วันที่ จันทร์ มีนาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปั่นรวมใจไทย 2 - 5


ตอน  สัมผัสชีวิตชาววัง

 

จากดินแดนแห่งตำนานที่กลายเป็นโบราณสถาน

และสถานที่แห่งศรัทธาของชาวจีน อย่าง ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว

และสถานที่ยึดเหนี่ยวและศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม อย่าง มัสยิดกรือเซะ

ที่ตั้งอยู่เคียงข้างกันมาตราบนับนานแสนนาน

หลังจากนักปั่นได้ซึมซับเรื่องราวแห่งตำนานอย่างลึกซึ้ง

ทุกคนตั้งแถวจักรยาน เพื่อมุ่งหน้าสู่ โบราณสถานอันขึ้นชื่ออีกสถานที่

เป็นสถานที่ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

คือ วังยะหริ่ง

ซึ่ง เป็นวัง ๑ ใน ๗ หัวเมือง คือ

๑.      วังจะบังติกอ(ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปัตตานี)

๒.      วังยะหริ่ง 

๓.      วังสายบุรี

๔.      วังยะลา

๕.      วังหนองจิก

๖.      วังรามันห์

๗.      วังระแงะ

วังทั้ง ๗ หัวเมือง

เป็นวังที่ตั้งอยู่ในเขต นราธิวาส ๑ แห่ง คือ วังระแงะ

ตั้งอยู่ยะลา ๒ แห่ง คือ วังยะลา และวังรามันห์

และตั้งอยู่ที่ปัตตานี ถึง ๔ แห่ง คือ

วังจะบังติกอ วังสายบุรี  วังหนองจิก และวังยะหริ่ง

นั่นเป็นตัวบังชี้ว่า ปัตตานีในอดีต มีความเจริญรุ่งเรืองมาก

และวังยะหริ่ง  เป็นวังเดียวที่ยังมีความสมบูรณ์ในด้านสถาปัตยกรรม

และเป็นวังแห่งเดียวที่ยังมีทายาทอาศัยอยู่ในวังแห่งนี้

และเป็นวังที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลป์

เพราะเจ้าของวังจะขอเป็นผู้รับผิดชอบดูแลวังแห่งนี้ด้วยตนเอง

ปัจุจุบันวังยะหริ่ง มีทายาทอาศัยอยู่ ๒ ครอบครัว

 

 วังยะหริ่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลยามู อ.ยะหริ่ง  จ.ปัตตานี

ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๑๓ กม.

วังเก่ายะหริ่งสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. ๒๔๓๘  ในปลายรัชสมัยของรัชกาลที่ ๕

 ผู้สร้างคือ พระยาพิพิธเสนามาตยาธิบดี ศรีสุรสงคราม

วังเก่ายะหริ่งเป็นอาคารสองชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ มีบันไดโค้งทอดขึ้นไปสู่ระเบียง

ทั้งสองด้าน จากระเบียงมีประตูเปิดเข้าสู่ห้องโถงใหญ่

ลักษณะคล้ายกับท้องพระโรง

(ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.pattanipao.go.th/pattani.php?pao=de_travel&id=68)

 ลักษณะเด่นของวัง คือ บันไดโค้งแบบยุโรป

ช่องแสงประดับด้วยกระจกสีเขียว แดง


และน้ำเงิน ช่องระบบายอากาศและหน้าจั่วทำด้วยไม้

ฉลุเป็นลวดลายพรรณพฤกษา ตาม


แบบศิลปะชวา และศิลปะแบบตะวันตก ทำให้ตัววังสง่างามมาก

ในปัจจุบันวังยะหริ่งได้รับ การดูแลจากเจ้าของวังเป็นอย่างดี

โดยมีการบูรณะครั้งหลังสุดเป็นปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๑  ปัจจุบันมีสภาพสมบูรณ์ 

วันนี้ นักปั่นทั้งหมดได้มีโอกาสได้รับการต้อนรับจาก "สะใภ้" ของหลานเจ้าของวัง

ซึ่งนำนักปั่นทุกคนชมวังด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

ดูนักปั่นภูมิใจที่ได้มีโอกาสมาเยือนวังเก่าในอดีตอย่างมากมาย

ทุกคนตื่นตาตื่นใจที่ได้เข้ามายลทุกซอกมุมของวังเก่าแห่งนี้

 

ท้องพระโรงที่เจ้าเมืองออกว่าความ หรือตัดสินคดี

ด้านล่าง คือ ที่คุมขังนักโทษในอดีต

 

ห้องด้านล่าง คือ ที่อยู่ของทายาทในรุ่นปัจจุบัน

 

เจ้าของบ้าน(วัง)นำนักปั่นขึ้นชมด้านบนของวัง

ภาพถ่ายในอดีต

ซึ่งมีภาพถ่ายของเจ้าของวังในอดีต

จนสืบทอดรุ่นสู่รุ่น

 

หลานสาว ปัจจุบันคือ รายา(ราชินี)แห่งสุลต่านรัฐกลันตัน

สุลต่านแห่งรัฐกลันตัน(หลานเขยของเจ้าแห่งวังยะหริ่ง)

รวมทั้งให้เกียรติให้นักปั่นร่วมถ่ายภาพกับท่านอย่างไม่ถือเนื้อถือตัว

หลังจากเยี่ยมชมด้านบนของวังแล้ว

จึงนำชมต่อด้านล่าง

 

 

ลายฉลุที่บานประตู

ซึ่งเป็นบ่อนำในอดีตและที่โล่งด้านล่าง

บ่อน้ำในอดีต

ในอดีตเคยเป็นคุกที่กักขังนักโทษ

ที่ตรงส่วนนี้ ปัจจุบันจึงรื้อออก

และจัดเป็นส่วนหย่อมเสียใหม่

หลังจากทุกคนชมวังจนทั่วแล้ว

จึงออกมาถ่ายรูปร่วมกับทายาทรุ่นปัจจุบัน

   

ก่อนที่จะออกปั่นจักรยานต่อไป มุ่งหน้าสู่จุดต่อไป

สู่เส้นทาง...ไปยังเมืองนราธิวาส

ก่อนโบกมือลาทายาทเจ้าเมืองวังยะหริ่ง

ทุกคนไม่ลืมที่จะกล่าวของคุณเจ้าของวัง

และบอกกล่าวด้วยความภาคภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิต

ที่ได้มีโอกาสมาสัมผัสกับชีวิตชาววัง

และบอกว่า....

"หากมีโอกาสก็จะหวลกลับมาเยือนวังที่สวยสง่าแห่งนี้อีก"

 

 

 

 

โดย ชบาตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net