วันที่ อังคาร มีนาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปลายฤดูนกอพยพ ดอยสันจุ๊


ในซีกโลกตอนเหนือมีนกอาศัยเป็นจำนวนมาก เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวอุณหภูมิลดต่ำลง น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง พืชหยุดการเจริญเติบโต สภาพที่อยู่ไม่เหมาะสม และอาหารลดน้อยลง นกจึงจำเป็นต้องอพบพเคลื่อนย้ายลงไปยังซีกโลกทางใต้ ซึ่งมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ และจะอยู่อาศัยตลอดฤดูหนาว เมื่อถึงฤดูร้อนก็จะอพยพกลับไปยังถิ่นเดิม เพื่อสร้างรังวางไข่เลี้ยงลูกให้เติบโตแข็งแรง จากนั้นเมื่อถึงฤดูหนาวก็จะอพยพมาทางใต้อีก ซึ่งจะเกิดขึ้นเช่นนี้เป็นประจำ การอพยพจะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน หรือ ตุลาคม ของทุกปี และจะอพยพกลับราวเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม

เส้นทางอพยพของนก  สำหรับการกำหนดทิศทางในการอพยพนั้นมีหลายทฤษฎีทิศทางการขึ้นลงของดวงอาทิตย์ ตำแหน่งดวงจันทร์และดวงดาว ทิศทางของสนามแม่เหล็กโลก แม้กระทั่งการสั่งสม ความรู้สืบทอดกันมา รุ่นต่อรุ่นนับหมื่นปีการอพยพส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นระหว่างซีกโลกเหนือตอนบนกับตอนล่างของทวีป เนื่องจากซีกโลกเหนือมีแผ่นดินกว้างขวางมีสัตว์โดยเฉพาะนกอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมีความแตกต่าง ของอากาศที่เปลี่ยนแปลงมาก พบว่ามีนกอพยพมากกว่า 2,000 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะอพยพในแนวเหนือใต้ มีเพียงบางชนิดทิ่อพยพในแนวตะวันออก-ตะวันตก เส้นทางการอพยพของนกในประเทศไทย เป็นไปในทางเดียวกับการอพยพของนกในทวีปเอเซีย คืออยู่ในแนวเหนือ-ใต้ เป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ นกเป็ดน้ำ นกนางแอ่นบ้าน นกยาง และนกปากห่าง เป็นต้น ยกเว้นนกปากห่างมีเส้นทางอพยพในแนวตะวันออก-ตะวันตก  โดยมถีนอาศัยในอินเดิย และบังคลาเทศ และเขามาสร้างรังวางไข่ ในประเทศไทย โดยนกจะบินไปยังบริเวณที่มีสภาพคล้ายคลึงกับแหล่งที่ใช้สร้างรังวางไข่  ( ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช )

ดอยสันจุ๊ เป็นสถานที่อีกสถานที่หนึ่งนอกเหนือจากดอยอินทนนท์ ที่มีนกอพยพมามากมายหลายชนิด ดอยสันจุ๋ ตั้งอยู่ในเขต อ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในความดูแลของอทุยานแห่งชาติผ้าห่มปก จากตัวเมือง อ.ฝาง จะใช้เวลาเดินทางไปถึงที่นั่นประมาณ ๕๐-๕๕ นาที

เราห่างจากดอยสันจุ๊ไปหลายปี ในปีนี้เราได้ไปปลายฤดูนกอพยพแล้ว แต่ยังคงมีนกอีกมากมายหลายชนิดที่เดียวให้เราได้ชื่นชม ตั๋วราคาไม่แพงนักไปกลับจากหาดใหญ่-เชียงใหม่ ได้ถูกจองล่วงหน้าไม่ถึงสองสัปดาห์ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นช่วงที่หมดฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ หรืออาจจากการแข่งขันก็ได้ ผู้โดยสารมีทางเลือกในการใช้บริการมากขึ้น เราตัดสายการบินแอร์เอซียออกจากการใช้บริการ เพราะมีปัญหาจุกจิกมากมายหลายประการ ต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยบาท เกือบๆจะเท่ากับค่าโดยสาร จึงไม่เหมาะกับการเดินทางไกลที่มีสัมภาระค่อนข้างมาก แต่ไลออนส์แอร์ให้เราได้ถึง ๑๕ กิโลกรัม นั่นคือสิ่งที่ผู้โดยสารอย่างพวกเราต้องการเป็นที่สุด เวลาที่เดินทางก็เหมาะยิ่งนัก มีไฟท์บินตั้งแต่หกโมงเศษ ไฟท์กลับยังเอาใจคนเที่ยวอีกต่างหาก มีไฟท์สามทุ่ม ซึ่งดีทีเดียวสำหรับเราที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างหลายชั่วโมงจากฝางเข้าเมืองเชียงใหม่

