วันที่ อังคาร เมษายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปากีสถาน ปานวิมาน


คืนที่ผ่านมาความหนาวได้คลายตัวลงมาก ที่พักของเราตั้งอยู่ในระดับ 2,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ต่ำลงมาจากที่พักเมื่อคืนก่อนหน้านี้ ทำให้อากาศโดยทั่วๆไปอบอุ่นขึ้นกว่าเดิม แต่ก็มิใช่ว่าจะหายหนาวไปซะที่ไหน หลังทานอาหารเราก็ไปรวมกันที่ห้องละลายความหนาว ในห้องมีเตาผิงไฟ ทำให้ในห้องคลายหนาวไปได้มากที่เดียว เรานั่งล้อมวงรอบๆเตาคุยกันสัพเพเหระ ส่วนใหญ่ก็จะเน้นหนักไปกับเรื่องการท่องเที่ยวที่ผ่านๆมากับโปรแกรมท่องเที่ยวต่อๆไปอีกมากมายจนไม่รู้ว่าจะเอาโปรแกรมไหนดี คนป่วยก็ดีขึ้นมากแล้วคุยได้สนุกสนาน ได้เวลาพอสมควรก็แยกย้ายกันเข้าห้องพัก

ยอดเขาชื่ออะไรบ้างจำไม่ได้ แสงสีทองอาบไล้สวยได้ใจ

ยอดนี้ก็สวยมีน้ำแข็งปกคลุม

Lady Finger อาทิตย์อสาบไล้ยามเช้า

ยามเช้าตรงระเบียงห้องพักของ Eagle nest นั่งชมความเปลี่ยนแปลงทุกนาทีของแสง

 

ยังไม่ทันสว่างเราเปิดประตูระเบียงห้องพักมานั่งชมความเปลี่ยนแปลงทุกนาทีของแสง จากท้องฟ้าที่มืดสนิทประดับด้วยดาวหลายล้านดวง จนกระทั่งค่อยๆสว่างขึ้นๆ ยอดเขาตรงหน้าเราที่ห่อหุ้มด้วยหิมะจนกลายเป็นน้ำแข็งค่อยปรากฎให้เห็นจากเรื่อๆกลายเป็นสว่างเมื่อต้องแสงจากสุริยะ นั่งถ่ายภาพไปเรื่อยๆก็เดินไปยังจุดชมวิวดิวเคอร์ จุดนี้สามารถเห็นยอดเขาสูงเกินระดับเจ็ดพันเมตรถึงห้ายอด รวมทั้งยอดเขาที่ใครๆก็จดจำได้อย่างดีคือ Lady Finger  ณ จุดชมวิวจุดนี้เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ดีที่สุดจุดหนึ่ง เราใช้เวลาตรงนี้ร่วมชั่วโมง ความสวยงามของธรรมชาติดึงดูดให้เราไม่อยากจากไป อยากจะพักตรงนี้อีกสักสองสามคืน กลางวันนั่งตรงระเบียงภายใต้ Sweater อ่านหนังสือของ ลาว คำหอม ที่เกี่ยวกับวิถีชนบทสักเล่ม พร้อมระลึกถึงบรรยากาศท้องถิ่นบ้านเรา กับอากาศเย็นๆที่ไม่หนาวจนสั่นสะท้าน

เดินขึ้นมา ณ จุดชมวิวดิวเคอร์ เห็นโรงแรมที่พักอยู่ด้านหลัง

ตะลึงเมื่อเจอ Lady Finger อยู่ตรงหน้า

หินอินทรีย์ มองจากด้านหน้า

หินนกอินทรีมองในมุมที่เห็นเป็นโครงร่างชัดๆ โดยไม่ต้องนึกจินตนาการ

เห็นเป็นรูปนกอินทรีย์อย่างชัดเจน

Lady Finger อยู่ด้านหลัง หินนกอินทรีย์

หินปีศาจ

ขอถ่ายกับ Lady Finger หน่อยนะ

มีเมฆลอยมาบดบังนิดหน่อย แต่ก็สวยไปอีกแบบ

แอคชั่นกับฉากหลังอลังการ

แม่น้ำฮุซาแบ่งแยกระหว่างฮุนซาและนาการ์

สีเหลืองบาดตามาก อดไม่ได้ต้องยกกล้องถ่าย

อีกสักรูป กับแสงนุ่มๆ

มีมุมสวยๆให้เลือกถ่ายจนเลือกไม่ค่อยถูกว่าจะเอามุมไหน

 

