วันที่ จันทร์ มีนาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปั่นรวมใจไทย 2


ตอน "จชต. กินดี อยู่ได้ เข้าใจกัน"

 

“ปัตตานี ยะลา นราธิวาส”

สามจังหวัดชายแดนใต้

ที่ใครๆ แค่ได้ยินชื่อ ก็แทบไม่อยากจะบันทึกไว้ในความทรงจำ

หรือ อีกนัยหนึ่ง คือ

ดินแดนแห่งระเบิด ควันปืน ดินแดนแห่งความตาย

ดินแดนที่ไม่มีใครอยากจะมาเยือน

นี่คือ ภาพลักษณ์ที่สื่อเขียนข่าวหรือนำเสนอข่าวถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ในทางลบ

จนภาพในจินตนาการของคนนอกพื้นที่ มองว่า

พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ไม่ควรย่างกรายเข้ามา

สื่อนำเสนอข่าวในเชิงลบจนสามจังหวัดกลายเป็นแผ่นดินที่มีแต่ความชั่วร้าย

จากแผ่นดินที่สวยงามแห่งวิถี

ใครๆที่มาเยือนจะหลงมนเสน่ห์แห่งแผ่นดินผืนนี้

จากแผ่นดินที่เคยมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย

จากแผ่นดินที่นักลงทุนอยากจะเข้ามาลงทุน

กลายเป็นแผ่นดินที่เงียบเหงา

กลายเป็นแผ่นดินแห่งความมืดดำ

จแทบจะไม่มีใครลงมาเยือนพื้นที่แห่งนี้!!!

แต่ความจริงมันเป็นเช่นไร?

แผ่นดินแห่งนี้มันน่ากลัวจริงหรือไม่?

ผู้คนในพื้นที่โหดร้ายหรือไม่เช่นไร?

สิ่งดีงามต่างๆในพื้นที่ไม่มีแล้วหรือไร?

นี่คือ สิ่งที่อยากให้ทุกคนลองมาพิสูจน์ความจริงในประเด็นเหล่านี้!!!

ใครจะพูดเช่นไร

สื่อจะนำเสนอเชิงลบแบบไหน

ลองมาพิสูจน์กันดีกว่าไหม?

อย่าเพิ่งฟันธง ว่า สามจังหวัดชายแดนใต้ คือ ดินแดนที่แสนน่ากลัว

หากคุณยังไม่ได้มาสัมผัสผืนแผ่นดินแห่งนี้

โปรดอย่าเพิ่งตีตราว่า แผ่นดินผืนนี้เป็นแผ่นดินแห่งความน่ากลัว

แผ่นดินแห่งความตาย

โปรดอย่างเพิ่งแบ่งแยกพวกเราออกจากแผ่นดินไทย

เพราะประเทศไทยมิได้มีแค่ ๗๔ จังหวัด

สิ่งที่พวกเราคนสามจังหวัดรอคอย คือ การเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินไทย

แผ่นดินที่อยากให้ผู้คนต่างพื้นที่มาเยี่ยมเยียนเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา

และน้ำทิพย์ที่มาชะโลมบนหัวใจของคนชายแดนใต้ก็มาถึง

เมื่อพวกเรารับรู้ว่า....

ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ยังมองว่า พวกเรา คือ คนไทย!!!

และไม่เคยตัดพวกเราออกจากผืนแผ่นดินไทย

เพราะประเทศไทยมิได้มีแค่ ๗๔ จังหวัด

ด้วยเพราะมีโครงการปั่นรวมใจไทย ๒

ตอน "จชต.อยู่ดี กินได้ เข้าใจกัน” เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้

ระหว่างวันที่ ๘-๑๙ มีนาคม ๒๕๖๐

โดยการใช้จักรยานเป็นสื่อกลางในการสร้างความเข้าใจในครั้งนี้

ภายใต้สโลแกน “ปั่นรวมใจไทย ปั่นสู่กลางใจคน”

ซึ่งเป็นการปั่นจักรยานเป็นครั้งที่ ๒

โดยครั้งแรก  ปั่นจากแม่สายสู่เบตง

และครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ นี้ ที่นักปั่นจักรยานทั่วประเทศมาร่วมกันปั่นจักรยาน

ตามเส้นทางยุทธศาสตร์เมืองต้นแบบ

"สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน"

จาก จ.ปัตตานี(อ.หนองจิก)

สู่ จ.นราธิวาส(อ.สุไหงโก-ลก)

และสุดท้าย จ.ยะลา(อ.เบตง)

โครงการเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

 

(ขอบคุณภาพจาก Internet)

เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ใน ๓ พื้นที่

ได้แก่

๑.อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนา

"เกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน” (Agricultural Industry City)

๒. อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน (Sustainable Development City)

๓. อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส

เป็นเมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศ (International Border City)

