วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งานประเพณีบุญบั้งไฟ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด


งานประเพณีบุญบั้งไฟ

อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด

 

              โอ เฮาโอ ศรัทธา เฮาโอ - ขอเหล้าเด็ดนำเจ้าจักโอ - ขอเหล้าโทนำเจ้าจักถ้วย - หวานจ้วย ๆ ต้วยปากหลานชาย - เอามายายหลานชายให้คู่ - ขั่นบ่คู่ตูข่อยบ่หนี - ตายเป็นผีกะสินำมาหลอก - ออกจากบ้านกะสิหว่านดินนำ - หว่านดินนำกะให้แม่สาวย่าน...

               ขอบอกว่า ยังจำได้ดีอย่างขึ้นใจ กับเพลงเซิ้งบั้งไฟบทนี้ เสียงดังมาแต่ไกล กับเสียงของผู้นำเซิ้งบั้งไฟ ประมาณ 4-5 คน การเซิ้งบั้งไฟ เหมือนกับเป็นลักษณะการแจ้งข่าวและบอกบุญว่า ถึงช่วงประเพณีบุญบั้งไฟแล้วนะอะไรทำนองนั้น กลุ่มเซิ้ง ฯ ที่รักสนุก นอกจากจะเซิ้งเพื่อแจ้งข่าวบอกบุญแล้ว ยังพบการเซิ้งในวันงาน วันจุดบั้งไฟ แถมยังเซิ้งหลังจุดบั้งไฟก็มี แต่ที่เห็นบ่อย ๆ คือการเซิ้งบั้งไฟเพื่อบอกบุญครั้งแรกเท่านั้น เครื่องดนตรีในการเซิ้ง แบบครบชุด จะมีทั้ง กลองตุ้ม รำมะนา ฉิ่ง ฉาบ ที่ขาดไม่ได้คือ กั๊บแก๊บ (ไม้สองอันใช้มือกระทบเข้ากันเกิดเสียงดังเป็นจังหวะ)  การแต่งกายส่วนมากจะนุ่งโสร่งหรือผ้าถุงไหม ลักษณะคล้ายกระโจม ใส่เสื้อย้อมคราม ที่แขนและข้อขา แขวนกระดิ่งหรือกระพรวน เวลาเดินและขยับท่าเต้น เสียงกระดิ่งและกระพรวนจะดังกังวานเป็นระยะ ๆ  แต่ละคนสวมหมวกกาบหรือหมวกเวิ้ง ใช้ผ้ามัดเอว มือถือร่มกระดาษกันแดดหรือฝน  บางกลุ่ม นุ่งผ้าซิ่นสั้น สวมเสื้อแขนกระบอก ปล่อยชายเสื้อ ห่มผ้าสไบเฉียง เกล้าผมมวยทัดดอกไม้ วันหนึ่ง ๆ อาจต้องพบและได้ยินเสียงอย่างนี้ 3-4 กลุ่ม ทั้งที่เซิ้งอยู่ที่หน้าบ้านหรืออาจผ่านไปแล้ว พอเจ้าของบ้านนำเงินมาช่วยทำบุญ ก็หยุดร้องและเดินไปยังบ้านข้างหน้าต่อไป

                  บุญบั้งไฟ เป็นหนึ่งในประเพณี ฮีตสิบสอง ของชาวอีสาน จัดขึ้นในเดือน 7 ส่วนใหญ่        ฮีตสิบสอง เป็นประเพณีที่แฝงด้วยความเชื่อ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภูติผีปีศาจ ตลอดจนอำนาจลึกลับที่ต่างมิติกับคน เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับ ตนเอง ครอบครัว และ ชุมชน  คนรุ่นก่อน ๆ ต้องหาวิถีทางแก้ไข และออกแบบพิธีกรรมที่หลากหลาย เช่นการจัดเซ่นไหว้ บวงสรวงบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในรูปแบบต่าง ๆ ส่วนประเพณี บุญบั้งไฟ เป็นประเพณีที่เกี่ยวกับเรื่องการขอฝน เพื่อให้ตกถูกต้องตามฤดูกาล ตามคติความเชื่อของชาวอีสาน โดยการส่งสัญญาณขึ้นไปบนฟากฟ้า เพื่อบอกกล่าวไปยัง พระยาแถน ตลอดจน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้ประทานน้ำฝน ตกลงสู่พื้นดินตามฤดูกาล เพื่อให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ชีวิตอยู่เย็นเป็นสุข นอกจากนั้น ยังสร้างความสนุกสนานรื่นเริง ก่อนเข้าฤดูการทำนา นับเป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของคนรุ่นบรรพบุรุษ

