วันที่ จันทร์ เมษายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะให้ชาวบ้านใช้ไฟฟรีทั่วประเทศ!


ชาวบ้านควรได้ใช้ไฟฟ้าฟรี!
เมธา มาสขาว

Image result for โซล่าเซลล์ลอยน้ำ

ภาพแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำที่ญี่ปุ่น ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าที่ครอบคลุมได้เกือบพันครัวเรือนต่อปี

 

ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะให้ชาวบ้านใช้ไฟฟรีทั่วประเทศ!

รัฐบาลประกาศจะขึ้นค่าไฟฟ้าทั่วประเทศตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป โดยปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (FT) ส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มเป็น 3.50 บาทต่อหน่วย โดยอ้างว่าเป็นผลมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูง และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้

ขณะที่เวลาเดียวกัน รัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบขึ้นเงินเดือนเพิ่มบำเหน็จพิเศษให้เจ้าหน้าที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำนวน 721 คน

รัฐไทยไม่ได้มีเงินมากมาย แต่รัฐบาลหลายสมัยไม่ฉลาดในการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์สุขตกแก่ประชาชนทั่วไป แต่ถนัดที่จะออกนโยบายและกฎหมายที่ตนเองในฐานะผู้ถืออำนาจปกครองได้ประโยชน์ รวมถึงกลุ่มทุนผูกขาดที่อุปถัมภ์ค้ำชูรัฐบาลในนาม "ธุรกิจการเมือง" ได้รับการสนับสนุนการลงทุน ผ่านโครงการต่างๆ ทั้งสัญญาสัมปทาน และนโยบายต่างๆ ที่เอื้อต่อการลงทุนแสวงหากำไรทางการค้า

จริงๆ ตามหลักการแล้ว การจัดการทรัพยากรสาธารณะ ที่ดิน น้ำ ไฟฟ้า อากาศ และพลังงาน รวมถึงกิจการที่เกี่ยวกับการคมนาคม การศึกษาและสาธารณสุข รัฐควรเป็นเจ้าของโดยสิทธิ์ขาดเพื่อจัดการบริหารรัฐวิสาหกิจ เพื่อจัดเป็น "รัฐสวัสดิการ" (Welfare State) ให้ประชาชนได้อย่างทั่วถึง เป็นบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานโดยไม่หวังผลกำไร

รัฐลงทุนการศึกษาไม่ต้องคิดว่าขาดทุนแล้วไปแปรรูปการศึกษาเข้าสู่ระบบตลาด การขนส่ง การคมนาคมต่างๆ รัฐไปคิดว่าขาดทุนแล้วลอยแพหน่วยงานเหล่านั้นเข้าสู่ระบบตลาด โดยไม่หันมาพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัยรับใช้บริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ประเทศแต่อย่างใด แนวคิดเช่นนี้เพราะผู้นำการเมืองไทยมีแต่แนวคิดเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีอยู่ในหัว

นักการเมืองไทยและนายทุนที่แวดล้อม จึงมักจะคิดแต่ผลักดันรัฐวิสาหกิจเข้าสู่กลไกตลาด เพื่อซื้อขายแสวงหากำไร แน่นอน พวกเขาได้ประโยชน์จากการขายทรัพยากรสาธารณะต่างๆ โดยเฉพาะตัวอย่างจากการผลักดันแปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2544

ทุกวันนี้ ปตท.มีรายได้ปีละกว่า 2 ล้านล้านบาท แต่รายได้ทั้งหมดนั้นไม่ได้ตกทั่วถึงแก่คนไทยทั้งหมด

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็เช่นกัน เกือบถูกแปรรูปเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ แต่ถึงวันนี้แนวคิด "รัฐสวัสดิการ" หายไปเกือบหมดแล้ว กฟผ.ไปลงทุนในบริษัทลูกมากมาย หลายบริษัทมีเอกชนถือหุ้นร่วม ผลประกอบการของ กฟผ. และของบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ตามสัดส่วนการถือหุ้นของ กฟผ.เอง ปัจจุบันนำเงินกำไรส่งภาครัฐแค่ร้อยละ 45 อีกร้อยละ 55 นำไปสมทบการลงทุนโรงไฟฟ้าต่างๆ เพื่อแสวงหากำไรด้วยระบุเพื่อความยั่งยืนพลังงาน

