วันที่ ศุกร์ เมษายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำทานนั้นทำได้ แต่อย่าทำร้ายผู้อื่นทางอ้อม


ทำทานนั้นทำได้ แต่อย่าทำร้ายผู้อื่นทางอ้อม

ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านหนึ่ง ท่านเคยเป็นเบาหวานแต่ท่านไม่เคยกินยา ไม่ว่าจะเป็นยาฝรั่งหรือสมุนไพรไทย ท่านออกกำลังกายอยู่เป็นประจำทุกวันไม่เคยขาด

ต่างจากผู้เขียนซึ่งรักเบาหวานเอามากๆ เพราะเป็นเบาหวานมามากกว่า ๒๐ ปี แล้ว เบาหวานก็ยังอยู่กับตัวไม่เคยหายไปไหน

กินยาฝรั่งมาตลอด ส่วนยาไทยนั้น หลายท่านก็ได้แนะนำ รับฟังแล้วก็เชื่อและซื้อหามากินโดยตลอด แต่คงเป็นเพราะ “ลางเนื้อชอบลางยา” ละกระมัง จึงไม่หายจากเบาหวานสักที

ส่วนการออกกำลังกายนั้น แม้ว่ามีเครื่องออกกำลังกายคือจักรยาน ทั้งจักรยานปั่นและจักรยานบก แต่ก็ขอรับสารภาพตรงๆ ว่าขี้เกียจครับ

นึกถึงสมัยที่สูบบุหรี่วันละซองครึ่ง คิดแล้วคิดอีกเพราะบุหรี่มีโทษเยอะ โทษคนเดียวไม่พอ คนข้างเคียงก็ได้รับโทษไปด้วย วันหนึ่งก็ตัดสินใจเลิก แล้วก็เลิกได้มาจนทุกวันนี้ ๒๐ กว่าปีแล้วครับ ที่เลิกได้ก็เพราะใจ ใจเราเป็นใหญ่ หากเราควบคุมใจของเราได้ ทำอะไรก็สำเร็จ 

ดังนั้น จึงตั้งใจว่าจะออกกำลังกายทุกวันๆ ละอย่างน้อย ๓๐ นาที โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๑๑ เมษายน ที่ผ่านมา เป็นต้นมา

เริ่มต้นด้วยการขี่จักรยาน และเมื่อจักรยานมีปัญหาเพราะสูบลมไม่เข้า ก็ใช้วิธีการเดินแทน

 เดินออกจากบ้านไปสี่แยกห้วยขวาง แล้วก็เดินเลียบถนนรัชดาภิเษกไปทางขวามือ เห็นนกพิราบกลุ่มหนึ่งกำลังกินอาหารจากที่ผู้โดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินได้โปรยให้

 

เห็นแล้วก็นึกถึงโรคร้ายขึ้นมาทันที เพราะทราบดีว่านกพิราบนั้นคือภัยเงียบที่คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึง เพราะหากอยู่ใกล้ชิดหรือการสัมผัสโดยตรงกับตัวนกพิราบหรือมูลนกพิราบ อาจได้รับเชื้อราซึ่งทำให้เกิดโรคได้หลายโรคได้

 

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคนี้เชื้อโรคเข้าไปในน้ำเลี้ยงสมองและไขสันหลัง เชื้อโรคอาจลุกลามมาจากช่องคอ จมูก ปอด หรือฝีหนองที่เกิดขึ้นตรงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายโดยผ่านเข้ากระแสเลือดไปที่สมอง

โรคคลิปโตคอคคัส ผู้ที่รับเชื้อนี้จากการหายใจเอาเชื้อราเข้าไป ทำให้มีอาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ ลงปอดก่อนแล้วค่อยๆ ฟักตัว เชื้ออาจสะสมไว้ได้เป็นปี เมื่อร่างกายอ่อนแอจึงแสดงออกมา

กรดยูริคในมูลนกพิราบ นอกจากมีฤทธิ์กัดกร่อนสูง หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจะทำความเสียหายให้พื้นผิวสิ่งก่อสร้าง รวมถึงทำความเสียหายให้เครื่องจักรอุตสาหกรรม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนกพิราบถ่ายลงบนรถยนต์ หลายท่านคงคิดว่ามูลนกเป็นแค่คราบ ไม่นานก็สามารถเอาออกได้ ที่จริงมีผลต่อสีรถเป็นอย่างมาก เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้สีรถด่างได้ 

