วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เด็กๆพาผู้ใหญ่ไปเที่ยว Japan (ตอน ๑)


เดี่ยวนี้..ญี่ปุ่นใครๆก็ไปกันมาแล้วทั้งนั้น แล้วฉันไปทำอะไรอยู่ ที่ยังไม่ได้ไป ฉันเคยได้รับรู้เรื่องราวของญี่ปุ่นเมื่อตอนเด็กๆ ซึ่งนานมากแล้วว่าญี่ปุ่นนั้นไปยากมากๆ คนที่ได้ไปส่วนใหญ่ก็เป็นข้าราชการระดับสูงที่หน่วยงานกรมกองส่งไปดูงาน  ผลของการได้ไปดูงานก็เป็นที่ประจักษ์ว่าได้เพียงแต่มีรูปถ่ายมาโชว์ไว้ตามตู้โชว์ในบ้าน เวลามีเพื่อนๆไปเยี่ยมที่บ้านก็จะเห็นว่าเขาเคยไปญี่ปุ่นมาแล้ว นี่คือประเทศไทยเมื่อนานมาแล้ว เมื่อฉันโตขึ้นมาจนทำงานทำการได้ก็ยังรู้สึกว่าญี่ปุ่นไปยากเหลือเกิน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้วจะเป็นที่เพ่งเล็งว่าจะเข้าประเทศเพื่อไปทำมาหากินอย่างอื่น ไปปักหลักขายสินทรัพย์ ก็เลยโดนกักโดนกีดกันบ่อยๆ ถ้าจะไปต้องมีหนังสือรับรองอย่างแข็งขันว่าไปท่องเที่ยว ไปแล้วกลับประเทศแน่ๆ หรือไปศึกษาต่อ

ภูเขาไฟฟูจิ จุดขายของญี่ปุ่น

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูหนึ่งที่ทำให้คนหลั่งไหลไปชมความสวยงาม

ไม่นานมานี้ญี่ปุ่นเปิดประเทศมากขึ้น ส่งเสริมให้คนทั่วโลกไปท่องเที่ยวกัน จะได้นำรายได้เข้าประเทศ ไม่ต้องหวังพึ่งรายได้จากการส่งออกสินค้าเพียงอย่างเดียว ขนาดว่าญี่ปุ่นเขาเปิดประเทศอย่างนี้ แถมด้วยไม่ต้องขอวีซ่า ฉันก็ยังไม่ได้ไปซะที ความที่ไปง่ายมากๆ เด็กๆสาวๆที่ขายประกันได้คนละสองสามกรมธรรม์ก็ได้ไปญี่ปุ่นกันเป็นว่าเล่น พนักงานสถาบันการเงินก็ได้ไปกันเยอะแยะ เพียงแต่ขยันสอดส่องบัญชีลูกค้าที่ไม่ค่อยใช้เงินให้เปลี่ยนมาเป็นประกันชีวิต เป็นเงินฝากที่มีความคุ้มครองเมื่อตาย แต่จะใช้เงินก้อนนี้ไม่ได้ต้องครบกำหนด กว่าจะครบกำหนดมันยาวนานหลายสิบปี หรือว่าให้พ่อแม่พี่น้องญาติๆมาช่วยกันซื้อ สิ้นปีก็ได้รางวัลไปเที่ยวญี่ปุ่น