จากเชียงใหม่เราใช้บริการรถเช่าที่สนามบิน ซึ่งสะดวกมากสามารถเลือกรถได้หลายแบบ สำหรับเราทั้งหมด ๖ คน รถ SUV เท่านั้น จึงจะเหมาะ เพราะสัมภาระที่ค่อนข้างมาก กล้องถ่ายภาพ บังไพร ไบน๊อค เก้าอี้นั่ง เสื้อกันหนาว เสื้อกันแมลง หมวก และอื่นๆอีกสารพัด ระหว่างทาง  เราแวะทานอะไรรองท้องก่อน เพื่อไม่ให้หิวจนเกินไป เพราะเป้าหมายของเราคือข้าวหมกไก่ที่ฝาง บ่ายโมงเราก็ถึงที่พัก อ.ฝาง เอากระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปเก็บ แล้วรีบออกไปทานอาหารเที่ยง ข้าวหมกไก่รสชาดชาวใต้กลิ่นหอมโชยมาแตะจมูก รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายปักษ์ใต้ขนานแท้ ไก่เนื้อนุ่ม น้ำจิ๋มใก่ผสมผสานกันน้ำส้มที่กลั้วด้วยแตงกว่า     ทำให้รสชาดที่รับประทานเข้าไปไม่ต่างจากร้านอร่อยๆที่หาดใหญ่เลยทีเดียว

บ่ายสามโมง เราก็ถึงที่หมายของเจ้าหมีน้อยแสนน่ารัก เจ้าหมีน้อยกำลังหาอาหารมาเลี้ยงลูกน้อยที่อยู่ในรังใกล้ๆกับด่านทหารที่เฝ้ารักษาการณ์ ความรักความสามัคคีกลมเกลียวของเจ้าหมีน้อยทั้งสาม ผลัดดันหาอาหารมาเลี้ยงลูกน้อยในรัง ความรักที่พวกเขามอบให้กับลูกน้อยไม่มีการเกี่ยงว่าเป็นลูกของใคร ทุกตัวล้วนช่วยกันเพื่อต้องการให้เผ่าพันธ์ดำรงอยู่

เจ้าหมีน้อย นกติ๊ดหัวแดง Black-throated Bushtit

ใครจะสายตาดีอย่างไรก็ตาม หากว่าให้มาหานกปากกบลายดำ คงจะต้องยอมแพ้แน่ๆ เขาพลางตัวได้ดีมาก กรณีที่พบเจอก็ไม่มีทางจะทราบได้ว่ามันคือสิ่งมีชีวิตที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ นกตัวนี้เจ้าหน้าที่ทหารเขาพาไปชี้หมายให้ดู ดูเท่าไหร่ก็ไม่เห็นกว่าจะหาเจอเล่นเอาทหารที่บอกหมายแทบอ่อนใจ

นกปากกบลายดำ Hodgson's Frogmouth

ที่ดอยสันจุ๊ จะมีนกประจำถิ่นอาศัยอยู่หลายชนิด นกกะรางก็เป็นนกประจำถิ่นเช่นกัน แต่ที่เราพบบ่อยและพบทุกครั้งที่ไปคือนกกะรางคิ้วขาว ลำตัวน้ำตาลแดงคล้ำ หัวตา คิ้ว และแถบข้างแก้มต่อเนื่องกันสีขาวแกมเหลือง ก้นสีน้ำตาลแดงแกมส้ม ลำตัวขนาด ๒๒-๒๔ ซม. ถิ่นอาศัย ชายป่า ทุ่งหญ้า ความสูง ๑,๐๐๐ เมตรขึ้นไป

