วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คำว่าสุขภาพกายดี หมายความอย่างไร? วัดกันตรงไหน?


หลายคนอาจให้คำจำกัดความแตกต่างกันออกไป ในเรื่องของการมีสุขภาพดี  เช่นบางคนต้องการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเป็นปกติ  บางคนต้องการรูปร่างที่ดูสมส่วน  บางคนต้องการกล้ามเนื้อที่ใหญ่โต  บางคนต้องการที่จะวิ่งได้เร็ว ได้ทนกว่าคนอื่น  บางคนต้องการมีทักษะการกีฬา

ความหมายโดยรวมของคำว่าสุขภาพดี  เราหมายรวมเอาองค์ประกอบ  5 ด้านหลักๆดังต่อไปนี้

1.ส่วนประกอบของร่างกาย ( body composition ) ซึ่งเราจะดูที่ สัดส่วนของมวลที่ปราศจากไขมันซึ่งคือกล้ามเนื้อและกระดูก  กับ มวลไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆของร่างกาย

2.ระบบหัวใจและหลอดเลือดรวมทั้งระบบหายใจ ( cardiovascular and respiratory system )ดูอัตราการเต้นของหัวใจ และระบบการรับออกซิเจนว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด

3.ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ( muscle strength ) ดูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลักๆ ว่ามีความสามารถรับแรงได้มากน้อยเพียงใด

4. ความทนทานของกล้ามเนื้อ ( muscle endurance ) ดูความทนทานของกล้ามเนื้อที่ใช้งาน ว่ามีความทนต่อความเมื่อยล้าได้นานเพียงไหน

5. ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ( flexibility ) ดูองศาการเคลื่อนตัวของข้อต่อต่างๆว่าสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเพียงใด

เมื่อเราประมวลความหมายของคำว่าสุขภาพดี ทั้ง 5 องค์ประกอบนี้  เราจะพบว่าหลายคนที่ออกกำลังกายหรือไม่ได้ออกกำลังกาย  ก็ไม่ได้จัดในกลุ่มที่เป็นคนสุขภาพดี อย่างเต็มปากเต็มคำ

ดังเช่น คนที่สร้างกล้ามเพาะกาย แต่ไม่สนใจเรื่องระบบหัวใจและหลอดเลือด คนเหล่านี้แม้จะมีกล้ามเนื้อที่ใหญ่โต แต่สิ่งที่ได้คือ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพียง ข้อเดียว  ส่วนข้ออื่นๆอีกสี่ข้อไม่เข้าเกณฑ์

คนที่ยืดเหยียดอย่างเดียว เช่นการเล่นโยคะ ก็จะได้ความยืดหยุ่นและ ความทนทานของกล้ามเนื้อในลักษณะการเกร็งค้าง

การหายใจที่ทำได้ลึกขึ้น  แต่ก็ยังไม่ครบอยู่ดี

คนที่วิ่งอย่างเดียว ก็อาจได้ความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ ลักษณะการวิ่ง เช่นวิ่งระยะยาวหรือวิ่งระยะสั้นๆ  ก็อาศัยองค์ประกอบหลักทั้งห้าข้อ เน้นมากน้อยแตกต่างกันออกไป

การเล่นกีฬาก็เช่นกัน บางครั้งก็เกิดสภาวการณ์ใช้งานเนื่องจากลักษณะของกีฬานั้นๆ ที่ต้องอาศัยกล้ามเนื้อมัดเดิมๆในการทำงาน  จึงมีโอกาสทำให้เกิดความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ

คนที่รูปร่างไม่อ้วน เวลาใส่เสื้อผ้าดูดี ก็ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพดี เพราะถ้าวิเคราะห์ไปถึงสัดส่วนของไขมันในร่างกายกับกล้ามเนื้อ อาจจะไม่ได้ดุลยภาพกัน กลายเป็นคนอ้วนที่ตัวเล็ก หรือคนผอมที่ตัวเหลว  ดังนี้

