วันที่ จันทร์ เมษายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

น่านกับการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ดินโดยชุมชน


สุริยันต์ ทองหนูเอียด

 

“ประเทศไทย ขาดความยุติธรรม ประชาชนฐานราก ถูกรังแกจากรัฐบาล ตัวอย่าง การยึดคืนผืนป่า (ทวงคืนผืนป่า) ทำให้ประชาชนฐานราก อยู่อย่างยากลำบาก อยากให้รัฐบาลมาพูดคุยโดยตรงกับชาวบ้าน เพราะถ้าสั่งการจากข้างบน ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต่ำ (อยู่ข้างล่าง) มาหลอกลวงประชาชน ให้ประชาชนรับผิด โดยไม่ชอบธรรม เพื่อจะสร้างผลงานให้เจ้านายที่อยู่สูงกว่า”

นี่เป็นความเห็นหนึ่งของชาวบ้านห้วยน้ำหิน ต.สถาน อ.นาน้อย จ.น่าน ได้นำเสนอปัญหาในเวทีรับฟ้งความเห็นของประชาชน จัดโดย “โครงการสร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง” 3 เมษายน 2560

“บันทึก คนห้วยน้ำหิน” เล่าถึงประวัติชุมชนให้ฟังว่า ชุมชนห้วยน้ำหินมีพื้นที่อาณาเขตทั้งหมด 360 ตารางกิโลเมตร มีประชากร จำนวน 5,337 คน แบ่งการปกครองออกเป็น 12 หมู่บ้าน พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ และป่าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน รวมทั้งพื้นที่ห้วยน้ำหิน

“ชุมชนห้วยน้ำหิน อยู่ในเขตรับผิดชอบของบ้านใหม่จัดสรร หมู่ที่ 11 และบ้านไร่น้ำหิน หมู่ที่ 5 มีราษฎรเข้าไปทำกินด้วยการทำเกษตรกรรมหลายหมู่บ้าน เช่น หมู่ที่ 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 11 และ 12 ส่วนใหญ่เป็นราษฎรหมู่ที่ 11 บ้านใหม่จัดสรรที่ได้แยกออกจากหมู่บ้านหมาก หมู่ที่ 7 ต.สถาน ระหว่างปี พ.ศ. 2520 โดยมีผู้นำหมู่บ้านคนแรก เมื่อปี พ.ศ. 2520-2525 ต่อมาทางอำเภอให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งถึง 20 ปี เกษียณเมื่อปี 2545 ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบันได้รับเลือก เมื่อปี พ.ศ. 2551”

ปี พ.ศ. 2518-2520 รัฐบาล เปิดให้มีการสัมปทานป่า ในเขตห้วยน้ำหิน ซึ่งเป็นพื้นที่ทำกินของราษฎร และยังมีชุมชนชาวบ้านหมู่ที่ 5 คือ หมู่บ้านห้วยหมากหลอด มีราษฎรอาศัยอยู่ 25 ครัวเรือน แต่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง มีกาโยกรย้ายเข้าย้ายออกอยู่ตลอด โดยอาศัยการทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ เมื่อมีการสัมปทานป่าให้ชุมชนห้วยหมากหลอด ได้ย้ายออกจากพื้นที่ แต่ยังคงให้ราษฎรทำไร่ทำสวนได้ต่อไปในช่วงนั้น

ปี พ.ศ. 2523 มีการปลูกป่าทดแทน โดยผู้รับสัมปทานได้จ้างคนในชุมชนเป็นแรงงานปลูกป่าทดแทน บางส่วนมีการปลูกตามริมถนนและในไร่ของเกษตรกร หลังจากนั้นไม่ได้มีการดูแลและรักษา ซึ่งในการว่าจ้างคนในชุมชนที่ทำงานสวนป่าให้มีการลงลายมือชื่อ และบอกว่าใครไม่ลงชื่อ ก็จะไม่ให้ทำงานกับสวนป่า หรือใครไม่ให้ความร่วมมือ จะใช้วิธีข่มขู่ คุกคาม ตามบ้านเรือนที่เก็บไม้ไว้เพื่อสร้างบ้านใหม่ แต่ในการปลูกป่าทดแทนนั้นไม่ได้ครอบคลุมในพื้นที่ทั้งหมด เป็นการปลูกเฉพาะพื้นที่บางส่วนเท่านั้น

ส่วนใหญ่แล้วจะปลูกในพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎร และยังให้ราษฎรทำกินได้ในระยะเวลานั้น จนกว่าต้นไม้จะโตขึ้น ซึ่งทางภาครัฐได้ทำการปลูกป่าไปแล้วในพื้นที่ แต่มีการดูแลแค่ 2 ปี หลังจากนั้นไม่เคยมีใครเข้ามาดูแล ปล่อยปะละเลยมาโดยตลอด นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ชาวบ้านเห็นว่า ป่าบางส่วนเสื่อมโทรมไม่มีการปลูก จึงเข้าไปทำกิน โดยทยอยกันเข้าไปทำกินในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมตรงนั้นตลอดมา

ปี พ.ศ. 2540 ราษฎรบางส่วนที่ทำกินมานานได้ทำหนังสือไปยังนายอำเภอนาน้อย เพื่อขอเอกสารสิทธิที่ทำกิน นายอำเภอมอบหมายให้ป่าไม้ และส่วนที่เกี่ยวข้องออกสำรวจพื้นที่ทำกินจำนวน 34 แปลง เนื้อที่ 327 ไร่ อำเภอได้ออกหนังสือสำรวจที่ทำกินให้ราษฎร 12 ราย เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2540