นกกะรางคิ้วขาว White-browed Laughingthrush

นกที่พบบ่อยจนนักดูนกส่องนกทั้งหลายแทบจะเมินหน้า เพราะเจอบ่อยมาก เดินส่องนกไปเรื่อยๆ นกชนิดนี้ก็โผล่มาให้ชมตลอด ชอบเกาะตามต้นหญ้า บางครั้งเมื่อบินมาเกาะทำให้ต้นหญ้าไหวเอน กว่าจะอยู่นิ่งให้ส่องและถ่ายอย่างชัดเจน ลักษณะหางยาวมาก หัวเทาเข้มมีคิ้วยาวสีขาว ลำตัวด้านบนน้ำตาล

นกกระจิบหญ้าคิ้วขาว Hill Prinia

ด้วยความสดใสน่ารักที่ติดมากับตัวตั้งแต่กำเนิด ใครพบเห็นเข้าแล้วจะจำได้ติดตา ด้วยว่า คอสีแดงสด วาว ปากและหน้าดำ คิ้วและแถบหนวดขาวชัดเจน ทำให้นกชนิดนี้โดดเด่นจนผู้พบเห็นอยากชมแล้วชมอีก แต่เขาไม่ใช่นกประจำถิ่น เป็นนกอพยพ จะเจอได้ก็ต่อเมื่อถึงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงปลายๆเมษายน ชื่อก็บ่งบอกว่าน่าจะมาแถบไซบีเรีย นกคอทับทิม


นกคอทับทิม Siberian Rubythroat

นกที่น่ารักยังมีอีกหลายชนิด แต่ชนิดนี้ทั้งรู้สึกน่ารักและน่าสงสารไปพร้อมกัน เพราะเป็นนกที่ไม่กลัวนักดูนกเลย จึงรู้สึกถึงความอันตรายที่จะมีต่อเขา เพียงเราผิวปากดังๆ หากนกชนิดนี้ได้ยินก็จะบินมาเกาะร้องตอบโต้ทันที และลงมาเกาะร้องแข่งกันใกล้ๆ จึงกลายเป็นนกรับแขกประจำดอยสันจุ๊ นกปากนกแก้วอกลาย ในวงศ์นกปากนกแก้ว นกปากนกแก้วอกลายจะมีขนาดใหญ่ที่สุดใน ขนาด ๑๘-๒๒ ซม. ลักษณะปากใหญ่หนาแต่สั้นสีเหลืองส้ม หน้าผาก กระหม่อม และท้ายทอยน้ำตาลแดง ลำตัวด้านบนน้ำตาล แก้มเทามีแถบดำขนาดใหญ่  คอและอกมีจุดดำเล็กๆกระจาย

มาเกาะกิ่งไม้ร้องอยู่บนหัว

นกปากนกแก้วอกลาย Spot-Breasted Parrotbill

นกระวังไพรแก้มสีน้ำตาล พฤติกรรมที่เคยพบเจอไม่เคยเห็นว่าจะหาน้ำหวานจากดอกไม้มาเป็นอาหาร แต่สำหรับต้นทองหลางป่าต้นนี้ไม่มีข้อยกเว้น นกแทบทุกชนิดทนความเย้ายวนรสชาดความหอมหวานของเกสรดอกทองหลางไม่ได้ เวียนวนเข้ามาดูดน้ำหวานครั้งแล้วครั้งเล่า ที่พบเห็นก็มีนกปากนกแก้วอกลาย นกกะรางคิ้วขาว นกระวังไพรแก้มสีน้ำตาล นกปีกลายตาขาว นกระวังไพรปากเหลือง นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า นกโพระดกคางเหลือง นกปากนกแก้วหัวเทา

นกระวังไพรแก้มสีน้ำตาล

นกระวังไพรแก้มสีน้ำตาล ทีปกติมักหากินแมลงบนพื้น หรือตามต้นไม้

เขนแปลงชื่อนี้แปลกดี ความหมายที่แท้จริงเป็นยังไงก็ไม่มีใครทราบ แต่เป็นที่จดจำของพวกเรามากกับนกชนิดนี้ก็คือ ความเอื้ออาทรของนักดูนก ชื่อกัปตัน Mommam ที่อุตสาห์พาไปชี้หมายให้ดู ถ้าหากว่าเราเดินไปโดยที่ไม่เจอใครส่องอยู่เราก็จะไม่ทราบเลยว่านกจะอยู่บริเวณนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ มกราคม ๒๕๕๗ 