หล่นร่วงเกลื่อนกลาด

แล้วฉันหละ ทำไมยังไม่เคยไปญี่ปุ่น ฉันเห็นแต่รูปถ่ายของเพื่อนๆน้องๆตามเน็ตตามเฟรช รู้สึกว่าอยากไป อยากไปเห็นบ้านเมืองเขาว่าเป็นยังไง คนที่ไปมาแล้วกลับมาเล่าว่า ญี่ปุ่นดียังโง้นดียังงี้ คนมีระเบียบวินัย ขึ้นรถเมล์ไม่มีหรอกเมื่อรถเมล์จอดแล้วจะวิ่งแย่งกันไปอออยู่ที่ประตู คนที่จะลงก็ลงไม่ได้ เหมือนกับประเทศไทย เวลาคนจะข้ามถนน คนขับรถเขาเห็นมาแต่ไกลว่าจะมีคนข้าม เขาก็ชะลอความเร็วแล้วก็หยุด การจอดของเขาก็จอดระยะห่างจากผู้จะข้ามห้าเมตรสิบเมตร ไม่เหมือนบ้านเราอีกแล้วคนขับรถยนต์บ้านเราพอเห็นคนจะข้ามถนนคุณพี่รีบเหยียบคันเร่งให้พ้นเร็วๆ อย่าให้คนได้ข้ามก่อนจะเสียเวลา คนเดินถนนของเขายังมีวินัยอีกด้วยว่าเวลาจะข้ามถนนเขาต้องไปยืนรอข้ามตรงทางม้าลายอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีหรอกที่จะข้ามกันมั่วๆ ไม่เหมือนกับบ้านเราอยากข้ามตรงไหนฉันก็จะข้าม สะพานลอยอยู่บนหัวแต่คนข้ามอยู่ข้างล่างเขาไม่ใช้มันหรอก เพราะสะพานมันชัน สกปรก แล้วก็สายไฟสายเคเบิลสายโทรศัพท์มันพันกันยุ่งเหยิงอยู่บนสะพานลอยรกรุงรังไปหมด นี่แค่เรื่องวินัยการจราจร ยังมีเรื่องอื่นๆอีกเยอะ แล้วทำไมหละคนบ้านเมืองเราไปเที่ยวบ้านเมืองเขาต้องมากมายหลายแสนหลายล้านแล้ว แต่กลับมาคนเหล่านั้นยังเหมือนเดิม นี่ฉันประเมินเอานะครับคนที่เคยไปเป็นคนที่มีการศึกษามีงานทำ แต่ๆๆ มันเป็นคำถาม มันก็เหมือนกับข้าราชการไปดูงานนั่นแหละไปถ่ายรูปอย่างเดียว นี่ฉันว่าข้าราชการมากไปหรือเปล่า ข้าราชการดีๆก็มีเยอะ แต่ไม่พอที่จะเปลี่ยนแปลง

ป่าไม้เริ่มเปลี่ยนสี

อยู่มาวันหนึ่งโดยบังเอิญ ผู้กองดิวลูกชายของเพื่อนบ้านเป็น ตม. เขาไปญี่ปุ่นมาหลายครั้งแล้ว และเขาพาแม่เขาไปเที่ยวมาสองครั้งแล้ว พอเขาได้ข่าวจากแม่ของเขาว่าน้าโต้งน้าจ๋องยังไม่เคยไปญี่ปุ่น เขาก็จัดทริปขึ้นมาหนึ่งทริป ไปเที่ยวรอบๆโตเกียว เขาดำเนินการเองทั้งหมด จองตั๋วเครื่องบินจองโรงแรมซื้อบัตร JR อะไรต่อมิอะไร น้าโต้งน้าจ๋องจ่ายตังค์อย่างเดียวไม่ต้องยุ่งยากอะไร รอวันเดินทางและเตรียมจัดหาเสื้อผ้าให้เข้ากับสภาพอากาศของเขา

กรุงโตเกียว

ญี่ปุ่น...ฉันมาถึงแล้ว มาเพื่อตรวจสอบว่าที่เขาว่ามาจริงหรือเปล่า สวยจริงไหม คนเขามีระเบียบอย่างที่พูดจริงๆเหรอ บ้านเมืองเขาสะอาดสะอ้านจริงเหรอ คนตั้งเยอะแยะขนาดนั้นพื้นที่ก็นิดเดียว มาถึงวันแรกไม่ได้เห็นอะไรชัดเจน เพราะฉันมาถึงสี่ทุ่มกว่าแล้ว ลากกระเป๋าไปนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน กว่าจะถึงสถานีชินจุกุเล่นเอาเหนื่อย มือล้าไปหมดต้องยกกระเป๋าหนักๆขึ้นลงบันใด แล้วสถานีรถไฟใต้ดินเขามันหลายชั้นไม่ใช่ชั้นเดียวมันตั้งสามสี่ชั้น  พอถึงสถานีชินจุกุแล้วใช่ว่าจะถึงที่พัก ต้องลากกระเป๋ากันอีกร่วมๆกิโล ญี่ปุ่นคืนแรกทำเอาหนาว

