วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล


        การบูชาเสาอินทขิลจะจัดขึ้นในช่วงเข้าสู่ฤดูฝนเป็นประจำทุกปี ชาวบ้านยึดเอาการเข้าอินทขิลในวันแรม 12 ค่ำ เดือน 8 เหนือ และออกอินทขิลในวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 เหนือ (8 เข้า 9 ออก)

        ประเพณีเข้าอินทขิล คือ การทำพิธีสักการบูชาเสาหลักเมืองเสาอินทขิล นอกจากจะเป็นเสาหลักเมืองแล้ว ยังนับได้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และยังเป็นที่สักการบูชา ถือว่าเป็นที่รวมของวิญญาณของคนเมืองเหนือและบรรพบุรุษ

กิจกรรมประเพณีเข้าอินทขิลจะมี พิธีบูชาเสาอินทขิล ,พิธีใส่ขันดอก ,การใส่บาตรพระประจำวันเกิด ,พิธีสรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า ,พิธีสืบชะตาเมือง

        ชาวเชียงใหม่มีความเชื่อว่า เมื่อสักการบูชาเสาอินทขิลแล้ว บ้านเมืองจะพ้นภัยพิบัติและมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น จึงเป็นประเพณีสักการบูชามาตราบกระทั่งทุกวันนี้

        ในวันประกอบพิธี พวกชาวบ้านชาวเมืองทั้งหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ และเด็ก ๆ จะเตรียมดอกไม้ธูปเทียน ขันน้ำขมิ้นส้มป่อย ใส่พานหรือภาชนะใส่ของที่เรียกว่า “สลุง” เอาน้ำขมิ้นส้มป่อยใส่พานหรือสลุงไป “ทำการสระสรง” (สรงน้ำ) สักการบูชา ที่เจดีย์หลวงวรวิหาร จ. เชียงใหม่

เสาอินทขิล(เสาหลักเมือง)

วิหารจตุรมุขศิลปะแบบล้านนาประยุกต์ (ก่อนบูรณะ)

        เสาอินทขิล ตั้งอยู่กลางวิหารจตุรมุขศิลปะแบบล้านนาประยุกต์ เป็นเสาอิฐก่อปูนติดกระจกสี รอบเสาวัดได้ 5.67 เมตร สูง 1.30 เมตร แท่นพระบนเสาอินทขิลสูง 97 เซนติเมตร รอบแท่นวัดได้ 2.4 เมตร บนเสาอินทขิลมีพระพุทธรูปทองสำริดปางรำพึง ประดิษฐานอยู่ภายในบุษบก พลตรี เจ้าราชบุตร (วงศ์ตะวัน ณ เชียงใหม่) นำมาถวายวัดเจดีย์หลวงเมื่อปี พ.ศ. 2514 เพื่อให้ชาวเมืองได้สักการะคู่กัน

บนเสาอินทขิลมีพระพุทธรูปทองสำริดปางรำพึง ประดิษฐานอยู่ภายในบุษบก 

        ประวัติของ เสาอินทขิลนี้ตามตำนานกล่าวเอาไว้ว่า พระยาอินทร์ใช้ให้ กุมภัณฑ์ทั้ง 2 องค์ เอาลงมาให้เพราะว่าบ้านเมืองเกิดเหตุเภทภัยต่าง ๆ คนไม่มีศีล ไม่มีสัตย์ เดือดร้อนถึงพระอินทร์จึงได้นำเอาเสาอินทขิลลงมาให้โดยให้กุมภัณฑ์ทั้ง สองนำใส่สาแหลกลากมาเอาฝังไว้กลางเมืองเชียงใหม่ สมัยก่อนอยู่ที่วัดสะดือเมือง สมัยเมื่อ 200-300 ปี อยู่ที่วัดสะดือเมืองจนกระทั่งถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ ย้ายมาไว้ที่นี่

        การ "บูชาเสาอินทขิล" ชาวบ้านจะจัดให้มี ซอพื้นเมืองและมีช่างฟ้อนประเภท ฟ้อนหอก ฟ้อนดาบ เพื่อเป็นการสังเวยเทพยดาอารักษ์ "ผีเสื้อบ้าน" และ "ผีเสื้อเมือง" หรือที่ภาษาทางเหนือโบราณ เรียกกันว่า "เจนบ้านเจนเมือง" การใส่ขันดอกไม้บูชาเสาอินทขิลนี้มีถึง 28 พานใหญ่ นับว่าเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ และยังมีขันดอกไม้บูชาท้าวทั้งสี่ คือ ท้าวจตุโลกบาลอีก 1 ที่ บูชารอบ ๆ เสาอินทขิล 8 แห่ง บูชาพระฤาษี 1 แห่ง บูชาตาปะขาวลั้วะ 1 แห่ง บูชาต้นไม้ยาง 1 แห่ง กุมภัณฑ์ 2 ตน ตนละแห่ง บูชาพระสังกัจจาย 2 แห่ง บูชาพระธาตุเจดีย์หลวง 1 แห่ง เสร็จจากใส่บาตรดอกไม้และบูชาดังกล่าวแล้ว ก็ไปสรงน้ำพระพุทธรูปฝนแสนห่า เพื่อขอบันดาลให้ฝนตกตลอดฤดู และบูชาพระอัฎฐารสภายในพระวิหารเพื่อความเป็นสิริมงคลกับ ตนและครอบครัว

วิหารหลวง

ซุ้มประตูโขง ทางเข้าวิหารหลวง

พระอัฎฐารส พระประธานในพระวิหารหลวง

การใส่บาตรเหรียญสลึงในบาตรพระ 108 บาตร

ปิดทองพระประจำวันเกิด

ขันดอกบูชาเสาอินทขิล

สรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า

พระเจ้าฝนแสนห่า

        พระเจ้าฝนแสนห่า คือ พระพุทธรูปซึ่งประดิษฐาน อยู่ที่วัดช่างแต้มซึ่งอยู่ใกล้ๆ วัดเจดีย์หลวง ชาวเชียงใหม่เชื่อว่า พระพุทธรูปองค์นี้มีพุทธานุภาพ บันดาลให้ฝนตก ต้องตามฤดูกาล นำมาประดิษฐานไว้วงเวียนหน้าพระวิหารหลวง วัดเจดีย์หลวง ทุกวันตลอดงาน พิธีเข้าอินทขิล เพื่อให้ประชาชน ที่ไปร่วมงาน ได้สรงน้ำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้อย่างทั่วถึง

การสรงน้ำพระเจ้าฝนแสนห่า

 

 

โดย ไม้เรียวใจดี

 

กลับไปที่ www.oknation.net