วันที่ พฤหัสบดี มีนาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปั่นรวมใจไทย 2 - 4


ตอน ศาสนาใช่สิ่งกีดกั้นความเป็นพี่น้อง

 

เสียงระฆังดังง่างเหง่ง

อีกทั้ง เสียงฮาซานดังแว่วมาผ่านโสตสัมผัส

 

ผู้คนมาใส่บาตรยามเช้า

ปลุกให้นักปั่นตื่นมารับความสดชื่นของยามรุ่งอรุณ

เช้านีั เหล่านักปั่นตื่นขึ้นมาอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวชุดพร้อมปั่นจักรยาน

พร้อมอาหารเช้าที่ท่านนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี

 

นมถั่วเหลืองหม้อใหญ่ที่ท่านนายกฯยกมาให้นักปั่นได้ดื่มกันอย่างเต็มที่

โรตีลังใหญ่

ได้เตรียมไว้ให้บริการไว้อย่างมากมาย

ทั้งนมถั่วเหลือง กาแฟ โรตี ข้าวเหนียว ข้าวยำ

 

และสารพัดเมนูอาหารเช้า เพื่อกินรองท้องก่อนออกปฏิบัติการปั่น

 

แบเฮง  ชาวมุสลิมที่คอยมาช่วยงานวัดอยู่เสมอ เพราะคิดว่า ตนเองคือส่วนหนึ่งของชุมชนแห่งนี้

ภารกิจของนักปั่นวันนี้ คือ

การพิชิตเส้นทางเชื่อมต่อ จากปัตตานี สู่เมืองนราธิวาส

ระยะทางร่วมกว่าร้อยกิโลเมตร

ซึ่งก็ไม่ง่ายเป็นกล้วยเลยล่ะ

ก่อนเริ่มเดินทางในเช้าวันนี้

 

ท่านนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานีได้มาทักทาย

ให้กำลังใจ และอวยพรให้ทุกคนเดินทางกันอย่างมีความสุข

และให้ความเชื่อมั่นว่า

แผ่นดินผืนนี้ มิได้น่ากลัวอย่างที่คิด

 

ผู้คนที่ทราบข่าว มาร่วมส่งกำลังใจตลอดเส้นทาง

 

ทุกคนปั่นจักรยานมุ่งหน้าไปยังเมืองนราธิวาส

 

นักวิ่งประจำหมู่บ้าน เห็นนักปั่น เลยอยากวิ่งแข่งกับจักรยาน

ผ่านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาวปัตตานี

นั่นคือ มัสยิดกรือเซะ

มัสยิดชื่อดังที่ทุกคนคงจะจดจำได้กับเหตุการณ์กรือเซะ

เหตุการณ์ปะทะหลายจุดในสามจังหวัดชายแดนใต้

เมื่อ วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๗

จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ก่อเหตุรวมกันกว่า ๑๐๘ ราย

จากเหตุร้ายวันนั้น

ปัตตานี จึงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เงียบเหงา

แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวย่างกรายมาที่นี่อีกเลย

ร้านค้ารอบมัสยิด ที่เคยมีรายได้จากนักท่องเที่ยว

พากันละทิ้งร้านรวง เพราะรายได้แทบจะไม่มีเลย

จนในที่สุด ไม่มีร้านค้าตั้งอยู่ในแถบนี้อีกเลย

มัยยิสกรือเซะ ซึ่งตั้งเคียงคู่กับหลุมฝังศพเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว

ซึ่งในตำนานเล่าว่า

ลิ่มโต๊ะเคี่ยม ชายชาวจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางมาจากเมืองจีน

มาหล่อปืนใหญ่ที่เมืองปัตตานี

จนหลงรักสาวปัตตานี

ตามความเชื่อว่า ชายใดแต่งงานกับสาวมุสลิม

หากได้สร้างมัสยิด จะถือว่า รักสาวคนนั้นด้วยหัวใจ

ลิ่มโต๊ะเคี่ยมดำเนินการสร้างมัสยิดกรือเซะยังไม่แล้วเสร็จ

ลิ่มกอเหนี่ยวผู้น้องสาว รับปากมารดาว่า จะออกตามหาพี่ชายที่จากบ้านมาช้านาน

กลับถิ่นฐาน ณ เมืองจีนโพ้นทะเลที่จากมา

และรับปากมารดาว่า

หากตามตัวพี่ชายกลับบ้านกลับเมืองไม่ได้

ตนเองเองก็จะไม่ขอกลับไปให้มารดาเห็นหน้าอีกต่อไป

ลิ่มกอเหนี่ยวเดินทางรอนแรมมาด้วยระยะทางยาวไกล

ตามหาพี่ชายจนเจอ

พร้อมบอกกล่าวให้พี่ชายรู้ว่า มารดาห่วงใยและคิดถึงมาก

ให้กลับบ้านไปหามารดาเสียที

แต่ลิ่มโต๊ะเคี่ยมไม่อยากทิ้งคนรัก และภารกิจการสร้างมัสยิดยังไม่เสร็จสิ้น

จึงไม่ยอมกลับ

ทำให้ลิ่มกอเหนี่ยว ผู้น้องสาวเสียใจมาก

จึงไปผูกคอตายที่กิ่งมะม่วงหิมพานต์ ที่ขึ้นอยู่ใกล้ๆกับมัสยิดกรือเซะ

และสาปแช่งพี่ชายว่า

ขอให้การสร้างมัสยิดกรือเซะหลังนี้ สร้างอย่างไรก็ไม่ให้แล้วเสร็จ

ลิ่มโต๊ะเคี่ยมจึงนำศพน้องสาวมาฝังไว้ใกล้ๆมัสยิดกรือเซะ

แล้วตนก็ตั้งหน้าตั้งตาสร้างมัสยิดต่อให้แล้วเสร็จให้ได้

แต่ สร้างมัสยิดต่อขึ้นไปชั้นสองกี่ครั้งๆก็โดนฟ้าผ่าทุกครั้งไป

จนสุดท้าย ลิ่มโต๊ะเคี่ยมต้องเสียชีวิตเพราะปืนใหญ่ลั่นใส่

มัสยิดกรือเซะจึงไม่มีใครสร้างมัสยิดหลังนี้ให้แล้วเสร็จมาจนถึงปัจจุบัน

 

ภาพถ่ายมัสยิดยามน้ำหลาก

มัสยิดกรือเซะ เป็นมัสยิดเก่าแก่อายุกว่า ๒๐๐ ปี

สันนิษฐานได้ว่าเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๒๒ ร่วมสมัยอยุธยา

มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัสยิดปิตูกรือบัน

ชื่อนี้เรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด

 

ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบกอธิคของชาวยุโรป

และแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง

(คำว่า ปิตู แปลว่า ประตู กรือบัน แปลว่า ช่องประตูที่มีรูปโค้ง)

(ขอบคุณข้อมูลจาก https://th.wikipedia.org/wiki)

นักปั่นทุกคนเข้าชมมัสยิดกรือเซะทุกซอกทุกมุม

ได้เห็นถึงความสวยงามของมัสยิดเก่าแก่แห่งนี้

มัสยิดกรือเซะ เคียงคู่ ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว

สองพี่น้องได้อยู่เคียงกัน

แม้จะกลายเป็นคนต่างศาสนากันแล้วก็ตาม

แต่ทั้งสองคนก็ยังถือว่า เป็นคนสายเลือดเดียว

และอยู่เคียงคู่กันมาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งเป็นนัยที่บ่งบอกให้พวกเราสำเหนียกว่า

ไม่ว่า จะเป็นคนเชื่อชาติใด

ต่างซึ่งศาสนา  แต่เราก็สามารถอยู่ร่วมกันได้!!!

เพราะ พวกเราทุกคน คือ "ไทย" เหมือนๆกัน!!

โดย ชบาตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net