ย่านชินจุกุยามดึก

ห้องพักสะอาด

เช้าแรกของญี่ปุ่น ไปนั่งทานอาหารเช้า ยืนดูเจ้าถิ่นเขาก่อนว่าเขาทำกันอย่างไร เพื่อไม่ให้ผิดระเบียบเขา รับทราบแล้ว.. เขาทานกันเสร็จก็เอาภาชนะไปเก็บในที่ๆเก็บ ไม่มีพนักงานมาคอยเก็บคอยเช็ด ทุกคนต้องปฏิบัติ ดังนั้นโต๊ะอาหารของเขาจึงสะอาดตาตลอดเวลาไม่มีภาชนะถ้วยชามวางให้รกโต๊ะ เขาตักอาหารมาก็พออิ่มไม่เหลืออาหารไว้ในจานเลย โอโหคนญี่ปุ่น เคยเห็นข่าวตอนญี่ปุ่นเกิดสึนามิ บ้านเมืองเสียหายยับเยิน ไร้บ้านช่องและอาหาร เขายืนเข้าคิวรอรับของอย่างมีระเบียบ ใจของเขาทำด้วยอะไร ไม่มีใครฝ่าฝืนออกไปแย่งออกไปแซงใครเพื่อให้ได้รับของกินของใช้ก่อนคนอื่น

 

สถานีรถไฟชินจุกุ

เดินฝ่าความหนาวนิดๆที่ไม่หนาวมากจากที่พักไปสถานีรถไฟชินจุกุ ยังจำทางไม่ได้เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมามัวแต่ลากกระเป๋าเดินตามผู้กองดิวแบบรีบๆมองอะไรแทบไม่ทัน พอเช้านี้เดินแบบงงๆ จำทิศไม่ถูกไปทางไหนก็ไม่รู้ เลี้ยวซ้ายบ้างขวาบ้าง เอาเป็นว่าค่อยๆจำก็แล้วกันไม่ต้องรีบจำเพราะยังอยู่อีกหลายวัน ถนนเช้านี้ยังว่างอยู่จะต้องข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง เคยชินจริงๆกับถนนปลอดๆโล่งๆแบบนี้ก็ข้ามมันตรงนั้นแหละ นึกขึ้นมาว่าตายแล้ว เรามาฝ่าฝืนระเบียบเขาแล้วนะ ไม่ข้ามตรงทางข้าม ไม่เป็นไรครั้งต่อไปค่อยแก้ตัวใหม่ พอถึงสถานีชินจุกุต้องขึ้นๆลงๆบันไดเลื่อนหลายชั้น  บางครั้งก็ลืมไปยืนเออระเหยอยู่ด้านขวามือเกะเกะเขา เขาว่าการปฏิบัติในการใช้บันไดเลื่อนที่นั่นให้ยืนริมซ้ายเพื่อเว้นช่องว่างด้านขวาให้ผู้โดยสารที่ต้องเร่งรีบเพื่อวิ่งหรือเดินเร็วๆให้ถึงชานชาลาไวๆ  สัญญาไว้ในใจว่าครั้งต่อไปเมื่อต้องใช้บันไดเลื่อนต้องยืนริมซ้ายมือ พอถึงจุดขายตั๋วในสถานีมีตั๋วท่องเที่ยวให้เลือกจะเลือกเอาแบบกี่วันก็ได้ ๓ วัน ๕ วัน ในป้ายโฆษณามีภาษาไทยด้วย แสดงว่าคนไทยเยอะทีเดียวที่มาญี่ปุ่น มาแล้วกลับไปนิสัยยังเหมือนเดิม นี่ฉันจะว่าคนไทยมากไปไหม อย่าโกรธกันนะ ที่ว่ามาเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น