                  เมืองแสนล้านช้าง หรือ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด จัดประเพณีบุญบั้งไฟมาทุกปี ไม่เคยขาด น่าจะมีมาตั้งแต่สมัย เมืองแสนล้านช้าง ก็ว่าได้ เดิมเรียกกันว่า บุญบั้งไฟเมืองแสน การจัดงานประเพณีดังกล่าว ที่อำเภอพนมไพร กำหนดวันจัดที่แน่นอนคือ วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 7 ของทุกปี ปีนี้ตรงกับ วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เป็น วันแห่ ส่วน วันจุดบั้งไฟ จะจุดในวันรุ่งขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาทั้งวัน เนื่องจากมีบั้งไฟมากมายที่เข้าร่วมแข่งขัน การกำหนดวันไว้อย่างนี้ มีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ ถ้าจัดก่อนหรือหลังที่กำหนดนี้ ท่านบอกว่ามักจะเกิดเหตุเภทภัยอยู่เป็นประจำ นอกจากนั้น ความเชื่อและความศรัทธา ที่พี่น้องชาวอำเภอพนมไพร มีต่อ เจ้าพ่อพระมหาธาตุ วัดกลางอุดมเวทย์ ที่ชาวพนมไพร เชื่อว่า มีอำนาจที่สามารถป้องกัน วาตภัย อุทกภัย และเหตุร้ายอื่น ๆ สามารถช่วยเหลือผู้มีความเดือดร้อนได้ อีกหนึ่งความเชื่อว่า เจ้าพ่อ ฯ ชื่นชอบบั้งไฟเป็นพิเศษ ชาวบ้านที่เดือดร้อนในเรื่องใด ๆ มักจะไป บ๋า (บนบาน) ขอให้เจ้าพ่อ ฯ ช่วยเหลือ และเมื่อประสบความสำเร็จในสิ่งที่ขอ ส่วนมากจะแก้บนด้วย การถวายบั้งไฟ ดังนั้นประเพณีบุญบั้งไฟของอำเภอพนมไพร ในเรื่องดังกล่าว น่าจะเป็นอีกหนึ่งความเชื่อและความศรัทธาต่อ เจ้าพ่อพระมหาธาตุ วัดกลางอุดมเวทย์ ประกอบกับแนวความคิดของทั้งส่วนราชการและชาวบ้าน ในการรวมญาติ ๆ และการถวายพวงมาลัยกับช้างเผือก ช้างประจำของอำเภอพนมไพร จึงเป็นที่มาของสโลแกน จุดบั้งไฟ ไหว้พระธาตุ โฮมญาติพนมไพร คล้องมาลัยพระเศวต จากความเชื่อและความศรัทธาของชาวพนมไพร ที่มีต่อเจ้าพ่อพระมหาธาตุ ทำให้การจัดงานบุญบั้งไฟยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนบั้งไฟที่ร่วมแห่และจุดในงาน ก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ที่สำคัญเป็นสัปดาห์ของการตื่นตัวทางด้านเศรษฐกิจ ที่มีเงินสะพัดภายในอำเภอพนมไพร พ่อค้าแม่ค้า ตั้งแผงขายทั้งอาหารการกินของฝากของที่ระลึก สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาชมงาน สร้างรายได้อย่างงาม กับพี่น้องชาวอำเภอพนมไพร รูปแบบของการจัดงาน ทั้งขบวนแห่บั้งไฟ การจุดบั้งไฟ แม้จะเป็นระดับอำเภอ ของจังหวัดร้อยเอ็ด ความยิ่งใหญ่อลังการ ความสวยงาม รวมทั้งผู้คนที่มาเที่ยวงาน บอกได้อย่างภาคภูมิใจว่า ไม่แพ้กับ งานประเพณีบุญบั้งไฟของจังหวัดยโสธร อย่างแน่นอน  