ต่อมาได้มีมติ ครม. 11 พฤษภาคม 2542 ให้ราษฎรที่ทำกินในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมมาขึ้นทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ว่าการอำเภอนาน้อย แจ้งผลการครอบครองที่ดินป่าสงวนฝั่งของแม่น้ำน่านตอนใต้ ท้องที่ ตำบลสถาน โดยส่วนใหญ่ราษฎรที่อยู่บ้านจะได้ใบตอบรับจากราชการ บางส่วนที่มาหางานทำในกรุงเทพฯ จึงไม่ได้ดำเนินการ แต่ทำกินอยู่ก่อนแล้ว แม้ไม่มีใบตอบรับ โดยขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปี 2552

30 มีนาคม 2559 มีคำสั่งห้ามราษฎรเข้าไปในพื้นที่ทำกินในพื้นที่หมู่ 11 บ้านใหม่จัดสรร และบ้านไร่น้ำหิน หมู่ที่ 5 และอำเภอนาหมื่น ในเขตยึดคืนผืนป่า 10 แปลง เนื้อที่ 7,820 ไร่ ประกอบด้วย อำเภอนาน้อย ตำบลสถาน ราษฎรได้รับผลกระทบคือ หมู่ที่ 2,3,4,5,6,7,8,11 และหมู่ 12 ต.สถาน อ.นาน้อย ได้รับผลกระทบ 12 หมู่บ้าน อำเภอนาหมื่น ต.บ่อแก้ว หมู่ที่ 2 และหมู่ 12 และอีกหลายหมู่บ้าน

ต่อมากรมป่าไม้ ได้แจ้งดำเนินคดีว่ามีราษฎรบุกรุกพื้นที่ป่าห้วยน้ำหิน และได้สนธิกำลังป่าไม้ ตำรวจ และทหาร เรียกราษฎรไปชี้จุดตามพื้นที่ทำกินของตนเอง จับพิกัด ทำบันทึก จำนวนเนื้อที่ จำนวนไร่ โดยให้ชาวบ้านถือป้ายไว้ติดหน้าอก ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานว่าเป็นใคร ชื่อ-นามสกุลอะไร เนื้อที่กี่ไร่

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ได้มีคำสั่งจากสถานีตำรวจ สภ.นาน้อย ให้ราษฎรพื้นที่ดังกล่าวไปให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ละราย แต่ละแปลง โดยอ้างว่าทำข้อมูลไว้เพียงแค่เป็นพยาน ไม่ใช่เป็นคดี

14-15 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังประมาณ 100 นาย เพื่อมาจับพิกัดหาค่าเสียหายให้ราษฎรเป็นผู้ชดใช้ แต่ราษฎรไม่ไปตามที่เจ้าหน้าที่นัดหมาย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้สลายตัวไป ทำอะไรไม่ได้

ที่ผ่านมาทางราษฎรผู้เดือดร้อนได้ทำหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น  หนังสือร้องทุกข์ ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2559 ถึงหนังสือนายอำเภอนาน้อยและผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

เบื้องต้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ทำหนังสือเรียนไปถึงอธิบดีกรมป่าไม้ ปลัดกระทรวงเกษตร และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559

ราษฎรทำหนังสือเรียนถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2560 ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2560  นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายอำเภอนาน้อย ผู้แทนปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรณีราษฎรในพื้นที่ตำบลสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ถูกแจ้งความดำเนินคดี และให้ออกจากที่ดินทำกิน ตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐ

การแก้ปัญหาป่าไม้ของประเทศ ปัญหาดอยหัวโล้นในจังหวัดน่าน ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าสามารถดำเนินการได้หลากหลายวิธี ด้วยการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่า โดยรัฐไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียว

“ต้องมาพูดคุย ถ้าต้องการให้ทางภาคเหนือเป็นพื้นที่สีเขียว ต้องมาส่งเสริมพูดคุยให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนวิถีการทำมาหากิน ทุกคนพร้อมพูดคุยไม่ ใช่ว่าประกาศยึดพื้นที่ แล้วจะให้ไปทำกินที่ไหน”

ทั้งนี้ ชาวบ้านยังฝากมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันด้วยว่า การที่ท่านได้มอบหมายให้นายตำรวจคนหนึ่งดูแลการปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ด้วยการบินสำรวจพื้นที่แล้วชี้ว่า ตรงไหนถูกบุกรุก โดยไม่ลงมาเดินสำรวจพื้นที่จริง แล้วให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับชาวบ้านนั้น คือ ความไม่ธรรม และละเมิดคำสั่ง คสช.

          ความต้องการของชาวบ้านกับการจัดการปัญหาโดยชุมชน หากรัฐบาลรับฟังข้อเสนอของชาวบ้าน เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วม ความเดือดร้อนก็สามารถแก้ไขได้ โดยกลไกในชุมชนร่วมกับรัฐ

---------------------------------------

หมายเหตุ ตีพิมพ์ครั้งแรก ในหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ ไทยโพสต์

คอลัมน์ชานชาลาประชาชน ฉบับวันที่ 9 เมษายน 2560

ภาพจาก www.facebook.com/Ourprosperity/

โดย มุสิกะตะวัน

 

กลับไปที่ www.oknation.net