วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“พระเจ้าชัยวรมันที่ 7” : ในสงคราม เราคืออวตารแห่งพระวิษณุ


          ถึงแม้จะปรากฏหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นว่า “พระเจ้าชัยวรมันที่ 7” แห่งจักรวรรดิบายน จะแสดงพระองค์เป็นเสมือนสมมุติเทพทางพุทธศาสนา ทั้ง “พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร” (รูปเคารพ ประติมากรรม) พระมหาโพธิสัตว์ (ใบหน้าบนยอดปราสาท ประตูโคปุระ)และ พระมานุษิพุทธเจ้า (พระนามมหาบรมสุคตบท)
..

...

...

...
            แต่จากภาพสลักนูนต่ำบนผนังกำแพงระเบียงคดที่ปราสาทบันทายฉมาร์ กลับได้แสดงให้เห็นถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของพระองค์กับ “พระวิษณุ” เทพเจ้าตรีมูรติแห่งคติความเชื่อแบบฮินดู ลัทธิไวษณพนิกายที่รุ่งเรืองในยุคสมัยก่อนพระองค์ได้อย่างน่าสนใจ
..
         จารึกหลักหนึ่ง ได้เปรียบเทียบระหว่าง “พระราม” ในมหากาพย์รามายณะ ที่เกี่ยวกับพระองค์ไว้ว่า .....“พระรามและพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้ต่างได้ทรงทำงานเพื่อพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์เป็นผลสำเร็จ ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระราชหฤทัยที่มีความจงรักภักดีต่อพระบิดาเต็มที่ .....พระองค์แรก (พระราม) ได้ทรงสร้างถนนด้วยหินเพื่อว่าพลบริวาร สามารถข้ามมหาสมุทรไปได้ ในขณะที่องค์หลัง (พระเจ้าชัยวรมันที่ 7) ได้สร้างถนนสายหนึ่งด้วยทอง เพื่อทำให้มนุษย์ข้ามห้วงมหรรณพแห่งสังสารวัฏไปได้............”
....

...

...

            เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ขึ้นครองราชย์ในปีพ.ศ. 1724 นั้น พระองค์ทรงโปรด ฯ ให้แก้ไขประเพณีการแบ่งชั้นวรรณะ ซึ่งพราหมณ์มหาราชครู (กมรเตง - สเตงอัญ) ในยุคฮินดูไศวะนิกายได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ฉะนั้นตลอดรัชกาลอันยาวนานของพระองค์ ผู้คนในจักรวรรดิใหม่จึงได้มีโอกาส หันมานับถือพระพุทธศาสนาวัชรยานตันตระและเถรวาทมากขึ้นกว่าแต่เดิม แต่พิธีกรรมทางพราหมณ์หรือฮินดูก็ยังคงมีอิทธิพลในราชสำนักอยู่เช่นเดิม

... 
            พระองค์ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์พระพุทธศาสนามหายาน ลัทธิวัชรยาน ตามที่ได้มีการค้นพบประติมากรรมและวัด (ราชวิหาร) ในพุทธศาสนาหลายแห่ง แต่กระนั้นพระองค์ก็มิได้ละเลยในการสนับสนุนศาสนาฮินดู ไศวนิกาย – ไวษณพนิกาย รูปเคารพทั้งพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระศิวะและพระนารายณ์ จึงยังคงได้รับการบูชาเสมอเหมือนกัน
...
           ในรัชกาลของพระองค์วรรณกรรมภาษาสันสกฤตได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จารึกหลายหลักทั้งภาพจำหลักจำนวนมาก ได้แสดงให้เห็นว่านิยายอันเกี่ยวกับเรื่องมหาภารตยุทธและวรรณคดีเรื่องรามายณะ เป็นที่นิยมกันแพร่หลาย รวมทั้งสนับสนุนการศึกษาในราชสำนักและอุทิศทรัพย์จำนวนมาก เพื่อการรักษาโรคภัยไข้เจ็บของราษฎร
...
...
          ภาพปิ่นปักผมรูป “พระวิษณุ” บนพระเกศา ที่ปราสาทบันทายฉมาร์นี้ จะพบอยู่เฉพาะรูปของพระเจาชัยวรมันที่ 7 (ไม่มีในรูปของศรีนทรกุมาร พระราชโอรส) และพบในสถานการณ์การสู้รบในสงครามเท่านั้น ไม่ปรากฏรูปปิ่นพระวิษณุบนพระเกศาในยามสงบ 
...
          ประกอบกับรูปการเคลื่อนกองทัพเข้าสู่สนามรบบนผนังกำแพงระเบียงคดทิศตะวันตก ฝั่งปีกทิศเหนือ ได้แสดงภาพของขบวนแห่อัญเชิญรูปพระวิษณุที่ประดิษฐานอยู่บนราชยานคานหาม ด้านหน้าราชรถเทียมม้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 
..

...

..
         หากมองในแง่มุมของวรรณกรรม “รามายณะ” พระองค์ได้แสดงให้เห็นว่าทรงเป็นเสมือนเช่นพระราม ที่อวตารมาจากพระวิษณุ เพื่อลงมาปราบยุคเข็ญและความชั่วร้ายบนโลก (ตามเรื่องราวในภาพสลักของระเบียงคดใกล้เคียงกัน ที่เรียกตามจารึกว่า “ภารตราหู”) ส่วนอาวุธของพระองค์ก็จะแสดงเป็นคันศรและธนู เช่นเดียวกับการใช้ศรพรหมมาตรของพระราม 
...
           ซึ่งอาจตีความหมายได้ว่า ในยามสงคราม พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จะทรงเลือกเป็นเสมือน “อวตาร” แห่งพระวิษณุ เช่นเดียวกับพระรามในวรรณกรรมศักดิ์สิทธิ์ แต่หากในยามสงบ พระองค์ก็กลับมาเป็นเสมือนพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรผู้ประสงค์จะช่วยเหลือราษฎรให้พ้นจากโรคทางกายและความทุกข์ใจนั่นเอง 
...

....

โดย ศุภศรุต

 

กลับไปที่ www.oknation.net