 

หลักการที่จะทำให้มีสุขภาพดี จึงต้องประกอบด้วย    สิ่งที่นำเข้า และการใช้ออก

สิ่งที่นำเข้านั้นคืออาหาร  ซึ่งประกอบไปด้วย ปริมาณ  พลังงาน และสารอาหาร

อาหารที่ปริมาณมาก ทำให้อิ่มเพราะทำให้กระเพาะเต็ม แต่อาจขาดสารอาหาร หรือพลังงานไม่เพียงพอ หรือพลังงานรับมากเกินไป

อาหารที่ให้พลังงานมาก แต่สารอาหารอาจไม่ครบ หรือบางครั้งปริมาณน้อยไป ก็ทำให้ต้องทานมากกว่าปกติ เราก็รับพลังงานมากเกินจำเป็น

สารอาหารหลักที่จำเป็น คือ คาร์โบไฮเดรท โปรตีน ไขมัน คือสิ่งจำเป็นต่อชีวิต เราต้องได้รับสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งขึ้นกับกิจกรรมของร่างกายด้วย  ส่วน วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ เป็นปัจจัยสนับสนุนขบวนการการสังเคราะห์สารอาหารหลัก ซึ่งมีความจำเป็นไม่น้อยเช่นเดียวกัน

 

สิ่งที่ใช้ออกคือ กิจกรรมของร่างกาย เพื่อการมีชีวิต ซึ่งอาศัยพลังงานที่รับมาจากอาหาร  เพราะคนเราไม่สามารถสังเคราะห์แสงเองเพื่อดึงพลังงานมาจากแสงอาทิตย์โดยตรงได้  จึงจำเป็นที่จะต้องบริโภคอาหารที่เป็นแหล่งพลังงาน โดยตั้งต้นมาตั้งแต่พืช และสัตว์ที่กินพืช คนเรากินสัตว์และพืช  พลังงานตั้งต้นที่พืชได้จากแสงแดด จึงส่งผ่านมาที่ตัวเรา หยิบยืมเพื่อนำมาแปลงพลังงานที่ได้เป็นพลังงานกล  เพื่อการดำเนินชีวิต เช่น หัวใจเต้น กล้ามเนื้อที่ใช้การหายใจ  ขบวนการย่อยอาหาร  สมองที่ใช้ในการคิด ร่างกายที่เคลื่อนไหวโดยอาศัยกล้ามเนื้อ ข้อต่อ กระดูก เป็นชีวกล

ทั้งหมดนี้คือภาพรวม ของการดำรงชีวิตของคน 

ซึ่งการดูแลสุขภาพ จะต้องประกอบและทำความเข้าใจทั้งในเรื่องอาหารและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง จะต้องไม่ตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป ต้องมองเป็นภาพรวมทั้งหมด

การดูแลสุขภาพในเรื่องของการออกกำลังกายนั้น เราจะดูเป็นขั้นตอนของการพัฒนาศักยภาพร่างกายเราเป็นชั้นๆ ดังนี้

 

ขั้นตอนที่1 หรือบันไดขั้นแรก  เราเน้น เรื่องของ function

ขั้นตอนที่2 เราเน้นเรื่องของ health

ขั้นตอนที่3 เราเน้นเรื่องของ fitness

ขั้นตอนที่4. เราเน้นเรื่องของ performance

คนที่มีอายุ หรือคนที่ยังไม่เคยออกกำลังกาย แล้ววันหนึ่งอยากมีรูปร่างดีๆอย่างนายแบบนางแบบ  คนที่อยากลดไขมันหน้าท้อง หรือส่วนใดๆที่ตนเองเห็นแล้วไม่สบายใจ  

คนเหล่านี้ ก็อาศัยดูการออกกำลังกายตามโซเชียลมีเดียต่างๆ  แล้วก็ทำตาม ได้บ้าง บาดเจ็บบ้าง ทำไม่ได้บ้าง  ทำได้แต่ท่าทางก็ไม่ถูกต้อง หรือฝืนใจทนเจ็บทำๆไป  เหล่านี้คือข้อผิดพลาดที่พบเห็นกันมากที่สุด