 

นอกจากนี้ มูลนกพิราบยังสร้างความสกปรกให้แก่ที่อยู่อาศัย ห้างร้าน อาคาร โรงงาน ทำให้เสียภาพลักษณ์และไม่น่ามอง เป็นต้น

ทุกคนจึงควรช่วยกันป้องกันและไม่พยายามเพิ่มจำนวนนกพิราบให้มากขึ้น สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือการหยุดโปรยอาหารหรือเศษอาหารให้นกพิราบกิน

 ท่านทำทานแล้วหวังจะได้บุญ ท่านไม่ได้บุญหรอกครับ เพราะหากบุคคลอื่นได้รับเชื้อโรคจากนกพิราบแล้วถึงตาย ก็ถือได้ว่าท่านมีส่วนช่วยในการฆ่าบุคคลผู้นั้นในทางอ้อม 

คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งมีนกพิราบอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้ใดจอดรถในบริเวณนั้นก็จะได้รับมูลนกพิราบไปด้วย บริเวณแถบนั้นก็สกปรกเพราะเต็มไปด้วยมูลนกพิราบ

 ปัจจุบันไม่มีมูลนกพิราบให้เห็นแล้ว รวมทั้งพื้นที่เคยมีมูลนกพิราบก็สะอาดสะอ้าน ท่านผู้อ่านคงอยากทราบว่าคอนโดแห่งนั้นแก้ป้ญหานกพิราบอย่างไร

ก็แก้ง่ายๆ ครับ คอนโดมิเนียมแห่งนั้นได้ปิดประกาศว่า “ห้ามโปรยข้าวสารหรือวัตถุอื่นใดภายในบริเวณลานจอดรถหรือพื้นที่ใดๆ ของอาคาร เนื่องจากทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหายจากมูลนก ผู้ใดกระทำมีความผิดถูกปรับ จำนวน ๑,๐๐๐ บาท ผู้พบเห็นและมีหลักฐานภาพถ่ายส่งให้นิติบุคคลฯ ได้รับรางวัล ๑๐๐ บาท”

 

เจอไม้นี้เข้านกพิราบที่คอนโดนั้นหายวับไปกับตา จะไม่หายไปได้อย่างไรละครับ เมื่อไม่มีผู้ใดกล้าให้อาหารเพราะกลัวถูกปรับ นกพิราบก็ไม่มีอาหารมายังชีพ ต้องบินไปหาที่อื่นที่มีอาหารต่อไป

ผู้เขียนไม่ได้เสนอแนะให้ส่งเสริมร้านอาหารในไทยทอดนกพิราบขายกันเหมือนกับที่ฮ่องกงซึ่งมีเมนูฮ่องเต้ เป็นนกพิราบทอดตำรับดั้งเดิม ที่เขาว่ากันว่าเค็ม หวานและกรอบทั้งตัว  เพราะที่ฮ่องกงใช้นกพิราบจากฟาร์มเลี้ยง จึงกินกันได้ไม่ต้องกลัวเชื้อโรค

และไม่ได้เสนอให้กรุงเทพมหานครหรือเทศบาลต่างๆ ดำเนินการตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ หรอกครับ เพราะบ้านเมืองเรานั้นการบังคับใช้กฎหมายเป็นสิ่งที่ละเลยกันมากที่สุด

สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดก็คือกรุงเทพมหานครและเทศบาลต่างๆ ช่วยกันสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนในเรื่องการให้อาหารสัตว์ต่างๆ ริมถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้อาหารแก่นกพิราบ

การรณรงค์ให้ติดป้ายหรือการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุและโทรทัศน์และในทุกๆ ทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาสัมพันธ์กับเด็กนักเรียนให้ได้รับรู้รับทราบถึงอันตรายหากอยู่ใกล้ชิดหรือสัมผัสกับนกพิราบหรือมูลของมัน 

เด็กๆ เหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันป้องกันการให้อาหารแก่สัตว์ริมถนน รวมทั้งให้อาหารนกพิราบด้วย

เพราะผู้ใหญ่สมัยนี้เชื่อฟังเด็กๆ กันมากขึ้นครับ โดยเฉพาะลูกและหลาน

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net