วันที่ อังคาร มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ของ..ของ..ของรัก


ออกจะน่าแปลกใจที่ของที่ฉันรักยังมีของๆตัวเองเอง        วันนี้ฉันขอคุยเรื่องเบาๆ

ที่บางคนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีเรื่องเหมือนคนเขียนไม่รู้จะหยิบประเด็นอะไรมาบอกเล่า     

หากแต่แท้ที่จริงแล้วเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นประเด็นเล็กๆในชีวิตแต่ก็สามารถให้มุมมอง

กับผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย

สำหรับเพื่อนที่พบปะกับฉันนานๆทีสิ่งหนึ่งที่จะพบเห็นก็คือฉันเปลี่ยนรถป้ายแดงบ่อยมาก

จนได้ชื่อว่าเป็นคนรักรถที่ประหลาดก็”รักประสาอะไร...ในเมื่อรักแล้วกลับเปลี่ยนมันทิ้งเสียอย่างนั้น”  

ฉันคงไม่แก้ตัวอะไรเพราะ”คำว่ารักว่าชื่นชอบ”ของแต่ละคนให้นิยามที่แตกต่างกัน   

สำหรับฉันคำว่ารักรถก็คือจะดูแลรถที่ตนเองขับให้มีสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา

ที่สำคัญรถต้องสะอาดเอี่ยมทุกครั้งที่มันถูกพาออกไปเที่ยวนอกบ้าน               

เพราะสำหรับฉันความสะอาดทั้งในและนอกตัวรถจะสะท้อนถึงความเป็นคนสะอาดสะอ้าน

ของผู้ขับขี่ที่เป็นเจ้าของรถ        ฉันจะรู้สึกเสียดายรถป้ายแดงที่จอดติดไฟอยู่ข้างๆที่ฉันเหลือบไปเห็น

ว่ามันมอมแมมขาดการดูแลความเงางามที่น่าจะแสดงออกให้เห็น           

อันเป็นเครื่องการบ่งบอกอายุการใช้งานยังไม่นานของรถคันดังกล่าว

วกกลับมาเรื่อง “ของ..ของ..ของรัก”คราวนี้ผู้อ่านคงตามความคิดของฉันได้ไม่ทันว่า

ฉันกำลังหมายถึง ของ..ของ..ของรักของฉันก็คือของ..ของรถยนต์ของฉัน      

แน่นอนของที่ว่าในรถบางคันมีบางคันไม่มีทั้งนี้แล้วแต่ความจำเป็นของรถแต่ละคัน

และรสนิยมของผู้ขับของฉันในช่วงนั้น     เกริ่นมายาวขนาดนี้ผู้อ่านคงสงสัยว่า

ทำไมคราวนี้ผู้เขียนจึงบรรยาความเสียเยิ่นเย้อขนาดนี้ก็เป็นเพราะว่า

ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านลองเดาใจว่าจะคิดถูกหรือตรงใจกับเรื่องที่จะเขียนถึงหรือไม่

วันนี้ฉันได้โอกาสทำความสะอาดชุดคลุมที่นั่งเบาะรถยนต์ด้านหน้าทั้งคนขับและที่นั่งคู่คนขับ 

ฉันซักล้างชุดคลุมเบาะที่นั่งของรถหมีเทาคันล่าสุดที่ฉันขายให้กับหลานสาวคนเล็กไป

ทั้งๆที่รถยังอยู่ในสภาพดีมีอายุอ่อนกว่ารถคันอื่นๆที่เคยเปลี่ยนมือมาคือ 2 ปี 10 เดือน    

และยังถูกใช้งานไปในระยะทางแค่ไม่ถึง 1 หมื่น 5  พันกิโลเมตรด้วยซ้ำไป     

เปลี่ยนมือรถคราวนี้ฉันถือว่าเกิดประโยชน์หลายอย่าง       ข้อแรกเลยคือประเด็นที่

ฉันไม่ได้บอกกล่าวแก่ใครเป็นสิ่งที่รู้ไว้ในใจของฉันเองกล่าวคือ    ถือว่าเป็นการให้รางวัล

