วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สู่ลุ่มเจ้าพระยาจากดานูบ ๕ อุทัยธานี


ความจริงแม่มดปิดทัวร์อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยไปเรียบร้อยแล้วนะคะ แต่จะไม่เอ่ยถึงจุดพักรถของเราทั้งขาไปและขากลับเลยก็กระไรอยู่ 

อุทัยธานีเป็นที่พักสบายๆที่เราไม่ได้เน้นด้านการท่องเที่ยว แต่จะบอกว่าเมืองเล็กๆริมน้ำสะแกกรังแห่งนี้เป็นเพียงทางผ่าน

ก็ไม่ตรงกับความเป็นจริงเสียทีเดียว

ทั้งขาขึ้นไปสุโขทัยและขากลับมาราชบุรี เราแวะพักที่อุทัยธานี  เหตุผลมีมากกว่าที่ตั้งอันเหมาะสมสำหรับการพักรถของเราเพียงอย่างเดียว 

แม่มดน่ะไปติดใจภาพของวัดโบสถ์ริมแม่น้ำสะแกกรังที่ได้เห็นจากหนังสือรายงานการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเล่มหนึ่งนานมาแล้ว 

ก็เลยอยากเห็นวัดจริงๆรวมทั้งวัดเล็กๆเก่าๆในเมืองอีกแห่งสองแห่ง  ไม่ได้สนใจจะไปเยี่ยมชมวัดที่มีชื่อเสียงระดับชาติของอุทัยธานีเลย

เพราะแม่มดเป็นคนไม่นิยมวัดฟรุ้งฟริ้งเลิศหรูอลังการ  สำหรับแม่มด วัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่า 

ไม้แกะสลักลายเก่าๆ รอยปูนปั้นแตกๆ ภาพเขียนบนผนังโบสถ์ที่เริ่มจะลางเลือนมีเรื่องราวที่น่าสัมผัส น่าค้นหามากมาย

 

ในการเดินทางขาขึ้น   แม่มดขับรถจากอยุธยาตรงไปอุทัยธานีอย่างง่ายๆสบายๆ 

เราไปถึงตัวเมืองก่อนบ่ายด้วยความรู้สึกประหลาดใจนิดๆว่าเมืองนี้ช่างเล็ก เก่าและดูสงบเงียบจริงๆ 

ห้องแถวไม้ยังวางตัวเรียงรายอยู่ในตลาดที่เป็นศูนย์กลางของเมืองอย่างที่แม่มดไม่ได้เห็นในจังหวัดอื่นบ่อยนัก 

เราหาที่จอดรถแล้วเดินแวะเวียนเข้าไปดูวัดโรงโคและวัดพิชัยซึ่งมีงานปูนปั้นน่าสนใจที่พระอุโบสถ 

น่าเสียดายที่วัดอยู่ในสภาพที่ดูเหมือนจะถูกทอดทิ้งให้ทรุดโทรมและไม่สะอาดตา

 

 

ลูกมดจะมีคำถามเสมอเวลาเราไปเยือนวัดที่ไม่ใช่โบราณสถานแต่เป็นวัดที่ยังมีการประกอบพิธีกรรมและมีสงฆ์จำพรรษา 

ลูกชายได้รับการเลี้ยงดูมาให้เป็นคนที่มี critical mind กล้าคิดกล้า speak the mind และมีเสรีภาพในการเลือกรับเลือกทิ้งสิ่งที่ได้พานพบ     

แม่มดเองพูดคุยกับลูกถึงปรัชญาพุทธศาสนาบ่อยครั้งแต่ในประเด็นของความเชื่อนั้น เราถือเป็นสิทธิ์ของลูกที่เราจะไม่ก้าวล่วง 

บ้านเรามีชีวิตอยู่ระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก  เราเปิดใจกว้างรับสิ่งที่ดีงามจากวัฒนธรรมหลากหลาย

และเราเชื่อมั่นว่าเราได้ทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของการเป็นพ่อแม่แล้ว นั่นคือการสอนลูกให้สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีเป็น  

