วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เงินรีบหาเวลาค่อยใช้(1)


เงินได้ก้อนแรก

ฉันคิดถึงชื่อเรื่องมาหลายวันว่าจะเขียนเรื่องที่ผู้อ่านน่าใช้เป็นกรณีศึกษา

เผื่อว่ายังมีเวลาประยุกต์กับการใช้ชีวิตของตนเองได้           ฉันก็ยังไม่แน่ใจนักว่า

ผู้อ่านจะชอบไสต์การเขียนเรียงความแบบนี้ของฉันหรือไม่เรียกว่าเป็นเรื่องเป็นราวอยู่พอสมควร

แต่อิงกับข้อเท็จจริงในอดีตที่เกิดขึ้นผนวกกับแนวเขียนแบบใหม่ที่ฉันตั้งใจให้เกิดขึ้น

ฉันเริ่มรีบหาเงินใช้ด้วยตัวเองตั้งแต่อายุประมาณ 14 ปีนับเป็นงานง่ายๆของเด็กในวัยฉัน

ที่เกิดอยากได้เงินค่าขนมในช่วงปิดภาคเรียน                ฉันจำได้ว่าขณะนั้นเป็นช่วงปิดภาคเรียนใหญ่

พูดง่ายๆคือมีการหยุดเรียนยาวเลย      ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติทั่วไปกิจกรรมที่ฉันชื่นชอบที่จะทำคือ

การเขียนจดหมายถึงเพื่อนรักเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการใช้เงินค่าขนมอย่างมาก

เพราะกระดาษเขียนจดหมายกับซองต้องเป็นสีและลายเดียวกัน               

ฉันจำได้ว่าอุปกรณ์การเขียนจดหมายนั้นมีราคาแพง   แต่ฉันก็จะยอมอดขนม

เพื่อซื้อความสุขส่วนตัวแบบนั้นตั้งแต่เด็กๆ

งานแรกเริ่มขึ้นหลังจากฉันหยุดเรียนได้พักใหญ่แล้วชวนเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ๆ

และสนใจหาเงินพิเศษโดยการไปสมัครรับเย็บเล่มสมุดลายไทยซึ่งร้านดังกล่าว

เป็นทั้งร้านขายข้าวมันไก่พร้อมทั้งมีกิจกรรมเย็บสมุดไปพร้อมๆกัน   

ออกจะน่าแปลกใจที่ฉันและเพื่อนมีเป้าหมายเดียวกันคืออยากได้เงินจากแรงงานของตนเอง

ดังนั้นเมื่อเราเห็นป้ายประกาศหน้าร้านจึงชวนกันไปสมัครเข้าทำงาน               

ฉันจำได้ว่าด้วยความที่ฉันเป็นเด็กที่ถนัดการใช้มือข้างซ้ายในการทำกิจกรรมต่างๆเป็นหลัก

ด้วยเหตุนี้กระมังที่ทำให้ฉันทำปริมาณงานได้น้อยกว่าเพื่อนที่ไปทำงานด้วยกัน                   

ในที่สุดเมื่อครบหนึ่งสัปดาห์และถึงเวลาจ่ายค่าแรงเจ้าของร้านก็จ่ายเงินจำนวน 72บาท

ซึ่งเป็นค่าแรงครั้งแรกในการทำงานให้แก่ฉัน    ในเวลานั้นฉันนึกไปถึงเงินก้อนใหญ่

ที่ฉันจะได้เห็นสะสมจนกว่าจะถึงเวลาเปิดภาคเรียน                แต่แล้วความฝันของฉัน

ก็จบลงอย่างรวดเร็วเมื่อเจ้าของร้านกำชับว่า             วันจันทร์หน้าฉันไม่ต้องมาทำงานแล้ว

เพราะคนมีหน้าที่ติดแผ่นใยสีน้ำตาลกับสันหนังสือคนเดียวก็น่าจะพอ      เพราะฉันใช้เวลานานกว่า

จะทำสมุดแต่ละเล่มได้เสร็จ     นั้นหมายความว่าฉันไม่ได้ทำงานต่อไปหลังจากทำงานได้เพียง 7วัน         

ฉันรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้มาทำงานกับเพื่อนที่ชวนกันมา   ที่สำคัญอดเสียดายข้าวมันไก่มื้อกลาง

วันที่เจ้าของจัดให้ทาน                แต่ก็ช่างเถอะเพราะอย่างน้อยฉันก็ได้เงินก้นถุงไว้

สำหรับซื้อหาสิ่งที่ฉันอยากได้                ฉันจำได้ว่าเย็นวันนั้นฉันกำเงินที่ได้ไว้ในมือ

ตอนกลับมาบ้านและได้พบคุณพ่อในตอนเย็นเพื่อโชว์ผลงานที่หาได้จากน้ำพักน้ำแรง

ของลูกคนเล็กอย่างฉัน   แม่รู้สึกยินดีกับฉันด้วยที่สามารถหาเงินได้แล้ว

ในขณะที่พ่อกลับซ้ำเติมว่าฉันคงทำงานได้ช้ามากจนเจ้าของร้านไม่ให้ทำงานต่อ

แต่อย่างไรเสียฉันก็ยังแอบเห็นแววตาชื่นชมผลงานของฉันในสายตาของคุณพ่อ

ที่ไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาโดยตรง

ฉันเอาเงินก้อนนี้เก็บไว้ในกล่องพลาสติกสีฟ้าที่มีรูปทรงกระบอกและมีฝาเปิดปิดแบบสวมที่ปาก

