแล้วแต่จะเลือกตามแบบฐานานุรูป เอากันแบบสะดวกใจ สบายกระเป๋ากันก้แล้วกัน ผมมักเลือกการเดินทางแบบผสมผสาน สบายบ้าง แบบบ้านๆบ้าง จะได้เห็นโลกในหลายมุมมอง ที่สำคัญที่สุดความเร็วมันไม่ได้ทำให้เราเห็นวิถีของจริงของท้องถิ่นนั้นๆ แล้วแต่มุมมองครับ

 ทั้งหมดคือภาพการเดือนทางเมื่อเดือนมิถุนาน ๒๕๕๘

 

โดย พาจรดอทคอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net