 

ถึงสถานี Kamakura ลงเปลี่ยนรถไฟ ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

เป็นไปตามฟอร์ม ใครๆมาเที่ยวญี่ปุ่นโดยเฉพาะโตเกียว ต้องบรรจุโปรแกรมเส้นทางท่องเที่ยวสายคามาคุระ เพราะอยู่ห่างจากโตเกียวเพียงห้าสิบกิโลเมตรเท่านั้น ตามเส้นทางนี้จะมีสถานที่ให้เที่ยวชมหลายที่ เช่นไปสักการะพระใหญ่ไดบุตสึ,วัดเคนโชจิ,ศาลเจ้าสึรุงะโอกะ,วัดฮะเซะเดระ สุดท้ายก็ไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่เกาะเอะโนชิมะ โปรแกรมแบบนี้เป็นแบบวันเดย์ทริปของทัวร์แทบทุกทัวร์ที่จัดให้ลูกค้า มิฉะนั้นเหมือนกับไม่ได้มาญี่ปุ่น เดินทางจากสถานีชินจุกุนั่งรถไฟสายอะไรก็ไม่รู้ตามเขาไปอย่างเดียว แต่แอบมาดูตั๋วจึงรู้ว่าเป็นสาย Yokosuka Line ไปลงที่สถานี Kamakura แล้วต่อรถไฟสาย Enoshima line ลงที่สถานี Hase จากนั้นก็เดินอีก 10 นาที ที่จำได้เพราะถ่ายรูปสถานีไว้เป็นหลักฐานป้องกันความจำเสื่อม

 

สถานีรถไฟ Hase

เด็กนักเรียนญี่ปุ่นที่สถานีรถๆฟ Hase ไร้ Smart Phone

ร้านค้าสะอาดสะอ้านชวนให้แวะซื้อ

เดินไปตามทาง เห็นร้านรองขายอาหารขายของที่ระลึก ร้านค้าดูสะอาดตา เดินไปไม่ต้องกลัวหลง เดินตามฝูงชนที่มากมายเหมือนมางานวัดเมื่อสมัยก่อนที่จะไปชมลิเกลำตัดหนังตะลุงและโชว์แหกตากาขาวขันได้ เมืองเล็กๆที่เงียบสงบสะอาดตา มองไปข้างหน้าเห็นพระใหญ่นั่งขัดสมาธิบนฐานกว้างแลดูตระหง่าน   สองข้างทางก่อนจะถึงพระใหญ่ต้นไม้กำลังอยู่ในช่วงจะพลัดใบ บ้างยังเขียวสดบ้างก็ส้มบ้างก็เหลือง เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆมองเห็นองค์พระนั่งขัดสมาธิ พระพักตร์อิ่มเอิบไปด้วยบุญ ไม่รับรู้ว่าจะมีฝูงชนมากมายขนาดไหนที่มาถ่ายภาพมาปิดทอง ฉันยืนพนมมือไหว้แล้วขอพร เสร็จแล้วก็เดินวนรอบๆองค์พระ

 Bee & Joon แวะร้านไอศครีมก่อน

 มองเห็นพระใหญ่ตั้งแต่ไกล

 ประชาชนชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวล้นหลามมากราบไหว้พระใหญ่ไดบุตสึ

สองข้างทางก่อนถึงพระใหญ่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่กำลังจะเปลี่ยนสีผลัดใบ

เข้าไปนมัสการอย่างใกล้ชิด

เดินวนรอบองค์พระ

 

ขอบคุณครับที่แวะมา

โปรดติดตามตอนต่อไป

_______________________________________________________

 

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net