หมู่บ้าน Nagar ที่อยู่ด้านล่างกับธรรมชาติแสนบริสุทธิ

ถ่ายจากระเบียงห้องอาหาร Eagle Nest

มองเห็นแม่น้ำฮุนซาไกลๆ

วันนี้เรามีโปรแกรมการเดินทางไปยัง Nagar Valley ที่มีความงดงามอีกสถานที่หนึ่ง ก่อนเวลานัดหมายที่จะออกเดินทางชั่วโมงเศษๆ  เราก็ล่วงหน้าเดินเท้าไปก่อน เดินไปตามเส้นทางเมื่อขามา เพื่อเก็บความงามที่เราได้เห็นเมื่อขามาช่วงเย็นวานนี้ รถจะไปรับเราระหว่างทาง ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดของการเดินทาง เราได้ซึมซับกับบรรยากาศของชนบทที่แท้จริงของชาวฮุนซา ชาวไร่ชาวนาออกมาทำงานในไร่ มันเป็นเวลาที่แสนวิเศษที่ด้พบเจอ

วิวตามเส้นทางขาลงจาก Eagle Nest สวยงามมากๆถ้าไม่เดินคงต้องเสียใจ

ฉากหลังที่เป็นภูเขาสวยจนต้องหยุดถ่าย

สีเหลืองสีเขียวปะปนกันไป

ถ่ายไม่เบื่อกับป๊อปล่าร์แสนหวาน

แปลงข้างที่เตรียมไว้ก่อนหน้าฝน

วัวพักเหนื่อยหลังจากไถ่คราดมาอย่างหนัก

ชีวิตสงบแอบอิงขุนเขา

วิวสวยๆขอสักรูปนะ

หากินอย่างมีความสุข

หลงไหลใบไม้เปลี่ยนสี

อยากใฝ่ฝันยามถึงฤดูปลูกข้าวคงจะเขียวสวยจนลุ่มหลง

เส้นทางเดินที่แข็งแกร่ง ดั่งชีวิตที่ต้องฟันฝ่า

บ้านเล็กๆแต่อบอุ่น

เดินชมธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวปากีสตามเส้นทางที่เดิน

เส้นทางที่เราไป Nagar Valley เต็มไปด้วยความงดงาม สองข้างทางยังคงเห็นต้นไม้เปลี่ยนสี ลำธารใส สะพานข้ามสายที่ใช้สัญจร หมู่บ้านตามเชิงเขาที่เงียบสงบเรียบง่าย สิ่งต่างๆเหล่านี้สำหรับผมล้วนตื่นตาตื่นใจและประทับใจ

บรรยากาศสองข้างทางที่สวยงาม

เหลืองมากจนต้องถ่ายแล้วถ่ายอีก

ถ่ายไม่เบื่อ

สะพานข้ามม่น้ำ สวยทุกสะพาน

แม่น้ำไหลเซาะกรวดเห็น

ความงามของเส้นทางระหว่างเดินทางไป Nargar Valley

   

ก่อนเข้าไปถึง เราก็ถูกตรึงด้วยความสวยงามจนเท้าแทบก้าวไม่ออก

รอบๆ Nagar Valley

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน Nagar

Nagar ในอดีตเคยเป็นนครรัฐและมีกษัตริย์หลายพระองค์ปกครองมากว่า 1200 ปี
Hunza อยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักร Nagar 
Hunza และ Nagar เรียกรวมกันว่า buroshall
เมืองหลวงของ Buroshall คือ Capal Dongs
หลังจากการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์ Miyor Khan บุตรชายทั้งสองของเขา (Moghlot และ Kirkis) ขัดแย้งกันเองและแบ่งแยก Buroshall ออกเป็นสองรัฐเอกราชคือ Nagar และ Hunza  Moghlot ปกครอง Nagar และ Kirkis ปกครอง Hunza
แม่น้ำถือเป็นเส้นแบ่งพรมแดนของนครรัฐทั้งสอง
ประเทศอังกฤษได้สู้รบในสงคราม เมืองนอร์ (เมืองใน Nagar ) ใน ค.ศ. 1889 ถึง ค.ศ. 1892 เพื่อควบคุมการปกครองของ Nagar สงครามนี้เรียกว่า jangeer-e-lay

ในสงครามชาว Nagar ทำการต่อสู้อย่างห้าวหาญ แต่ก็ยังพ่ายแพ้เพราะขาดอาวุธและสั่งการที่ดี 
raja (ภาษาท้องถิ่น) Azur Khan ถูกส่งไปยังแคชเมียร์เพื่อเป็นการเนรเทศ
อังกฤษยังคงยึดติดกับอนุทวีปจนถึงปี ค.ศ. 1947
ในรัฐนั้นมีคนที่มีแนวทางในครอบครัวของ raja มีชีวิตที่สงบสุข
แต่มีคนจำนวนมากที่ตายไปจากการรุกราน
zulfiqar ali bhutto ทำให้ประเทศปากีสถานเป็นประเทศประชาธิปไตยโดยยุบรัฐ Nagar และ Hunza ออกไปเมื่อวันที่ 25 กันยายนพศ. 2517 และปล่อยนักโทษทั้งหมด