เราเชื่อมั่นในตัวเองพอๆกับที่มั่นใจในตัวลูก 

การพูดคุยอภิปรายถึงเรื่องราวสารพัดในเชิงวิชาการโดยยึดถือข้อเท็จจริงและเหตุผลเป็นหลักอย่างเคารพในสติปัญญาของกันและกัน

เป็นกิจกรรมปกติระหว่างแม่ลูกที่เรายังปฏิบัติอยู่อย่างสม่ำเสมอแม้เมื่อเราอยู่ห่างไกลกันคนละซีกโลก

 

 


วัดอุโปสถารามที่เราเดินข้ามสะพานไปชม

 

แม่มดค้นพบด้วยความแปลกใจว่า วัดโบสถ์มโนรมย์หรือวัดอุโปสถารามที่หมายใจจะไปเยี่ยมชมกับที่พักริมน้ำที่เราจองผ่านตัวแทนมา

ต่างก็ตั้งอยู่บนเกาะเทโพซึ่งเป็นเกาะในห้วงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยทั้งคู่และอยู่ห่างกันเพียง ๕๐๐ เมตรเท่านั้น

แม่น้ำสะแกกรังซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในเทือกเขาโมโกจูในจังหวัดกำแพงเพชร

และไหลไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่บ้านท่าซุงเป็นเส้นเลือดชีวิตของจังหวัดอุทัยธานี 

เรือนแพในสายน้ำอ่อนเอื่อยให้ความรู้สึกสงบ สบาย และร่มเย็นอย่างที่เราจะสัมผัสได้ยากจากเมืองที่มีแม่น้ำสายใหญ่ๆไหลผ่าน

 

 

การขี่จักรยานท่องเที่ยวชมไร่นาบนเกาะเทโพเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน

แต่แม่มดเลือกที่จะขับรถเพราะไม่ได้ขี่จักรยานมานานจนไม่อยากเสี่ยงกับอุบัติเหตุ

เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทใจดีรับเป็นมัคคุเทศก์พาเราไปขับรถเล่นจนถึงจุดที่แม่น้ำสะแกกรังบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา

ไฮไลท์ในการเที่ยวเกาะเทโพของแม่มดอยู่ตรงที่ได้ไปชมแพปลารมควันของป้าแต๋วซึ่งพายเรือมารับแม่มดจากฝั่งไปยังแพที่ลอยอยู่เกือบกลางน้ำ 

ยามนั้นตะวันใกล้จะลาลับและท้องฟ้างดงามจนแม่มดต้องยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพในขณะที่ประคองตัวยืนอยู่ในเรือลำน้อย

สงสัยจริงหนอว่าป้าแต๋วจะว่าแม่มดบ้าไหมหากเธอได้รู้ว่าแม่มดว่ายน้ำไม่เป็น

 

ใกล้ค่ำบนสายน้ำสะแกกรัง

 

สำหรับลูกมด การค้นพบร้านป้าสำราญเป็นโชคอันยิ่งใหญ่ :D

ร้านป้าสำราญเป็นร้านอาหารแบบบ้านๆบนเกาะเทโพที่พนักงานของรีสอร์ทแนะนำ

ตอนแรกแม่มดก็ไม่ค่อยศรัทธาสักเท่าไรแต่ความเป็นคนว่าง่ายและหาอาหารอร่อยๆทานตอนกลางวันไม่ได้ก็เลยลองขับไปดู 

แม่มดไม่ได้ทำโฆษณานะคะเพียงแต่อยากจะบอกว่าอะไรที่เป็นของเรา อย่างไรก็จะเป็นของเรา หากอะไรที่ไม่ใช่ อย่างไรก็คงจะไม่ใช่