ความของกล่องยาวราวหลอดยาสีฟัน                เมื่อมีเวลาว่างก่อนนอนฉันจะเอามันออกมาเท

แล้วนับจำนวนเงินที่ใส่ในกล่องด้วยความชื่นชม                ฉันได้แต่คิดในใจว่าคอยดูเถอะ

เมื่อฉันโตขึ้นฉันจะหาเงินให้มากกว่านี้แล้วเอาไปซื้อลูกอมจำนวนมากเท่าที่ฉันอยากได้

แทนการอดขนมเพื่อไปซื้ออุปกรณ์เขียนจดหมายที่ฉันพึงพอใจ      ฉันไม่อาจรู้ได้เลยว่านับจากวันนั้น

เป็นต้นมาฉันต้องรอคอยการมีรายได้ด้วยตนเองอีกยาวนานนับสิบปีกว่าจะถึงวันนั้นวันที่ฉันรอคอย

 

เงินได้ที่ไม่ต้องออกแรง

 

                ฉันหลงลืมความตั้งใจที่จะใช้น้ำพักน้ำแรงของตนเองไปเลย

แต่ก็ไม่วายเก็บหอมรอมริบเงินที่ได้จากวันตรุษจีนที่ได้มาจากคุณแม่และญาติผู้ใหญ่ตามประเพณีของคนจีน           

ก่อนเช้าวันตรุษจีนนอกจากฉันจะรอคอยการได้ทานเผือกหิมะขนมโปรดปราณที่หาซื้อไม่ได้

และเป็นขนมที่คุณแม่จะทำเพียงปีละสองครั้งคือวันตรุษจีนกับวันสารท์จีนเท่านั้น               

ฉันจำได้ว่าจะรู้สึกน้อยใจเล็กๆเวลาที่เปิดซองสีชมพูที่ฉันได้รับและผลก็คือจำนวนเงินในซองของฉัน

จะน้อยกว่าพี่ทุกคนในบ้าน   ฉันได้แต่ถึงในใจว่าผู้ใหญ่ช่างไม่ยุติธรรมเลย

ที่ต้องมาลดจำนวนเงินให้ฉันเนื่องจากวัยที่น้อยกว่าและแน่นอนฉันบอกกับตัวเองว่า

หากฉันจะเป็นผู้ให้เงินแต๊ะเอียแก่ลูกหลานฉันจะให้ทุกๆคนได้รับเงินจำนวนเท่ากัน

จะได้ไม่มีใครต้องน้อยอกน้อยใจแบบฉัน     

ในสมัยก่อนฉันไม่แน่ใจนักว่ามันเป็นประเพณีหรือเปล่าที่เมื่อเด็กๆได้เงินแต๊ะเอียมาแล้ว

จะต้องเอาเงินส่วนหนึ่งมาเล่นพนันกันโดยใช้สำรับไพ่ชุดเดิมๆในทุกปี                       

ฉันจำได้ว่าฉันน่าจะเป็นเด็กคนเดียวในบ้านที่ไม่ได้นั่งร่วมวงกับพี่ๆ   ได้แต่นั่งเป็นกองเชียร์อยู่ข้างๆพี่สาว

แล้วฉันจะรู้สึกดีใจทุกครั้งที่เมื่อการละเล่นจบลง   มีพี่บางคนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้นหรือน้อยลง

แต่ฉันเป็นคนเดียวที่มีเงินในกระปุกเท่าเดิมแถมยังมากขึ้นกว่าก่อนวันตรุษจีน

                ฉันเริ่มรู้สึกเฉยๆกับการเพิ่มขึ้นของเงินแต๊ะเอียที่ได้รับทุกปี   เมื่ออายุเพิ่มแม้เงินของฉันจะมากกว่าที่

กระปุกสีฟ้าจะใส่ได้เพียงพอฉันต้องหาที่เก็บเงินใหม่   คราวนี้ฉันไม่ได้เห็นเงินแท้ๆในมือแต่กลายเป็นสมุด

ออมทรัพย์ของธนาคารออมสินซึ่งเป็นสมุดเงินฝากเล่มแรกของฉัน      มันเป็นสมุดเงินฝากสีแดงเข้ม

มีรูปกระปุกออมสินอยู่หน้าปก              คุณแม่เลือกสาขาออมสินสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่ถนนราชดำเนิน

ให้ฉันเป็นที่สะสมเงินและด้วยการชักนำที่ดีของคุณแม่ของฉันนี่เอง

ที่ทำฉันเริ่มเห็นประโยชน์การเอาเงินไปฝากธนาคาร      เพราะนอกจากจะมีคนดูแลเงินของฉัน

ไม่ให้หดหายไปเพราะลูกอมของโปรดแล้วฉันยังได้เงินเพิ่มจากดอกเบี้ยเงินฉันในทุก 6 เดือนด้วย

ซึ่งเป็นเรื่องที่ฉันไม่ทราบเหตุผลที่ซ่อนอยู่จนกระทั่งฉันโตมากพอ

 

โดย Sweetsea

 

กลับไปที่ www.oknation.net