นกเขนแปลง เป็นนกที่พบตามไม้พื้นล่างของป่าดงดิบเขา และป่าละเมาะ ในความสูง 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลขึ้นไป อุปนิสัยโดยทั่วๆไปคล้ายกับพวกนกกางเขน มักบินจากพุ่มไม้หนึ่งไปยังอีกพุ่มไม้หนึ่งตลอดเวลา หากินทั้งตามกิ่งไม้พุ่ม และบนพื้นดิน โดยกินแมลง และตัวหนอนต่างๆเป็นอาหาร ขณะที่เกาะตามกิ่งไม้ หรือบนพื้นดินหางจะยกขึ้นทำมุมกับลำตัวประมาณ 45 องศา และแพนหางเล็กน้อย โดยเฉพาะเวลาร้อง หรือเวลาเกี้ยวพาราสี  กฎหมายจัดนกเขนแปลงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 

นกเขนแปลง เป็นนกที่อพยพมายังประเทศไทยช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ หรือในฤดูหนาว พบไม่บ่อยและปริมาณไม่มากนัก พบเฉพาะทางภาคเหนือตอนบน ข้อมูล หนังสือชุดนกในเมืองไทย เล่ม 5 โดย รศ. โอภาส ขอบเขตต์


  นกเขนแปลง White-bellied Redstart (เพศผู้)

นกเขนแปลง White-bellied Redstart (เพศเมีย)

นกระวังไพร เป็นเหมือนสัญญลักษณ์ของยามแห่งไพรป่า หากว่าเคยอ่านหนังสือแนวผจญภัยในป่า จะมีการกล่าวถึงนกระวังไพรกันแทบทุกเรื่อง เสียงธารน้ำไหล ประกอบกับนกป่าระวังไพรส่งเสียงกันระงม  เปรียบเสมือนเสียงขับกล่อมแห่งพงไพร นกระวังไพรปากเหลืองเป็นนกที่พบบ่อยที่สุดในวงศ์นกระวังไพร

นกระวังไพรปากเหลือง

นกระวังไพรปากเหลือง ( White-browed Scimitar-Babbler )

เหมือนกับนัดกันไว้ เจ้าอุลตร้าแมน สีครามสด ความน่ารักของนกขนิดนี้เราไม่เบื่อกันเลย ไปปีไหนก็ต้องไปเยี่ยมๆมองๆส่องๆดูๆเขาทุกครั้ง นกจับแมลงสีคราม เป็นนกอพยพที่คู่มือดูนกบอกว่าเป็นนกค่อนข้างหายาก แต่ที่ดอยสันจุ๊รับรองได้ว่าต้องเจอทุกปี

นกจับแมลงสีคราม Ultramarine Flycatcher

นกประจำถิ่นที่พบแทบทุกครั้ง เราจะทราบทันทีว่านกที่เราเห็นในขณะนั้นเป็นนกอะไร เพราะความชัดเจนของรูปลักษณ์ ความโดดเด่นของลายปีกทีเหมือนกับช่างทอฝีมือชาววัง ลายที่ละเอียดสลับสีน้ำตาลแดงแกมส้มและตัดขวางด้วยสีดำ วงตาขาวที่ตัดกับดวงตามองเห็นชัดเจน โอ่..ธรรมชาติสรรค์สร้างมาให้เจ้างดงามซะเหลือเกิน นกปีกลายตาขาว

นกปีกลายตาขาว Spectacled Barwing

ภาพจากเมื่อครั้งไปดอยลางเมื่อปี ๒๕๕๖

นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ เป็นนกอีกชนิดนึ่งที่นั่งเฝ้ามองแล้วเพลิดเพลิน หากินรอบๆต้นไม้ ไต่เอาหัวขึ้นหัวลงด้วยความว่องไว สีฟ้าแกมม่วงและหน้าผากเป็นกระจุกขนแน่นสีดำ ส่วนใหญ่จะเห็นนกชนิดนี้ไกลๆ และตัวก็เล็กมากขนาดประมาณ ๑๒ ซม.

นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ ( Velvet-fronted Nuthatch )

ไปดูนกที่ดอยสันจุ๊หลายครั้งหลายหน นกที่ต้องการจะดูมากที่สุดมีอยู่สองชนิดคือไก่ฟ้าหางลายขวางกับนกขัติยา ไก่ฟ้าหางลายขวางไปทุกครั้งได้แต่เห็นวิ่งผ่านถนนขณะนั่งอยู่ในรถอยู่อยู่ระหว่างกลับที่พัก เป็นเช่นนั้นมาตลอด ทราบว่าไก่ฟ้าจะออกหากินในช่วงเช้าประมาณ ๖ โมง และจะกลับรังช่วงเวลาประมาณ ๕ โมงเย็น จะเดินผ่านเส้นทางเดิมตลอด ทุกครั้งที่เราไปดูนกที่ดยสันจุ๊เราก็จะกะเวลาหากินและกลับรังของไก่ป่าตลอดมา แต่ก็แคล้วคลาดทุกครั้ง ครั้งนี้ไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว เราไปถึงจุดที่ไก่ป่าเดินผ่านตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ไปนั่งเฝ้ารอ แล้วก็ไม่ผิดหวัง ไก่ฟ้าหางลายขวาง

ไก่ฟ้าหางลายขวาง (อังกฤษ: Hume's pheasant, Mrs Hume's pheasant, Bar-tailed pheasant; ชื่อวิทยาศาสตร์: Syrmaticus humiae) เป็นไก่ฟ้าขนาดใหญ่ พบในประเทศจีน, ประเทศปากีสถาน, ประเทศอินเดีย, ประเทศพม่า และ ประเทศไทย ชื่อสามัญในภาษาอังกฤษถูกตั้งตามชื่อของ มารี แอนน์ กรินดอลล์ ฮิม ภรรยาของอัลลัน อ๊อตทาเวียน ฮิม นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ

เพราะการสูญเสียที่อยู่และถูกล่าเป็นอาหาร ไก่ฟ้าหางลายขวางจึงจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกคุกคามความเสี่ยงต่ำ (NT) ในบัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ และจัดอยู่ในบัญชีที่ 1 ของ CITES

ไก่ฟ้าหางลายขวางเป็นไก่ฟ้าขนาดใหญ่ ตัวผู้มีขนาดยาว 90 เซนติเมตร โดยเป็นหางประมาณ 40-54 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาดยาวเพียง 60 เซนติเมตร หัวสีน้ำตาลออกเทา หนังบนใบหน้าสีแดงสด ขนสีน้ำตาลแดง ปากสีเหลือง ตาส้มออกน้ำตาล ช่วงไหล่มีแถบขาวกว้างเห็นได้ชัดเจนและมีแถบขาวที่แคบกว่าอีก 2 แถบบนปีกคอสีฟ้าออกม่วงเหลือบ ตัวผู้มีหางยาวสีขาวออกเทา มีลายขวางสีน้ำตาลแดงและสีดำ ตัวเมียขนมีสีน้ำตาลแดง คอแกมขาว ท้องสีเนื้อ หางมีสีขาวตรงปลาย (ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย)


ไก่ฟ้าหางลายขวาง ( ตัวเมีย )

ไก่ฟ้าหางลายขวาง ( ตัวผู้ )

ปิดท้ายทริปนี้ด้วยนกกระทาป่าไผ่ ที่ออกมาเส้นทางเดียวกันกับไก่ฟ้าหางลายขวาง นกกระทาป่าไผ่้ชเป็นนกประจำถิ่น เป็นนกที่พบไม่บ่อยเพราะมีนิสัยขี้หวาดระแวง มีความระวังตัวสูง เมื่อได้ยินสินอะไรนิดหน่อยก็จะรีบวิ่งเข้าราวป่า เราจึงต้องนั่งเฝ้าในบังไพรอย่างเงียบๆ

นกกระทาป่าไผ่ Mountain Bamboo Partridge 

 

ขอบคุณครับที่ติดตามชม

______________________________________

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net