วันที่ จันทร์ มีนาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันวานยังหวาน วันนี้ยังอยู่ พชม. 25


     ไม่ได้เจอะเจอเพื่อนฝูงมานานนม หลังจากการรวมตัวครั้งใหญ่เมื่อสามสี่ปีก่อน ครานั้นมีการไต่ถามสารทุกข์สุกดิบกันแบบเป็นกลุ่ม ๆ บนเวที ไม่นึกเลยว่าในกลุ่มฉันแต่ละคนมีความก้าวหน้าทางการงานถึงผู้บริหารระดับสูงหรือผู้เชี่ยวชาญขั้นเทพ

 

 

จะว่าไปก็แทบจะเป็นครั้งแรกหลังจบออกมายี่สิบกว่าปีที่ฉันได้มีโอกาสไปเจอเพื่อนกลุ่มใหญ่ เพราะอีกไม่ช้าก็จะลดจำนวนลงเรื่อย ๆ

 

 

 

     ปีนี้มาร่วมกันในวาระพิเศษกลุ่มเล็ก หลายคนเปลี่ยนไปมาก มากจนนึกว่าตาฟาดไป ไฉนเพื่อนเราเปลี่ยนแปลงได้ฉะนี้  ความแก่มันจะมีจังหวะเร่งเป็นช่วง ๆ ฉันก็ไม่พ้นกฎธรรมชาติ เพียงแต่แก่มานานแล้วเลยเหมือนเด็กในโหลดองเหี่ยว ๆ

 

    นึกถึงนักข่าวเวลาลงข่าวอายุคงไม่เหมือนวิชาชีพหมอ เรียก ‘แม่เฒ่าวัย 50 ปี’ เราเรียกหญิงวัยกลางคน หรือดูดีกระชุมกระชวยหน่อยก็ต้องสาวใหญ่

“ลุงกำนันมาโว๊ย” จากหมอร่างระหงเปลี่ยนองค์ไปพุงพุ้ย ผมบาง ร่างอวบ เหมือนผู้นำหมู่บ้านจริง ๆ

“นี่รุ่นน้อง ไม่ต้องไหว้ก็ได้” นึกไม่ออกว่าใบหน้าน้องที่แสนสดใสจะแซงพี่ไปไกลขนาดนี้

“เฮ้ย  นี่ลูก” โอโฮเฮะ เด็กสมัยนี้มันโตไวจริง ๆ

เพลานี้ได้โอกาสฉลองให้เพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นคณบดี  นึกถึงสมัยเป็นนักศึกษาแพทย์เรารวมกลุ่มสี่คนตะลอนเที่ยวจากเชียงใหม่ไปใต้จนถึงยะลา มีชายอยู่หนึ่งเดียวเพื่อกันเหนียวว่าเรามี ‘สภาพบุรุษคุ้มครอง’ ไม่ได้พิมพ์ผิด เพราะยังไงก็ปกป้องหญิงแกร่งอย่างพวกเราไม่ได้อยู่แล้ว มีไว้แค่ป้องปรามก็พอ ตอนเราสี่คนนั่งรถเมล์ไปยังกระบี่เที่ยวสุดท้ายก็ดึกดื่นอักโขอยู่   สองข้างทางเต็มไปด้วยสวนยางมืดทึบ แสงไฟไม่มีให้เห็นสักแว๊บ แม้แต่หิ่งห้อยและดวงดาวก็พากับหนีหายไปหมด ในรถเหลือแต่พวกเรากับคนขับรถและเด็กรถหนุ่ม ๆ ผิวเข้มตาดุ เราจินตนการไปเสียไกล ปรุงแต่งเสร็จสรรพให้ตัวเองกลัว  สุภาพสตรีอย่างเรากอดขวดน้ำอัดลมไว้แน่น คำนวณทางฟิสิกส์แล้วว่าน้ำหวานครึ่งขวดที่เหลือในขวดใหญ่ใช้เป็นอาวุธฟาดหัวให้พอมึนได้ ลืมนึกไปว่าถ้าไอ้หนุ่มก้านยาวถีบเปรี๊ยงมา แขนสั้นกุดดุดอย่างเราจะเขวี้ยงถึงก็หาไม่ แต่ก็แอบอุ่นใจอยู่ลึก ๆ ที่มี ‘สภาพบุรุษ’เอาไว้ขู่  เรานั่งใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กับความกลัวที่มโนขึ้นมาตลอดทาง  แล้วรถก็หยุดกึก เด็กรถเดินอาด ๆ ผ่านเบาะนั่งที่ว่างเปล่าตรงเข้ามาหาเราท้ายรถชวนขนหัวลุก  ตาเบิกโพลงไม่มีง่วงเข้ามาสถิตสักนิดดูแต่ละย่างก้าวยังกับหนังเจ้าพ่อฉายช้า ๆ  มาหยุดยืนทะมึนตรงหน้าเรา แล้วเปล่งเสียงผ่านลำคอลึก ๆ

