วันที่ พุธ เมษายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“แหลมโพธิ์” กับข้อเสนอว่าด้วย “บ้านเพื่อความมั่นคงในชีวิต”


“แหลมโพธิ์” กับข้อเสนอว่าด้วย “บ้านเพื่อความมั่นคงในชีวิต”

 

สุริยันต์ ทองหนูเอียด

 

“เรื่องที่อยู่อาศัยโยงใยกับหลาย ๆ เรื่อง มากกว่าเรื่องบ้านแน่นอน บ้านเป็นเพียงวัตถุเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น เราอาจจะนึกถึงคำพูดที่สื่อถึงความหมายที่แตกต่างในเชิงระดับและความซับซ้อน คำว่าที่อยู่อาศัยคงจะมีความหมายที่แคบที่สุด เรามีการใช้คำว่าการอยู่อาศัยมากขึ้น และกว้างกว่านั้นคือ การอยู่ร่วมกัน ที่อยู่อาศัย ก็คงจะหมายถึง ตัวบ้าน (H ousing) การอยู่อาศัย หมายถึง อาณาบริเวณ (S ettlements) ส่วนการอยู่ร่วมกัน คือ การใช้ชีวิตร่วมกัน (L iving T ogether) มีความหมายโยงไปถึงชีวิตจิตใจของทุกคน นั่นก็เป็นสามคำพูด ซึ่งสื่อถึงมิติและอาณาเขตของการพิจารณาเลือกที่อยู่อาศัย”  (ข้อมูลจาก “ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย” โดย นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม, ค้นจาก www.gotoknow.org/posts/96884)

“บ้าน” คือ ปัจจัยสี่ที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เป็นสถานที่ที่เราทุกคนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในครอบครัวมากที่สุด บ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างสุขในครอบครัว เมื่อครอบครัวอบอุ่น ชาติก็มั่นคง

“บ้าน” ยังเป็นรากฐานทางวัฒนธรรม อารยะธรรมของแต่ละชุมชน แสดงถึงประวัติความเป็นมา บ่งบอกถึงความภาคภูมิใจในความเป็นชุมชน นครรัฐ เป็นบ้านเป็นเมืองของกลุ่มชนในแต่ละภูมิประเทศ

การมีบ้านสักหลัง สำหรับคนโดยทั่วไป อาจจะเป็นเรื่องง่ายและทำได้เลย แต่สำหรับคนจนแล้วการมีบ้านสักหลังในชีวิตกลับเป็นเรื่องยากมากและต้องดิ้นรนแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายแรงใจทั้งชีวิต

ดังนั้น จึงจำเป็นที่รัฐจะต้องช่วยให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตนเองเพื่อสร้างความมั่นคงในชาติ

“บ้าน” คือ หนึ่งในความต้องการหรือข้อเสนอเชิงนโยบายที่ประชาชนต้องการให้รัฐจัดสวัสดิการเพื่อสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต ซึ่ง  โครงการ สร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง ภายใต้มูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว ได้รับจากการลงพื้นที่กว่า 85 ครั้ง เพื่อรับฟังความเห็นของชาวบ้าน ปัญหาของแต่ละจังหวัดและความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ และจะนำมารวบรวมจัดเป็นนโยบายหลักของชาติ

ดังเช่น 24 เมษายน 2560 โครงการฯ ได้ลงพื้นที่บ้านแหลมโพธิ์ ต.พุ่มเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรับฟังปัญหาความต้องการในพื้นที่ ซึ่งข้อเสนอที่สำคัญของผู้เข้าร่วมเวที คือ ความมั่นคงในที่อยู่อาศัย

บ้านแหลมโพธิ์ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาในการตั้งถิ่นฐานของชุมชนมายานานและน่าศึกษา

ข้อมูลจาก มูลนิธิป่า-ทะเลเพื่อชีวิต กล่าวว่า “แหลมโพธิ์” ในอดีต สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาส และสร้างศาลาไว้ ซึ่งได้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มาจนทุกวันนี้ ชาวบ้านในหมู่บ้านมีอาชีพทอผ้า ผ้าทอพุมเรียง เป็นผ้าทอยกดิ้นเงิน หรือดิ้นทอง ลวดลายที่สวยงาม จึงเป็นลักษณะเด่นของผ้าทอพุมเรียง ผ้าทอพุมเรียง จึงเป็นสินค้าพื้นเมือง ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

โครงการโบราณคดี ประเทศไทย (ภาคใต้) สำรวจ เมื่อ พ.ศ. 2525 พบซากเรือ บริเวณแหลมโพธิ์ แสดงให้เห็นว่า คงเป็นที่จอดเรือ ของชาติต่างๆ อาจมีการพักชั่วคราว เพื่อการค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้า กับเมืองโบราณไชยา ทั้งหาเสบียงอาหาร และน้ำจืด เพื่อทำการเดินเรือ ค้าขายกับ ชาติอื่นไกลออกไป

โครงการโบราณคดีประเทศไทย (ภาคใต้) จึงได้ขุดค้นเป็นหลุม ทดสอบเพื่อสุ่มตัวอย่าง 2 หลุมจากการศึกษาหลักฐานที่ขุดพบ แหลมโพธิ์ เป็นเมืองท่าทางพาณิชย์นาวี ที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-18

สภาพภูมิประเทศ เป็นชุมชนชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอำเภอไชยา ตั้งอยู่จุดเหนือสุดของอ่าวบ้านดอน บริเวณปากคลองพุมเรียงใหญ่ เป็นที่ดอนจุดกึ่งกลางสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 10 เมตร