การออกกำลังกายบางท่า หรือบางชนิด มันจัดอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายคือขั้นตอนที่ 4  ซึ่งคนที่ทำให้ดู เขาผ่านมาสามขั้นตอนแล้ว  คนที่ทำตาม  ขั้นตอนที่ 1 ยังทำได้ไม่ดี  เมื่อไปทำขั้นที่ 4 จึงเป็นการลัดขั้นตอน  เพราะตัวพื้นฐานยังไม่ได้มีความมั่นคงเพียงพอ

ในสี่ขั้นตอน ที่กล่าวมา เป็นเรื่องของเป้าหมายของคนที่ต้องการออกกำลังกายว่า วัตถุประสงค์ของเขาต้องการถึงขั้นไหน

คนชรา คนที่ผ่านการฟื้นฟูร่างกายที่เจ็บป่วยจนช่วยเหลือตนเองไม่ได้  ถ้าสามารถทำได้ถึงขั้นตอนที่ 1 ก็นับว่าสวยหรูแล้ว คือ จากคนที่มีการเคลื่อนไหวติดขัด จะเอี้ยวตัวจะเอื้อมหยิบของ ก็เป็นความยากลำบาก เดินก็เหนื่อย ไม่ต้องถึงการวิ่ง  เป็นต้น

คนธรรมดา ที่อายุเริ่มมาก หรือคนที่นั่งทำงานกับโต๊ะทั้งวัน จะลุกจะนั่ง ก็ไม่คล่องแคล่ว แม้กระทั่งการนั่งยองๆก็ปวดเข่าปวดขา  จะดึงจะผลักประตู ก็เหมือนไร้เรี่ยวแรง เอี้ยวตัวหมุนตัวก็แลติดขัด จะเดินจะวิ่งก็ทำได้เพียงชั่วเวลาสั้นๆ เป็นต้น

ทั้งสองตัวอย่างนี้ จำเป็นที่จะต้องออกกำลังกาย เพื่อฟื้นฟูให้ร่างกายมีประสิทธิภาพ จากขั้นตอนที่ 1 จนถึงขั้นตอนที่  2

คือ มี ต้องมี function และ health

ส่วนขั้นตอนที่ 3-4 เป็นเรื่องการพัฒนาศักยภาพของร่างกายให้สูงขึ้น ทั้งความแข็งแรง และทนทานของกล้ามเนื้อ พัฒนาระบบหัวใจและปอดให้มีความอึดความทนทานมากยิ่งขึ้น  ซึ่งเป็นเรื่องของเป้าหมายของชีวิต  อยากรูปร่างดูดี มีศักยภาพที่เหนือกว่าคนวัยเดียวกัน สามารถมีทักษะการกีฬาที่ดีขึ้น  สองเป้าหมายนี้ จึงต้องมาถึงขั้น fitness  and performance

โดยเฉพาะในขั้นตอนระดับ performance จะต้องมีระดับขององค์รวมความหมายของการมีสุขภาพดีครบถ้วนทั้ง 5 ด้าน   แล้วต่อยอดในเรื่องความเร็ว ความทรงตัว การตอบสนองที่ฉับไว การเร่ง และการระเบิดพลัง ที่ต่อเนื่อง นี่คือระดับของนักกีฬาอาชีพ ที่ต้องหมั่นฝึกฝนอยู่เสมอ

ในบทความต่อๆไป ผมจะมาขยาย การเสริมสร้างสมรรถนะของร่างกาย โดยอาศัย 4 ขั้นตอนหลักนี้ โดยลงรายละเอียดในเรื่องของการฝึกระบบหัวใจและหลอดเลือดรวมทั้งระบบหายใจ   และการเสริมสร้างความแข็งแรงของโครงสร้างร่างกาย

โดย สมชัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net