“สุดทางแล้ว”

อภิโธ่ อภิถัง ฟุ้งซ่านเสียไม่มีดี เรารีบลงรถแบกเป้ไปตายเอาดาบหน้าหาโรงแรมราคาถูกอยู่  ในที่สุดก็ได้โรงแรมเล็ก ๆ ในซอย ฉันตัวเล็กสุดต้องแอบซ่อน เพื่อที่จะได้จ่ายห้องเดียว มันตื่นเต้นประหวั่นพรั่นพรึงในการกระทำผิดเหลือเกิน ทางโลกจับไม่ได้แต่ต้องชดใช้ในทางธรรมนี่สิแน่นอน    

   เมื่อเข้ามาในห้องพักเรามายืนเท้าสะเอวรอบเตียงใหญ่ พินิจดูขนาดตัวยาวสั้นหนาบางไม่เท่ากัน และไม่มีใครลงไปนอนบนพื้นให้เมื่อยขบแน่ จึงคิดวิธีจัดเรียงตัวให้ผู้ชายนอนชิดขอบตามความยาวของเตียง ส่วนผู้หญิงนอนตามขวางแบบหวี คนฉี่บ่อยให้อยู่ริม จำไม่ได้ว่าเอาเท้าหรือเอาหัวไปทางว่าที่คณบดี  เช้ามาก็เที่ยวชมความงดงามของธรรมชาติ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดตอนใต้ลึกลงไปเรื่อย ๆ

 

 

    ที่วิบากสุดก็จะเป็นลงเรือข้ามไปเกาะสมุย ซึ่งสมัยนั้นใช้เวลานานมากแบบลิงหลับได้ เราต้องตีตั๋วเรือนอนเพื่อประหยัดค่าโรงแรมและเวลาเที่ยว โอโฮ...ตื่นเต้นหวาดเสียวทั้งคืน เรือมันโคลงไม่เหมือนรถไฟ สาวเหนืออย่างเราเร้าใจไปกับจังหวะโยกกระแทก นึกว่ามันจะล่ม ไปถึงฝั่งรีบไปคารวะรุ่นพี่หาข้าวฟรีทาน ท่านก็แสนใจดีพาเด็กเปรตอย่างเราดูเกาะสมุยที่โดดเด่นไปด้วยต้นมะพร้าวและชีวิตชาวประมง ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันนี้ลิบลับ  ถนนดินแดงขรุขระคดเคี้ยวไปมาโอบล้อมด้วยต้นมะพร้าวที่เริงระบำตามจังหวะเกี้ยวพาราสีของสายสมโชย มีฟ้าครามเป็นฉากใหญ่ ประดับประดาด้วยปุยเมฆ ทำเอาเราหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง   

 