แก่หลานสาวคนเล็กที่เรียนจบปริญญาโทมากจากประเทศอังกฤษเมื่อเกือบปลายปีที่แล้ว

แต่ไม่ได้รับของขวัญในเมื่อจบการศึกษาจากน้าคนนี้              

ทั้งนี้อันเนื่องมาจากเธอออกจะเป็นคนที่แว๊ปไปแว๊ปมาระหว่างไทยกับอังกฤษเป็นว่าเล่น

ดังนั้นเธอจึงไม่เคยให้ความสำคัญในการบอกกล่าวอย่างเป็นทางการกับน้าอย่างฉัน                      

และผลที่ตามมาก็คือเธอก็เลยอดได้รับของขวัญอันเป็นการแสดงความยินดีจากน้า 

ฉันเรียนรู้ว่าหลานสาวคนนี้ชื่นชอบรถคันนี้เพราะเมื่อฉันออกรถคันนี้ใหม่ๆเธอถึงกับ

เอ่ยปากอยากขอขับรถคันนี้ของน้าและฉันคิดว่าเธอคงหมายตารถคันนี้มา

จนถึงวันหนึ่งที่รถคันเดิมเก่าถึงเวลาอันควรที่ควรจะเปลี่ยนมือเสียที                    

เหตุผลถัดมาก็คือฉันเองเคยตั้งใจไว้กับตัวเองว่าเมื่อถึงวัยอันสมควรคืออายุราว 55 ปี

ฉันจะขยับมาขับรถคันใหญ่ขึ้นเพื่อความเหมาะสมกับวัยที่เพิ่มมากขึ้น                            

และเหตุผลที่สามคือ รถคันเล็กถูกใช้งานน้อยเพราะเหตุที่บ้านมีรถคันใหญ่อีกคัน

ดังนั้นรถคันเล็กจึงถูกใช้งานด้วยสองวัตถุประสงค์คือจ่ายตลาดหรือ

นำไปในเมืองที่มีพื้นที่จอดรถจำกัดซึ่งการนำรถเข้าในเมืองของฉัน

คือเพื่อจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หรือการประชุมสัมนา

ตามโรงแรมขนาดใหญ่ในเมืองหลวง    ดังนั้นเมื่อดูถึงความคุ้มค่าในการมีรถคันนี้อยู่ในบ้านในเชิงเศรษฐศาสตร์

จึงดูไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยต่อค่า maintenance รถคันดังกล่าว     

ดังนั้นการยอมสละรถคันโปรดของฉันคราวนี้จึงเป็นเรื่องสมหตุสมผลด้วยเหตุผลข้างต้น

กลับมาที่ชุดคลุมเบาะรถของฉันแต่ละคันบ้างดีกว่า       

ฉันจำได้ว่ารถคันแรกไม่ได้รับรางวัลในการแต่งเนื้อแต่ตัวทั้งนี้คงเป็นเพราะมันเป็นรถเบาะหนัง

ที่มีติดมากับตัวรถ        ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นมากนักกับการที่จะต้องหาชุดคลุม

มาสวมใส่ให้กับมันที่สำคัญรถคันแรกฉันยังต้องใช้จ่ายเงินไปกับการผ่อนค่ารถคันแรก

คืนให้กับคุณแม่ของฉัน หลังรถคันแรกผ่านไปฉันได้รถคันใหม่สีแดงสดใส

แต่ด้วยรุ่นของมันทำให้เบาะนั่งในรถเป็นผ้าแทนเบาะหนัง   ฉันไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง

เบาะภายในของรถคันดังกล่าว ทางแก้ปัญหาเรื่องการดูแลความสะอาดของเบาะนั่ง

และผลพลอยได้จากการมีชุดคลุมเบาะนั่งของรถยนต์ก็คือความสวยงาม

ฉันพิถีพิถันกับการเลือกชุดให้กับรถคันนี้ด้วยการไปเดินตามห้างสรรพสินค้าในมุมของขายประดับยนต์      

สุดท้ายฉันไปถูกใจกับชุดสีแดงผสมขาวและเล่นลายสีดำ              

นับเป็นของเล่นราคาไม่ถูกนักเมื่อเทียบกับของใช้อื่นๆทั่วไปแต่คงเป็นการขายของ

ที่มีลิขสิทธิ์บวกกับความพึงพอใจของผู้ซื้อ     ฉันใช้ชุดคลุมรถคันดังกล่าวจนคุ้มค่า

เพราะมันถูกใช้งานนานกว่า 7 ปีเศษก่อนเปลี่ยนมือไปและฉันก็ยังถอดมัน

เก็บไว้หลังจากรถถูกขายต่อให้เจ้าของรายใหม่          ชุดคลุมเบาะชุดนี้ยังถูกเก็บไว้