ผ้าไหมพุมเรียง มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาน่าสนใจ แสดงถึงอัตตะลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่

“การทอผ้าไหมพุมเรียง  เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านภาคใต้ของกลุ่มคนไทยมุสลิม  ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านหัวเลน หมู่ที่ 2 บริเวณคลองพุมเรียง ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ซึ่งได้สืบทอดกันหลายชั่วอายุคนจนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า ผ้าไหมพุมเรียงเป็นผ้าไหมที่มีลวดลายสวยงามและมีลักษณะเด่นที่ต่างไปจากผ้าไหมอื่นๆ คือ การทอยกดอกด้วยไหมและดิ้น ผ้ายกดอกที่มีชื่อเสียงได้แก่  ผ้ายกชุดหน้านาง ผ้ายกดอกถมเกสร และผ้ายกดอกลายเชิง เป็นต้น

ชาวไทยมุสลิมตำบลพุมเรียงในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งสืบเชื้อสายมาจากแขกเมืองสงขลาเขาแดง ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามเป็นพวกมลายูที่อพยพมาจากหมู่เกาะอินโดนีเซีย บางส่วนอาจมีเชื้อสายแขกปัตตานีและไทรบุรี ที่อพยพเข้ามาที่ตำบลพุมเรียงในช่วงรัตนโกสินทร์ ซึ่งจากการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของพวกแขกเมืองสงขลาหัวเขาแดง เมืองปัตตานีและไทรบุรี ทำให้เกิดการผสมผสาน ทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมกับชาวไทย แต่ส่วนใหญ่พวกแขกเหล่านั้นยังคงรักษาเอกลักษณ์ดังเดิมไว้ โดยเฉพาะการทอผ้าไหมยกดิ้นเงินดิ้นทองหรือยกไหม ซึ่งต่างไปจาการทอผ้าที่ทอโดยคนไทยสมัยนั้น และสิ่งเหล่านั้นได้สืบทอดมาสู่ทายาทที่เป็นชาวไทยมุสลิม” (จาก “ประวัติผ้าไหมพุมเรียง”, ค้นจาก www.gotoknow.org/posts/444146)

เวทีรับฟังข้อเสนอจากชุมชนในพื้นที่บ้านแหลมโพธิ์ ต.พุ่มเรียง ปัญหาส่วนหนึ่งที่ชาวบ้านนำเสนอ คือ ปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ประมงพื้นบ้าน และการเอารัดเอาเปรียบระหว่างคนมีเงินกับคนยากจน

“อยากให้แก้ปัญหาชุมชนชาวบ้านที่มีรายได้น้อย ต้องการผู้นำที่เห็นแก่ประชาชน ไม่เห็นแก่ตัว”

“อยากมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง สวยงามที่น่าอยู่อาศัย บ้านน่าอยู่และมีระเบียบ เป็นหมู่บ้านที่สวยงามน่ารัก สมกับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชาวเมือง อยากเสนอให้เป็นเมืองท่องเที่ยว ที่น่าอยู่ น่าอาศัย”

โดยมีแนวทางการปัญหาเบื้องต้นเสนอเวทีและภาครัฐที่เกี่ยวข้องคือ ให้รัฐสำรวจผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยตามความเป็นจริง ช่วยเหลือประมงพื้นบ้านอย่างจริงจังและช่วยเหลือคนจนไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ

“อยากให้แก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยแออัด เรื่องขยะ เรื่องผู้มีรายได้น้อย”

ข้อเสนอเชิงนโยบายของชาวบ้านส่วนหนึ่ง อยากให้แก้ปัญหาท้องถิ่น เร่งให้มีการเลือกตั้ง

 “ให้ผู้นำท้องถิ่น ต้องฟื้นฟูกิจกรรมวัฒนธรรมในท้องท้องถิ่นอย่างจริงจัง ติดตามความเดือดร้อนในชุมชน เช่น มีตู้ ปณ.ให้ชาวบ้านส่งเรื่องร้องเรียน ทำข้อมูลท้องถิ่น และลงพื้นที่ให้ความสำคัญฐานราก”

“อยากให้มีการเลือกผู้นำ และตั้งวาระการอยู่ในตำแหน่งของผู้นำ ต้องให้ไม่นานเกินไป เพราะหากนานเกินเหมือนยืดเวลาให้เขากอบโกย แทนที่จะวางแผนพัฒนาเมือง พัฒนาบุคคล พัฒนาประเทศ”

การพัฒนาประเทศที่สอดคล้องกับปัญหาของชาติบ้านเมือง ด้วยการนำความต้องการของประชาชนตามข้อมูลความเป็นจริงในพื้นที่มาจัดทำเป็นนโยบายหลักของชาติ คือทางออกในการแก้วิกฤติ

การทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองจะทำให้คนในชาติช่วยกันสร้างประเทศให้รุ่งเรือง

ดังคำรณรงค์ วันที่อยู่อาศัยโลก 2559 ว่า “ประชาชนทุกคนต้องมีที่อยู่อาศัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

------------------------------------

 

หมายเหตุ ตีพิมพ์ครั้งแรก ในหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ ไทยโพสต์

คอลัมน์ชานชาลาประชาชน ฉบับวันที่ 2 เมษายน 2560

ภาพจาก www.facebook.com/Ourprosperity/

โดย มุสิกะตะวัน

 

กลับไปที่ www.oknation.net