     ฉันได้ทราบที่มาที่ไปของ Full Moon party ของเกาะก็ตอนมาแก้ปัญหาแมงกะพรุนพิษชนิดที่ทำให้ตายได้นี่แหละ ชาวบ้านเล่าถึงวิถีชีวิตที่ครอบครัวเพื่อนฝูงจะนัดกันมาทานข้าวเย็นริมหาด  พระอาทิตย์ขึ้นและตกในโค้งฟ้าเดียวกัน ในวันที่พระจันทร์ขึ้นเต็มดวงจะเสมือนกับมีพระอาทิตย์สองดวง เพียงแค่แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังหาดทรายสวยเกินบรรยายแล้ว เสียงคลื่นกระทบฝั่งสอดประสานกับเสียงสรรพสัตว์ไพเราะเสนาะหูโดยไม่ต้องแปลความหรือใช้เครื่องเสียงอันใดมาช่วย ทอดอารมณ์ละเลียดความสุขที่แสนเรียบง่ายและรื่นรมย์

 “มาแล้ว คณบดีมาแล้ว” เสียงเพื่อนตะโกนปลุกฉันจากอดีตอันสนุกสนาน

ชายวัยกลางคนผมสีดอกเลา ตัวหนาขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยก้าวเข้ามาในร้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับศรีภรรยา เพื่อน ๆ ต่างเข้ามาแสดงความยินดี แล้วที่เหลือก็ไม่มีใครฟังใครเพราะแก่ ๆ กันแล้วชอบพูดไม่ชอบฟัง มีทั้งเรื่องส่วนตัวเรื่องงานและสุขภาพปะปนไปกับเสียงช้อนชามกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง 

 

“เพื่อน ๆ ที่รัก ฟังทางนี้หน่อย” 

ฉันไปยืนหัวโต๊ะใช้ช้อนเคาะแก้วเรียกร้องความสนใจหลังจากเพื่อนฟาดข้าวปลาอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยจนพุงย้อยมาพอสมควรแก่การอิ่มได้แล้ว 

“เข้าสู่พิธีการนิดหนึ่ง เดี๋ยวเราจะร้องเพลงร่วมกันโดยวงเฉพาะกาลที่ซ้อมทางไลน์ เพิ่งมาเจอหน้ากันซ้อมเมื่อกี้นี้ เล่นผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยจ้า เพลงเก่า ๆ สมัยเราเรียน ไม่ต้องกลัวจะจำเนื้อไม่ได้ มีเนื้อเพลงแจกให้ตัวใหญ่หนาเหมาะกับสายตาอันยาวไกล”

“ร้องไงนะ ร้องไม่เป็น”

“ตาม ๆ ไปเดี๋ยวก็ได้ ทำนองแบบแพทย์เชียงใหม่แหละ”

ไม่อยากบอกให้ขวัญเสียว่านักดนตรีสมัครเล่นอย่างฉันก็ร้องไม่เป็น เพลงโบราณสมัยพวกเราเดาทำนองง่ายจะตายไป  ภริยาและบุตรห้องสินเดินแจกเนื้อเพลงที่พิมพ์ในกระดาษแข็งไม่อ่อนยวบตามมือไม้ที่สั่น ตัวอักษรหนาใหญ่แบบจัดเต็มให้ลุงป้าสายตายาวไกลได้อ่านออกเสียงกันสบายใจเฉิบ   

 