                  วันแรกของ การจัดงานบุญบั้งไฟ อำเภอพนมไพร ใช้เส้นทางถนนหน้าบ้านพักนายอำเภอ จัดทำเวทีขนาดใหญ่ เพื่อเป็นที่นั่งของประธานและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน ประธานเปิดงานปีนี้ นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อนเอ็ด กล่าวต้อนรับในนามของชาวพนมไพร โดย นายเพชรพงษ์ จิวะนนท์ นายอำเภอพนมไพร ส่วนผู้กล่าวรายงานคือ นายทินกร พันธโคตร นายกเเทศมนตรีตำบลพนมไพร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด และได้รับการสนับสนุนการท่องเที่ยวโดย ททท.สำนักงานขอนแก่น ในส่วนของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด ดร.สถาพร มงคลศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้ นายประดิษฐ์ โอวาทกานนท์ อุปนายกสมาคม ฯ นางเปรมจิต สีแซก เลขาธิการสมาคม ฯ นำ คณะกรรมการ และสมาชิกสมาคม ฯ เข้าร่วมงาน รวมทั้ง "น้องฟักแฟง" นางสาวธันยพร พงษ์กุล นิสิตสาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนานาชาติ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม Miss Grand Roi et 2017 คนล่าสุดให้เกียรติร่วมงาน ปีนี้ ขบวนบั้งไฟจากหลายหมู่บ้าน หลายองค์กรและหน่วยงาน ที่ส่งขบวนแห่เข้าร่วมประกวด เพื่อชิงรางวัล ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี 2560 มีขบวนแห่มาทั้งหมด 18 ขบวนด้วยกัน จอดเรียงรายอย่างต่อเนื่อง ชิดขอบถนน หันหน้าไปทางสถานีตำรวจภูธรพนมไพร ยาวเกือบ 2 กิโลเมตร ดูแล้ว แต่ละขบวนสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตา ชนิดที่ผ่านไปมาต้องถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกัน ปีนี้มีประชาชนชาวอำเภอพนมไพร ชาวจังหวัดร้อยเอ็ดและหลายจังหวัดทั่งไทย มาชมความอลังการของการจัดงาน

                 ขบวนแห่บั้งไฟโบราณ เป็นขบวนแรกของ 1 ใน 18 ขบวน มีการฟ้อนรำแบบโบราณ ต่อด้วย การลำเซิ้งแบบอีสาน โดยมีขบวนจากคณะบุคลากรและนักเรียน โรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร วิทยาลัยการอาชีพพนมไพร โรงพยาบาลพนมไพร และอื่น ๆ อีกมากมาย การแสดงแต่ละชุดใช้เวลาประมาณ 10 -20 นาที ท้ายของแต่ละขบวนฟ้อน จะเป็น รถบั้งไฟ ที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงามและประณีตยิ่งนัก หลังจากขบวนแห่เสร็จสิ้นลง ประชาชนที่มาจากทั่วสาระทิศ จะเข้าที่พักและนอนหนึ่งคืนเพื่อติดตามชมการจุดบั้งไฟในวันต่อไป 

                วันจุดบั้งไฟ เป็นวันแรม 1 ค่ำเดือน 7 ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เช้านี้ทุกคนมุ่งหน้าไปยังฐานจุดบั้งไฟ บ้านดอนพระจันทร์ ด้านตะวันออกของ ตำบลพนมไพร และรอชมการจุดบั้งไฟ เวลาตั้งแต่ 8.00 - 17.00 น. หลังจาก นำบั้งไฟตัวแรกขึ้นฐาน ตั้งแต่เช้า นายอำเภอพนมไพร ประธานในพิธี จุดบั้งไฟเบิกฤกษ์เบิกฟ้า ก่อนที่จะ จุดบั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสน และ บั้งไฟล้าน สลับกันไป กับ 5 ฐานบั้งไฟ สลับกันจุด แบบไม่ต้องเสียเวลารอคอยการชม บนท้องฟ้าจะมีบั้งไฟพุ่งขึ้นบนท้องฟ้า เฉลี่ยนาทีละ 2 ลำ นับได้ว่า เป็นภาพที่สวยงามตื่นตาตื่นใจ และตื่นเต้น กับผู้มาชมอย่างชนิดถึงใจและปลอดภัยของท่านผู้ชม โดยเฉพาะความปลอดภัยจะสามารถครอบคลุมถึงรัศมีการตกของบั้งไฟ โดยการคำนวณวิถีของบั้งไฟที่คาดว่าจะตก โดยเฉพาะ บั้งไฟแสน บั้งไฟล้าน ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน และต้องจุดในเวลาที่ได้ขออนุญาตไว้แล้วเท่านั้น ตามที่ได้แจ้งประสานไปยังสถานที่ใกล้เคียงและท่าอากาศยานจังหวัดร้อยเอ็ด...แม่เถ้าเอ้ยลุกเขยมาแล้ว แม่เถ้าแก้วไปลี้อยู่ใสอยู่คีไฟตาเหลี่ยมเม้า ๆ ข้อยมาเว้าแม่เถ้าอย่าหนี...

ขอบคุณสามภาพสุดท้าย:http://www.touronthai.com/article/2927

 

 

 นำบั้งไฟขึ้นฐาน

ขอบคุณภาพ: http://www.touronthai.com/article/2927

ประเพณีบุญบั้งไฟ อ.พนมไพร

ขอบคุณภาพ: http://www.touronthai.com/article/2927

พระอาทิตย์ทรงกลดงานบั้งไฟพนมไพร

 ขอบคุณภาพ: http://www.touronthai.com/article/2927

 

 

โดย ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ

 

กลับไปที่ www.oknation.net