เนื่องด้วยยังอยู่ในสภาพพอใช้ได้มีเพียงยางรัดรอบคันพวงมาลัยที่หมดสภาพไปตามการใช้งาน             

แต่สำหรับที่หุ้มสายคาดเข็มคัดนิรภัยยังคงความสดใสไว้ได้เนื่องด้วยสีที่มีความคงทน

เช่นเดียวกับที่สวมเกียร์รถยนต์ที่ยังคงสภาพที่พร้อมใช้งานต่อได้อยู่

รถสีเงินคันที่สามแม้เบาะที่นั่งภายในจะถูกเปลี่ยนแปลงเป็นเบาะหนัง                           

แต่ความที่ฉันติดอกติดใจกับการมีที่หุ้มเบาะที่นั่งรถยนต์คันเดิมฉันจึงพยายาม

แสวงหาชุดคลุมเบาะชุดใหม่ที่มีสีสันที่สอดคล้องกับสีรถ       แต่จนแล้วจนรอดฉันก็หาไม่ได้เสียที่  

ท้ายที่สุดฉันจึงตัดสินใจยอมซื้อชุดคนละสีกันกับตัวรถแต่ยังคงแฝงลายน่ารักของหมีพูห์สีน้ำตาล

ที่ชอบกินน้ำผึ้งเป็นอาหาร     ชุดหุ้มเบาะชุดดังกล่าวสามารถบ่งบอกลักษณะของเจ้าของรถ

ได้พอสมควรเพราะหากว่าคนมาเห็นรถแต่ไม่รู้จักเจ้าของรถก็จะพอเดาได้ทันทีว่าเจ้าของรถเป็นผู้หญิง                

รถป้ายแดงคันที่สี่ของฉันกลับมาเป็นสีแดงอีกครั้งพร้อมเบาหนังที่ไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญ

เรื่องกันการเปรอะเปื้อนที่สำคัญฉันให้ความสำคัญกับความสะดวกในการทำความสะอาดรถยนต์

มากกว่าและด้วยสีแดงที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครๆเพราะมีสีคล้ายเปลือกมังคุด

จึงไม่จำเป็นต้องเสริมเติมแต่งความงามเพิ่มมากขึ้นอีก             แต่อย่างไรก็ตามชุดหุ้มเบาะรถลายหมีพูห์

ก็ตามรับใช้รถสีแดงคันที่สี่ของฉันจนได้เมื่อพี่สาวฉันนำมันไปใช้ต่อ

มาถึงรถคันล่าสุดที่ฉันเพึ่งขายไป         เดิมทีเมื่อยังหาชุดคลุมเบาะได้ไม่ถูกใจ             

ฉันใช้วิธีเอาเสื้อกล้ามสีขาวสวมใส่ให้เป็นเสื้อของที่นั่งด้านหน้าทั้งสอง

จนเมื่อใช้รถไประยะหนึ่งฉันเริ่มสังเกตเห็นว่าในส่วนที่นั่งด้านคนขับเกิดมีรอยสีจางๆ

ฉันจึงรีบไปหาชุดสีน้ำตาลลายหมีชื่อRilakkuma น่ารักไปอีกแบบ             

คนที่ได้ยินฉันเรียกชื่อเล่นรถคันนี้ว่าหมีเทาคงสงสัยว่าฉันเอาชื่อนี้มาจากชุดคลุมรูปหมีกับสีของรถ        

แต่แท้ที่จริงแล้วชื่อ “หมีเทา”ได้มาจากสีของรถผนวกกับตุ๊กตาคู่ตัวเล็กที่นั่งอยู่ท้ายรถซึ่งรถมีสีเทานั่นเอง

เขียนมาถึงตอนนี้สิ่งที่อยากจะสื่อถึงผู้อ่านก็คือความใส่ใจในรายละเอียดของคนที่รักรถอย่างฉัน

ที่นอกจากการใส่ใจในตัวรถแล้วยังแถมความใส่ใจกับของ..ของ..ของรัก...ของตัวเอง

แล้วยังเผื่อแผ่ความสนใจไปกับสิ่งของที่อยู่คู่กับมันราวกับเป็นเพื่อนคู่ใจของมันเช่นกัน

“เหมือนประโยคที่ว่า..Love Me Love My Dog อย่างไงอย่างงั้นไม่มีผิด”

โดย Sweetsea

 

กลับไปที่ www.oknation.net