        เพื่อน ๆ เคาะแก้วชามไปบ้าง ร้องเพลงด้วยความสนุกสนานระลึกถึงวันวาน มล. แอร์ ที่เพื่อน ๆ ตั้งให้ ไม่ได้เป็นหม่อมหลวงใดๆ ดอก แต่แม่คุณทำงานเก่งรวยเสียจนเกษียณตัวเองมาหลายปี เลยยกให้เป็นแม่เลี้ยง ว่างงานก็เลยมาหัดเล่น Ukulele ตอนแก่ แกใฝ่ฝันใคร่ตั้งวงดนตรีร่วมกับท่านป่อกที่เคยออกอัลบั้มเพลงส่วนตั๊วส่วนตัวมากจนไม่รู้ว่าเพลงอะไร เอาไว้รื่นเริงเวลาสัญจรมาเจอกัน  ฉันก็ซ้อมเองไปแก้โน๊ตเพลงเอาข้างหน้า เจ้าพ่อกีต้าร์อย่างหมอหนุ่ยมิมีปัญหา ส่วนที่มาแบบเหลือเชื่อต้องเป็นไพศาล ท่านขน Cajon เป็นกลองเครื่องเคาะ (percussion คนละความหมายกับเคาะปอดฟังเสียงเวลาตรวจผู้ป่วย) มาด้วย อ้อ Cajon  ไม่ได้เรียกว่า ขะ-จร นะคะ มันเรียกว่า กะ-ฮ้อน ฟัง ๆ เสียงมันก็ดูดีไม่ขี้เหล่แฮะ ทำให้มีจังหวะเร้าใจขึ้น

 “เอาอีก ๆ”

“โอโฮแฮะ เราเล่นดีขนาดนั้นเลยรึ” ยิ้มแก้มแทบปริ

“เอาอีกรอบเพลงเดิม กำลังจะร้องเป็น”  หลงดีใจ ที่ไหนได้ พวกเพื่อนจะซ้อมร้องเพลงไม่ได้ปลื้มอะไรกับเสียงดนตรีเรา ทำเอาแห้วกินใจ

“....:(  ... :(~— "

 

 วัยนี้ต้องใช้เพลงย้อนยุค และทำนองง่าย ๆ ประเภทร้องไม่ถึงครึ่งเพลงก็เดาที่เหลือได้ทั้งหมด ส่วนเพลงวัยรุ่นสมัยนี้ ตอนขึ้นต้นเพลงก็ไม่คิดว่ามันเป็นเพลง พอกำลังจะฟังรู้เรื่อง มันก็จบแบบไม่รู้ทำนองเสียอย่างนั้น เปิดวนสามรอบก็ยังไม่คุ้นหู

      พวกเราสนุกสนานตามประสาคนแก่ ตามด้วยเพลงดอกไม้ให้คุณที่เพื่อนพ้องแต่ละคนนำดอกไม้มามอบให้ท่านคณบดี  ตบท้ายด้วยพวงมาลัยดอกดาวเรืองอันเบ้อเร่อจากวงเรา เรามอบของที่ระลึกซึ่งเล็กมาก ตอนถ่ายรูปจึงต้องแตะศอกต่อ ๆ กันยังกับถวายสังฆทานแนะ

 

“ก๊วย ๆ ขอฉันพูดบางซิ” ท่านคณบดีมายืนขอด้วยมาดสุภาพแบบเดิม

ตายโหง ในโพยแม่เลี้ยงแอร์ไม่มีคิวให้พูดทั้ง ๆ ที่เป็นตัวเอกของงาน

“อิอิ เอาไมค์ไปเลย” ฉันยื่นช้อนส้อมให้ก่อนเผ่นมานั่งที่โต๊ะอาหาร

เจ้าเล้งพูดได้ประทับใจมากในการทำงานเพื่อองค์กรโรงเรียนแพทย์ของเราและเพื่อให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้เจ็บไข้ได้ป่วย   แกชักได้อารมณ์เลยขอตามด้วยการบูม เรากอดคอกันเป็นวงกลมเพื่อโขยกหัวขึ้นลงตามจังหวะร้องเพลงเชียร์ต้องยั้ง ๆ ไว้บ้างเพราะแก่ปูนนี้แล้ว เดียวหน้ามืดเป็นลมเดือดร้อนลูกหลาน

 

