วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คลองภักดีรำไพ โครงพระราชดำริสุดท้ายพระราชทานคนเมืองจันท์


เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางไปจังหวัดจันทบุรี แบบเป็นทางการ

นั่นคือ ศึกษาดูงานและรับฟัง การบรรยาย โดยเฉพาะ โครงการในพระราชดำริ

ได้แก่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราช

ดำริ ซึ่งอดน้ำตาไหลอีกครั้งไม่ได้ เมื่อได้รับฟังถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9

ที่ทรงมีต่อ พสกนิกรชาวไทย

สำหรับ จังหวัดจันทบุรี เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออก

เป็นเมืองที่น่าอยู่ รวมทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณ

จากในหลวงรัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ พระองค์ท่านเสด็จจันทบุรี ถึง 8 ครั้ง 

ระหว่างที่มีการบรรยายวิทยากรจะพูดชื่อ "คลองภักดีรำไพ" จนผู้เขียนอยากจะดูให้เห็นกับตาว่า

คลองภักดีรำไพ มีรูปลักษณ์เป็นเช่นไร

ต้องขอบคุณผู้นำทางที่พา ผู้เขียนไปเห็นของจริง ที่

สถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำปลายคลองภักดีรำไพ

ผู้เขียนคิดว่า เป็นสถานที่ที่ทำคุณประโยชน์ และ สวยงามมาก

 

คลองภักดีรำไพ มีประวัติหรือที่มา กล่าวในวิกิพีเดียว่า

 

แต่เดิมตัวเมืองจันทบุรีเป็นเมืองอกแตกคือมีแม่น้ำจันทบุรีไหลผ่านกลางเมือง

กอปรกับเป็นหัวเมืองภาคตะวันที่ติดกับชายฝั่งทะเลมีฝนชุก

ยามฤดูฝนก็จะเกิดอุทกภัยด้วยเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีปัญหาน้ำเซาะตลิ่ง

และแม่น้ำเองก็มีความโค้งมากทำให้น้ำระบายช้า หากเป็นหน้าแล้งก็น้ำไหลสู่ทะเลเสียหมด

ไม่สามารถกักเก็บได้ ครั้นในปี พ.ศ. 2542 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในตัวเมืองเนื่องจากฝนชุกนัก

เกิดปริมาณน้ำหลาก 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำส่วนเกินได้ทะลักเข้าสู่ย่านชุมชน

ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 85,000 คน ความเสียหายราว 2,118.67 ล้านบาท

และยังเกิดซ้ำในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2544 และเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549

ในปี พ.ศ. 2551 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี

โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาประสานงานแบบบูรณาการ

เพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการน้ำ พร้อมทั้งก่อสร้างแก้มลิงเพื่อเก็บกักน้ำในช่วงน้ำหลากเพิ่มเติม

จนกลายมาเป็นโครงการบรรเทาอุทกภัยตัวเมืองจันทบุรีตามพระราชดำริ รัฐมนตรีมีมติอนุมัติ

เปิดโครงการเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี (ปีงบประมาณ 2552-2557)

วงเงิน 3,500 ล้านบาท ชื่อคลองได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า

คลองภักดีรำไพ มีความหมายว่า คลองที่แสดงความจงรักใน สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี

พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7ด้วยเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงที่เคยมาประทับในจังหวัดนี้

หลังเสร็จสิ้นการก่อสร้างคลองดังกล่าว ตัวเมืองจันทบุรีก็ไม่ประสบกับอุทกภัยอีก

ทั้งยังมีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคในหน้าแล้งเพียงพอ และถือเป็นโครงการในพระราชดำริ

ลำดับสุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่พระราชทานแด่จังหวัดจันทบุรี 

ด้วยเหตุนี้หลังการสวรรคตของพระองค์ พสกนิกรชาวจันทบุรีจึงพร้อมใจจุดเทียน

แสดงความอาลัยด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ลักษณะของคลอง

คลองภักดีรำไพเริ่มตั้งแต่ แม่น้ำจันทบุรี หน้าฝายยางทุ่งลาซาล เทศบาลเมืองจันทนิมิต 

อำเภอเมืองจันทบุรี ตัดผ่านทุ่งสระบาปเชื่อมคลองอ่าน ก่อนไหลลงสู่อ่าวไทยที่บ้านหนองบัว

เทศบาลตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี รวมความยาว 11.661 กิโลเมตร ลักษณะเป็นคลองดินขุด

มีสถานีสูบน้ำ มีคลองระบายน้ำ สามารถระบายน้ำ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ป้องกันปัญหาอุทกภัย กักน้ำไว้ใช้สำหรับอุปโภคบริโภค ประตูน้ำก็สามารถกันน้ำเค็มรุกเข้า

ไปในพื้นเกษตรกรรมได้อีกทางหนึ่ง พื้นที่ได้รับประโยชน์ 5,000 ไร่ นอกจากนี้บริเวณสองฝั่งคลอง

ก็ได้ตัดถนนคอนกรีตไว้สำหรับสัญจรด้วย

 

 

ขอบคุณภาพมุมสูง จาก FB Kalthanat Suksirisun

ในวันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม 2560 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามมงกุฎราชกุมารี

เสด็จ ฯ แทนพระองค์ มาทรงเปิด "คลองภักดีรำไพ"

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นที่ทรงมีต่อคนเมืองจันทบุรี

และพสกนิกรคนไทยทั้งประเทศ

แม้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว

ผู้เขียนเชื่อว่า คนไทยทั้งแผ่นดิน จะจดจำและเล่าขานถึงพระมหากรุณาธิคุณ

ของพระองค์ท่าน ที่มีต่อคนไทย ตราบนานเท่านาน

**************************************************

ขอบคุณข้อมูลการเขียน จาก วิกิพีเดีย เรื่องคลองภักดีรำไพ 

และขอบคุณภาพมุมสูง จาก FB Kalthanat Suksirisun

 

 

 

โดย รินรู้ดี

 

กลับไปที่ www.oknation.net