แทนที่รัฐบาลจะผลักดันให้รัฐวิสาหกิจต่างๆ โดยเฉพาะที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานของสังคม เช่น ไฟฟ้า ประปา ไปแสวงกำไรจากการค้าและการลงทุน แล้วกลับมาเพิ่มภาระให้กับประชาชน รัฐบาลควรที่จะทำให้หน่วยงานเหล่านั้นมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของประชาชน ในคุณภาพชีวิตที่ดีและบริการสาธารณะที่ยอดเยี่ยม โดยไม่ต้องคิดเรื่องการลงทุนและการค้ากำไร

เรื่องเหล่านั้นไปคิดกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ใช้ไฟฟ้า ประปา มหาศาลจะดีกว่าไหม แล้วกลับมาคิดค่าใช้จ่ายครัวเรือนในราคาถูก เพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ประชาชน

กปฟผ.มีปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองถึงร้อยละ 31.89 แต่ก็ลงทุนต่อๆ ไปเพื่อหากำไรจากการค้าและการลงทุนในกิจการไฟฟ้าทั้งระบบ เกิดความยั่งยืนแก่องค์กรอย่างเดียว แต่ไม่ได้เกิดความยั่งยืนแก่ประชาชน หรือชาวบ้านทั่วไปที่ต้องทำงานมาจ่ายค่าไฟฟ้าในครัวเรือนที่แพงขึ้นๆ ทุกวัน

ประเทศไทยทำให้ไฟฟ้าเป็นรัฐสวัสดิการแก่ชาวบ้านทั่วไปได้ และอาจเก็บเพิ่มอัตราก้าวหน้ากับโรงงาน ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ได้ประโยชน์ส่วนเกินจากความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยไป เฉกเช่นเดียวกับแนวคิดที่ควรเก็บภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้า เพื่อมาสร้างสวัสดิการที่ดีแก่ประชาชน เช่น การศึกษา สาธารณสุข และความจำเป็นด้านอุปโภคบริโภคของประชาชน

green peace solar roof top by www.solarcellcenter.com

ถ้าไม่ไปไกลถึงให้ชาวบ้านใช้ไฟฟรี แนวคิดพลังงานที่ยั่งยืนอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ทำไมรัฐบาลไทยและ กฟผ.ไม่ประกาศส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านทั่วประเทศ โดยการสนับสนุนภาครัฐที่จะใช้เงินจากกองทุนพลังงานต่างๆ มาลดราคาแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน และประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านของประชาชนด้วย ทำไมต้องให้ชาวบ้านจ่ายค่าไฟให้แก่หน่วยงานของรัฐฝ่ายเดีย

ทำไมไม่ยอมให้ประชาชนที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านสามารถหักลบค่าไฟฟ้าที่ใช้กับที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์ ในมิเตอร์ไฟฟ้า (Net Metering) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ประชาชนมีแรงจูงใจที่จะลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านของตัวเองแล้ว

ทุกวันนี้จะติดตั้งไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เองกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก ผู้ติดตั้งต้องทำเรื่องแจ้งต่อการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเพื่อขออนุญาตติดตั้งและเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า และการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะเข้ามาตรวจสอบทางเทคนิค หากการตรวจสอบนี้ผ่านแล้วจึงจะอนุญาตให้ผู้ขอดำเนินการติดตั้งและเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าได้ หากตรวจสอบไม่ผ่านการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายก็จะไม่อนุญาต!

กฟผ.จะผูกขาดการผลิตแต่เพียงผู้เดียว และจะซื้อกับโรงไฟฟ้าของเอกชนที่ตนเองร่วมลงทุนเท่านั้น? ปล่อยให้ชาวบ้านรับกรรมกับค่าไฟแพงต่อไป ในนามการผูกขาดของรัฐและทุนเพื่อหากำไรจากพลเมืองของตนเอง?

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในราคาถูก และให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ยอมให้ประชาชนที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านสามารถหักลบค่าไฟฟ้าที่ใช้กับที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์ ในมิเตอร์ไฟฟ้า (Net Metering) อย่างถูกต้องตามกฎหมายได้แล้ว และเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนทั่วไปในอนาคต โดยเชื่อมโยงกันทั้งประเทศเป็นระบบ "Intergrid"

ไม่ใช่การบังคับให้ใช้ไฟฟ้าทางเดียวอีกต่อไป.

