วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อัลไซเมอร์ : โรคที่น่ากลัว แต่สมุนไพร พรมมิ ช่วยได้


อัลไซเมอร์ : โรคที่น่ากลัว แต่สมุนไพร "พรมมิ" ช่วยได้

ผู้เขียนรู้จักกับนายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น ตั้งแต่ท่านรับราชการที่กระทรวงสาธารณสุข ดังนั้น เมื่อท่านได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม จึงหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนท่าน

โชคดีที่ได้คุยกับท่านเรื่องความหลงลืมตามประสาคนสูงวัย ท่านได้ให้ตัวอย่างพรมมิ  ผลิตภัณฑ์ขององค์การเภสัชกรรมมาลองกิน เพราะพรมมิเป็นสมุนไพรซึ่งมีผู้วิจัยแล้วพบว่าใช้บำรุงความจำได้ดี


ผู้เขียนเป็นคนบ้านนอก สมัยเด็กๆ ก็ได้ใช้สมุนไพรไทยมาโดยตลอด ปัจจุบันก็ยังใช้สมุนไพรอยู่ เพราะแม้ว่าอาจจะได้ผลช้ากว่ายาแผนปัจจุบัน แต่สมุนไพรไทยส่วนใหญ่ไม่มีอาการข้างเคียง

ผู้เขียนสนใจเรื่องพรมมิมากครับ นอกจากสนใจที่พรมมิช่วยบำรุงรักษาความทรงจำแล้ว ยังสนใจผลการวิจัยของคนไทยที่นำมาใช้ประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรมหรือเชิงพาณิชย์ด้วย

ทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ทุ่มเทงบประมาณให้การสนับสนุนงานวิจัยและมีผลการวิจัยดีๆ เป็นจำนวนมาก แต่มีผู้สนใจนำไปใช้ในเชิงอุตสาหกรรมหรือเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรมไม่มากเท่าที่ควร

คงเป็นเหตุมาจากคนไทยไม่ค่อยเชื่อถือฝีมือคนไทยกันเองมากนัก เชื่อแต่ฝรั่ง ทั้งๆ ที่ตอนเรียนอยู่ด้วยกันที่ต่างประเทศนั้น ฝรั่งหลายคนเรียนหนังสือสู้คนไทยไม่ได้ แต่กลับมาทำงานเป็นที่ปรึกษาให้คนไทย ผู้เขียนเคยพบด้วยตนเองมาแล้ว

ครับ ก่อนที่จะเขียนรายละเอียดของพรมมิ อยากให้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพรายละเอียดในการสนับสนุนการวิจัยของทางราชการสักนิด

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ให้การสนับสนุนการวิจัยตั้งแต่ปีละ ๓ พันกว่าล้านบาทถึงสี่พันกว่าล้านบาท มีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนปีละ ๓ พันกว่าถึง ๕ พันกว่าโครงการ

มีผลงานวิจัยที่เสร็จสิ้นแล้วเป็นจำนวนมากซึ่งยังคงคอยให้บริษัทเอกชนรับผลการวิจัยไปดำเนินการในเชิงพาณิชย์ต่อไป

เช่นเดียวกับที่องค์การเภสัชกรรมได้นำผลการวิจัยของ รศ. ดร.กรกนก อิงคนินันท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และคณะผู้วิจัย ซึ่งประกอบด้วยนักวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร ์ และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะแพทย์ศาสตร์และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยสมุนไพรพรมมิจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาตินั่นแหละครับ

เห็นไหมละครับว่าคนไทยทำงานเป็นทีมกันได้สำเร็จเหมือนกัน จึงขอปรบมือให้มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ไว้ด้วย

ต้นพรมมิหรือผักมิสามารถพบได้ในเมืองไทยและประเทศในแถบเอเชีย มีสรรพคุณทางยาหลายอย่างครับ

 

ตามตำรายาไทยนั้นใช้ขับโลหิต แก้ไข้ ขับพิษร้อน ขับเสมหะ บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ และบำรุงประสาท และในตำราอายุรเวทของอินเดีย ได้ใช้พรมมิเป็นยาสมุนไพรสำหรับช่วยเพิ่มความจำและบำรุงสมอง

คณะวิจัยได้ดำเนินการศึกษาวิจัยสมุนไพรพรมมิอย่างครบวงจรทั้งในด้านการพัฒนาการปลูก การศึกษาทางเคมี การสกัด การพัฒนาวิธีวิเคราะห์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การศึกษาประสิทธิภาพในทางเภสัชวิทยาทั้งในระดับหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง การศึกษาทางพิษวิทยาจนถึงการทดลองทางคลินิก

พบว่าสมุนไพรพรมมิมีศักยภาพในการเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุโดยมีผลเพิ่มสมรรถภาพทางกายผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว

รวมทั้งยังมีผลเพิ่มสมรรถภาพทางด้านจิตใจทำให้เพิ่มการตื่นตัวต่อสิ่งเร้ามีสมาธิเพิ่มขึ้นและเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้และความจำได้ดีขึ้น                   

องค์การเภสัชกรรม เห็นว่าสมุนไพรพรมมินี้มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในระดับอุตสาหกรรม จึงขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทุกอย่างทั้งการปลูก การผลิตสารสกัด สูตรตำรับและวิธีผลิตยาเม็ด รวมทั้งวิธีในการควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบด้วย

ก็นับเป็นโอกาสดีของคนไทยที่ไม่ต้องซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือสมุนไพรบำรุงความจำ บำรุงสมองจากต่างประเทศ เช่น แป๊ะก๊วย หรือโสม เป็นต้น

เพราะภาวะสมองเสื่อมนั้นเกิดขึ้นได้ในทุกผู้ทุกวัย แม้แต่โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease) ซึ่งเป็นภาวะสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า ๖๕ ปี แต่ก็พบว่าโรคอัลไซเมอร์ชนิดเกิดเร็ว (early-onset Alzheimer's) นั้นเกิดในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยได้ด้วย

โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ มีประชากรประมาณ ๒๖.๖ ล้านคนทั่วโลก ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ และจะเพิ่มขึ้นถึง ๔ เท่า ใน พ.ศ. ๒๕๙๓

ผู้เขียนเองได้แนะนำให้เพื่อนฝูงซื้อไปกินหลายรายแล้ว หากท่านผู้อ่านสนใจก็อาจหาซื้อได้ที่องค์การเภสัชกรรมหรือร้านขายยาทั่วไปที่ขายยาขององค์การเภสัชกรรมครับ

โฆษณาประชาสัมพันธ์ให้องค์การเภสัชกรรมเลยครับ เพราะเป็นเรื่องดีที่น่าชมเชยและเพื่อประโยชน์ของคนไทยโดยรวมด้วย จะได้ไม่ต้องเป็นโรคสมองเสื่อมหรือเป็นโรคอัลไซเมอร์กันครับ 

พุธทรัพย์ มณีศรี

 

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net