นอกจากนี้  ยังให้เพิ่มประเภทกิจการที่ยกเลิกการส่งเสริมไปแล้ว

แต่เปิดให้การส่งเสริมใหม่เฉพาะในพื้นที่ ๓ อำเภอ ประกอบด้วย

๑. กิจการผลิตอาหารสัตว์หรือส่วนผสมอาหารสัตว์

๒. กิจการผลิตวัสดุก่อสร้าง และกิจการผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง

สำหรับงานสาธารณูปโภค

(ยกเว้นการผลิตกระเบื้องมุงหลังคาเซรามิกส์และการผลิตกระเบื้องปูพื้นหรือผนัง)

๓. กิจการผลิตสิ่งปรุงแต่งสำหรับประทินร่างกาย

เช่น สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน (ยกเว้นเครื่องสำอาง)

๔. กิจการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับสินค้าอุปโภค

เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก

๕. กิจการผลิตสิ่งของจากเยื่อหรือกระดาษ เช่น กล่องกระดาษ

๖ กิจการพัฒนาอาคารสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม และ/หรือ คลังสินค้า

(ขอบคุณข้อมูลจาก http://southpeace.prd.go.th/ewt_news.php?nid=860&filename=index)

การปั่นในครั้งนี้

จะช่วยทำให้เราได้รู้จักแผ่นดินไทยของเรามากขึ้น

ได้รู้จักพี่น้องไทยที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินด้ามขวานมากขึ้น

และจะทำให้ทุกคนรู้สึกว่า...

แผ่นดินแห่งนี้ก็เป็นแผ่นดินไทย

แผ่นดินเดียวกันกับอีก ๗๔ จังหวัดที่เหลือ

แล้วเราจะรู้สึกรักแผ่นดินผืนนี้เหมือนกับที่คนชายแดนใต้รัก

การปั่นครั้งนี้เป็นการรวมอาสาสมัครนักปั่นทั่วประเทศ

จำนวน ๔๐ ชีวิต

 ทีมนักปั่นที่ใช้ "หัวใจ" เป็นเดิมพัน

เพื่อลงไปพิสูจน์ความจริงจากข่าวสารที่ได้รับ

กับความจริงที่ได้ลงไปสัมผัส

การปั่นครั้งนี้ จะเป็นการปั่นจักรยานที่ใช้ “หัวใจ” เป็นเดิมพัน

วันแรกแห่งการปั่น จุดเริ่มต้นจึงเริ่มที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ณ กองพลทหารราบที่ ๑๕ ค่ายสุริโยทัย

โดยในวันแรกของการเดินทางด้วยจักรยาน

ได้รับเกียรติจากท่านแม่ทัพภาคที่ ๔

พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช มาเป็นประธานในการเปิดงาน

 

พ.อ.เมตตรัย สันติเวชกุล (ยืนกลาง)ผู้นำการปั่นจักรยานในครั้งนี้

ทีมนักปั่นหลักและแขกผู้มีเกียรติทุกภาคส่วนมาร่วมงาน

และร่วมปั่นจักรยานไปตามเส้นทางเป้าหมาย

พร้อมด้วยคนรักแผ่นดินไทย รักชายแดนใต้ทุกภาคส่วน

 

ทั้งหน่วยงานราชการ พ่อค้า ประชาชนในพื้นที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มากมาย

จนพื้นที่อันกว้างใหญ่คับแคบไปอย่างถนัดตา

 

ก่อนเปิดงาน

มีการแสดงดนตรีพื้นบ้านของนักเรียนโรงเรียนวัดสุวรรณากร

วง อาเนาะบุหลัน

นำโดย

 ครูวชิรพันธุ์(ยืนที่ ๒ จากซ้าย) และครูละออง(ยืนคนแรกจากขวา)

 

คุณครูวชิรพันธุ์ ภู่พงษ์และคุณครูละออง ภู่พงษ์

คู่สามี-ภรรยา ที่รักแผ่นดินด้ามขวานและพยายามลบภาพความโหดร้าย

โดยใช้ดนตรีและการแสดงพื้นบ้านเป็นสื่อกลางในการสร้างสันติสุข

 การแสดงรองเง็ง

 

นักดนตรีและนักแสดงตัวน้อยที่ศาสนามิใช่ตัวกีดกั้น

ตามด้วย การแสดงเชิดสิงโต

 

และการรำกลองยาว

 

การแสดงทั้งสามรายการ

ทั้งการแสดงของชาวไทยมุสลิม ไทยพุทธ และจีน

เป็นการแสดงให้เห็นว่า

แม้แผ่นดินผืนนี้ ประชาชนจะมีความหลากหลายในเชื้อชาติ

หลากหลายศาสนา แต่ทุกคนก็สามารถอยู่ร่วมกันได้

ภายใต้ความเป็นพหุวัฒนธรรม

เพราะทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันกับการปั่นรวมใจไทยในครั้งนี้

คือ

“จชต. กินดี อยู่ได้ เข้าใจกัน”

โดย ชบาตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net