Image result for โซล่าเซลล์บนหลังคา

[คอลัมน์โลกและเรา, เมธา มาสขาว นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน 2560]


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(ข่าวด้านล่างนี้ ช่างสวนทางกันหรือเกินกับแนวทางบทความข้างบน)

การไฟฟ้าสงสัยวิศวกรหนุ่ม “เลือกใช้โซลาร์เซลล์เสรี” 

ที่มา PPTV

ทีมข่าว PPTV ไปตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านขายของชำ ของวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ ที่เปลี่ยนระบบไฟฟ้าในบ้านทั้งหลังมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมกับเปลี่ยนตู้แช่เครื่องดื่มที่ใช้ขาย ไปเป็นตู้รุ่นใหม่ ทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงอย่างมาก จนการไฟฟ้าต้องขอมาเปลี่ยนเครื่องวัดไฟ เพราะสงสัยว่า มิเตอร์ไฟชำรุดหรือไม่  และบางส่วนก็สงสัยว่า การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้มีค่าไฟลดลงมากมายขนาดนี้จริงหรือ 

การไฟฟ้าสงสัยวิศวกรหนุ่ม “เลือกใช้โซลาร์เซลล์เสรี” 

ผู้สื่อว่าข่าวรายงานว่า บ้านหลังนี้เลือกใช้พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ ด้วยการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ แบบ OnGrid มีเป้าหมายเพื่อช่วยประหยัดและลดค่าไฟให้ได้มากที่สุด โดยเมษายน ปี 2559 เอกชัย รัตนะสิทธิ์ วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ที่บอกว่า สนใจเรื่องพลังงานทดแทน ตัดสินใจลงทุน 70,000 บาท เพื่อติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ แต่ในทางกฎหมาย เขาต้องไปแจ้งต่อการไฟฟ้าก่อน ที่จะเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 

“บางทีก็ท้อเหมือนกันอ่ะเนาะ เราติดไป ต้นทุนประมาณ 7หมื่นกว่าบาทนะครับหลังนี้ ใช้มาได้ปีกว่าๆ ก็อยากจะให้เสรีอ่ะครับ ”

อย่างไรก็ตาม ก่อนติดตั้งโซลาร์เซลล์ ค่าไฟที่บ้านหลังนี้ แพงถึงเดือนละกว่า 1,400 บาท แต่เมื่อเปลี่ยนมาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ระบบ OnGrid คือระบบที่ไม่มีแบตเตอรี่ ด้วยการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ 8 แผ่น ตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว ค่าไฟก็เริ่มลดลง เหลือเพียงเดือนละประมาณ 500 บาท จนบางเดือนลดลงเหลือเพียง 90 บาท ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเขาเปลี่ยนตู้เย็นแช่เครื่องดื่มในร้านของชำเป็นใบใหม่ ที่ประหยัดไฟมากกว่า ซึ่งเขามองว่า เป็นสาเหตุที่ค่าไฟลดลงมาก

ทั้งนี้ การที่ค่าไฟลดลงมากอย่างเหลือเชื่อ กลับทำให้ “การไฟฟ้า” มองว่า มีบางอย่างผิดปกติ และจะมาเปลี่ยนมิเตอร์ไฟเป็นระบบดิจิทัล พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มิเตอร์ที่วัดไฟชำรุดหรือไม่ และมาวันนี้ เอกชัย ต้องลดแผงโซล่าเซลล์ จาก 8 เหลือ 4 แผ่น หากเปลี่ยนมิเตอร์เป็นระบบดิจิทัล เพราะระบบใหม่ จะไม่สามารถเก็บไฟไว้ใช้ในตอนกลางคืนได้ 

“ที่มันมีปัญหา ก็คือเดือน 11 ครับผม ค่าไฟเหมือนจะติดลบลงไปเลย เพราะว่ามีการเปลี่ยนหลอดไฟในบ้านเป็นหลอด LED เลยร่วงลงไป เหลือกี่หน่วยไม่รู้ การไฟฟ้าก็เลยคาดว่าหม้อน่าจะชำรุด เพราะว่ามันอ่านค่าไม่ได้”

การไฟฟ้านครหลวง ชี้แจงว่า ทราบปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการใช้ไฟของบ้านหลังนี้แล้ว และขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งตรวจสอบ และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป ส่วนในโลกออนไลน์ ที่เข้ามาเห็นโพสต์ของเอกชัย ยังมีความเห็นที่หลากหลาย บางส่วนสนับสนุนให้เขายืนหยัดใช้พลังงานแสงอาทิตย์ต่อไป แต่บางส่วน ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการหมุนของมิเตอร์ไฟ ว่า ผิดไปจากที่ควรเป็นหรือไม่

โดย เมธา

 

กลับไปที่ www.oknation.net