ปัจจุบัน Nagar แบ่งการปกครองเป็นสองส่วน คือ Nagar1 และ Nagar2

หุบเขานาการ์เป็นเขตที่เจ็ดของ Gilgit-Baltistan ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของปากีสถาน เขตประกอบด้วย Hunza และ Nagar

หุบเขาตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,438 เมตร (7,999 ฟุต) Nagar Khas เป็นเมืองใหญ่และเป็นเมืองหลวงของรัฐเก่า Nagar ยอดเขา Spantik (ยอดทองคำ) สามารถมองเห็นได้จากที่นี่ ยอดเขา Rakaposhi ตั้งอยู่ที่ Nagar ที่มีความสูง 7,788 เมตร (25,561)  ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนกันยายน อุณหภูมิสูงสุดในช่วงฤดูร้อนระหว่างวันอยู่ที่ 13 องศาเซลเซียส อากาศค่อนข้างหนาวในช่วงฤดูหนาวช่วงเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนมีนาคม

ทางเข้าเขตพระราชฐานของท่านข่าน

หนุ่มน้อยลูกหลานอเล็กซานเดอร์มหาราชมาในมาดเท่ๆ

มาดของหนุ่มน้อยชาวปากีสแต่ละคนกินขาดทั้งนั้น

 สำนักราชวังท่านข่านที่บูรณะใหม่

 เห็นเด็กๆน่ารักก็ต้องขอถ่ายภาพ 

 น่ารักมากๆ

เมื่อเราเข้ามาข้างในก็เจอเด็กๆอีกกลุ่มหนึ่ง ถึงหน้ตาจะมอมแมม แต่ยังแฝงไปด้วยความน่ารัก

ภายในบริเวณราชฐานเมื่อมองไปรอบทิศจะเห็นวิวที่สวยงาม ใบไม้จะเปลี่ยนสีตามแต่ฤดูกาล

 ภายในบริเวณร่มรื่นไปด้วยต้นไม้

 สีสันสวยงามจนลืมทุกอย่าง

 ทุกคนถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน สวยไปทุกมุม

 แอคชั่นบนโขดหิน

 อวดโฉมสีสันสวยงาม

 มุมนี้สวยงามจนตรึงเราได้นาน

 สีสวยจริงๆ

 

 ขอถ่ายรวมกลุ่มกันหน่อย

 สามสหายไปไหนไปกัน

 น่าจะเป็นศาลาพักผ่อน ชื่นชมบรรยากาศของสมาชิกในราชวงศ์

เราออกจาก Nagar Valley จวนจะบ่ายโมงเพื่อจะไปทานอาหารมื้อเที่ยงที่หมู่บ้านโฮเปอร์ ระยะทางที่ไม่ยาวไกลมากนักแต่ต้องไต่ลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ลดเลี้ยวของขุนเขา ผมนึกในใจทำไมเราต้องดั่นด้นมากินอาหารเที่ยงถึงที่นี่ แต่ก็ไม่แปลกใจเมื่อรถวิ่งไปภาพที่ปรากฎที่ปรากฎแก่สายตาสวยงามจนไม่อยากละสายตา เราใช้เวลาเดินทางร่วมสองชั่วโมงจึงถึงหมู่บ้าน ทุกคนหิวจนไม่ใคร่มีมครจะพูดจากันเมื่อถึงร้านอาหาร อาหารที่เตรียมไว้ก่อนแล้วก็ทยอยนำมาเสริฟ

หลังอาหารก็เดินไปชม Hoper Glacier ที่เกิดจากธารหิมะสีขาวที่ถูกแช่แข็งไว้นานชั่วนาตาปี จนกลายเป็นธารน้ำแข็งไหลลงมากัดเซาะจนกลายเป็นธารน้ำแข็งสีดำ

มื้อเที่ยงเมื่อเวลาบ่ายสองโมง

Hoper Glacier

จุดที่จะเดินไปชมธารน้ำแข็ง สามารถมองเห็นหุบเขาในมุมกว้าง

 

วันนี้พวกเราค่อยข้างจะเพลียกันแทบทุกคน กว่าจะถึงที่พัก

คืนนี้เรากลับไปนอนที่ Hunza Embassy Hotel

 

ขอบคุณครับที่ติดตามชม

อ่านต่อตอนที่ ๖ ปากีสถาน วิมานบนดิน  http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong/2017/04/11/entry-1

_________________________

อะไรนะ ปากีสถาน (ตอน ๑) http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong/2017/02/19/entry-1

ปากีสถาน แสนหวาดเสียว (ตอน ๒) http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong/2017/02/26/entry-1

ปากีสถาน แสนหนาว (ตอน ๓) http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong/2017/03/18/entry-1

ปากีสถาน งดงามเกินคาดหมาย ( ตอน ๔) http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong/2017/03/22/entry-1

 

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net