       มล. แอร์ถือโอกาสประกาศตั้งวงตามความฝันกับหมอหนุ่ยและคุณชายป่อก กลับจากงานเลี้ยง ก็ยังไฟแรงไม่เลิก จะหาชื่อวงและแต่งเพลงประจำวง เรื่องชื่อวงฉันพอจัดให้ได้ ส่วนเพลงต้องหัวหน้าวงชายป่อก  จะเอาชื่อโรคก็ดูจะน่าเกลียดไปหน่อย ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ว่าจะเป็น กะโหลกแบะ ปอดบวม ม้ามแตก  ไส้เลื่อน ริดสีดวง ไปจนถึงเล็บขบ ครั้นจะเอาเครื่องมือแพทย์ก็เรียกยากละยาว จึงมาจบลงตรงชื่อยา  ที่เหมาะสุด ก็คือ ยาแก้คัน หรือ คาลามายนี่แหละเข้ากับลักษณะวงดี และต้องมีฉลากยาเพื่อบอกวิธีใช้ ดังนี้

 

Calamine 25

ข้อบ่งชี้           แก้คันไม้คันมือ คันปาก คันใจ

ส่วนประกอบ   Ukulele กีต้าร์ ขลุ่ยจีน Xun  Saxophone Cajon เครื่องเคาะ แก้ว จาน ช้อน กะละมัง กบไม้ แล้วแต่หาได้

                      ตามสถานที่ปรุง และการขนย้าย

วิธีใช้             เป็นยาทาภายนอก ดังนั้นต้องมาร่วมสัมผัสจึงจะออกฤทธิ์

ขนาดยา       ทาวันละครั้งพอ

                    สตรีมีครรภ์ ควรนั่งทาและงดเปล่งเสียงสูงเพื่อป้องกันลูกคลอดก่อนกำหนด

                    เด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบ ควรใช้ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองเมื่อมีเพลงล่อแหลม

อาการแพ้ยา   ถ้าร้องรวด 3 เพลง ไม่ยอมลงเวที ให้รีบนำตัวส่งโต๊ะอาหารก่อนหมดสติจากการหายใจไม่เพียงพอ

                  หรือคิวถัด ๆ ไปรุมกระทืบ

ผลข้างเคียง   ทำให้เสียหน้าที่การงานและชีวิตประจำวันได้

ข้อห้ามใช้      คนเมาและคนความจำเสื่อม เนื่องจากร้องค่อมผิดจังหวะและลืมเนื้อนำพาให้วงล่มได้ ยาหมดสรรพคุณทันที

วันหมดอายุ    เมื่อแพทย์เชียงใหม่รุ่น 25 คนสุดท้ายขึ้นสวรรค์

ผลิต              บริษัท พชม. 25 ไม่จัดจำหน่าย แต่ แจกทั่วไป ทั้งในและนอกประเทศ

 

         ขอขอบคุณหลานหนุ่ยที่กรุณาทำ VDO clip ทำให้วงเริ่มมีตัวตนขึ้นมาขณะหนึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ในโลกอันกว้างใหญ่

https://www.dropbox.com/s/eyx6o5g0447yzcu/Med25Calamine.mp4?dl=0

 

     วันเวลาผ่านไปไม่มีย้อนกลับ เหลือแต่ความทรงจำและผลของการกระทำที่ทิ้งไว้ แล้วแต่ว่าเราจะมีสติใช้ห้วงเวลานั้นเช่นไรเพื่อมิให้เสียใจภายหลัง หวังว่า...คงจะมีโอกาสได้รวมตัวกันอีกสักเพลา แม้นว่าจะเหลือเพื่อนจำนวนน้อยลงเรื่อย ๆ ก็ตาม  

 

 

 แหล่งภาพ ขอขอบคุณภาพสวย ๆ จากหน่อผุด  จุ๋มจิ๋ม และเพื่อน ๆ ที่ให้ภาพมา

โดย พี่ก๊วย

 

กลับไปที่ www.oknation.net