ร้านป้าสำราญมีทำเลที่ตั้งแบบ In the middle of nowhere

แม่มดขับรถหาตอนพลบค่ำจนเหนื่อยก็ไม่เจอ ตัดใจบอกลูกว่าไปหาอะไรกินในเมืองกันดีกว่า

ว่าแล้วแม่มดก็ตีวงตรงทางแยกเพื่อจะกลับรถ ตอนนั้นรอบข้างมืดสนิททีเดียว

แต่ตรงจุดที่แม่มดกลับรถนั่นเอง มีป้ายบอกทางไปร้านป้าสำราญตั้งอยู่อย่างแอบๆ ไฟหน้ารถสาดแสงจัดจ้าไปที่ป้ายแบบเต็มๆ

เราเลยได้กินปลาน้ำจืดที่ปรุงอร่อยระดับ ๕ ดาวและราคาก็แสนจะย่อมเยาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

แม่มดดูลูกทานอาหารอย่างมีความสุข คิดในใจว่าเสียดาย อุทัยธานีอยู่ไกลนัก มิฉะนั้นคงจะขับรถพาลูกไปทานข้าวที่นั่นบ่อยๆ 

ถึงตอนนี้เพื่อนๆคงเดาได้แล้วใช่ไหมคะว่าทำไมตอนขับรถกลับบ้าน เราแวะมานอนที่เกาะเทโพกันอีกครั้ง

 

สายน้ำสะแกกรังยามอรุณ

 

ตลาดเช้าริมแม่น้ำ  สวยงาม สะอาด เป็นระเบียบน่าชม

 

จากตัวเมืองอุทัยธานี  เราไม่ได้ใช้ทางสายหลักเหมือนขามาเมื่อขับรถกลับราชบุรี  แม่มดบอกลูกชายว่าขออ้อมไปดูผ้าทอสวยๆหน่อยนะ 

ลูกชายตอบว่าครับ  ตอนแม่ไปดูเขาทอผ้า ผมจะอ่านหนังสือคอยในรถ......ตามใจ เราไม่จำเป็นต้องชอบอะไรๆเหมือนกันไปหมดนี่นา

แม่มดไปชมผ้าตีนจกที่ศูนย์ทอผ้าลายโบราณบ้านผาทั่งของอำเภอบ้านไร่ที่ต้องใช้เส้นทางหฤโหดระดับที่แม่มดจะไม่ใช้อีกหากไม่จำเป็นจริงๆ 

สภาพถนนไม่เลวร้ายเกินไปนะคะแต่ตลอดเส้นทางที่รถต้องแล่นสวนกัน มีรถบรรทุกอ้อยที่โหลดสินค้าไว้ล้นคันจนน่าหวาดเสียว

ผิวถนนก็ไม่เรียบอยู่แล้ว ถ้ารถเสียหลักแม้แต่นิดเดียว  ภูเขาอ้อยคงทะลายลงมาทับรถเราที่แล่นตามหลังอย่างแน่นอน 

จะแซงให้ผ่านไปก็แสนยากเพราะเป็นถนน ๒ เลนที่รถแล่นสวนกัน

และความจริง ก็ไม่รู้ว่าจะแซงไปเพื่ออะไร ผ่านรถอ้อยคันนี้ ก็ไปเจอรถอ้อยคันหน้าอยู่ดี 

ที่ทำให้โกรธคือเจ้าหน้าที่ที่ควรจะบังคับใช้กฎหมายไปอยู่ที่ไหนกันหมด ปล่อยให้บรรทุกเกินขนาดนี้ได้อย่างไร

รถคันใหญ่โต ไม่ใช่มดปลวก ใครๆก็ต้องมองเห็น แล้วก็แล่นกันเต็มถนนอย่างนี้ ช่างเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กันเหลือเกิน

 

 

แต่ผ้าทอมือบ้านผาทั่งก็งดงามจริงๆค่ะ  แม่มดได้ชมนับเป็นบุญตาแต่ไม่ได้ซื้ออะไรมากไปกว่าผ้าฝ้ายแบบที่เขาเรียกว่าฝ้ายเข็น

นั่นคือฝ้ายที่ใช้มือปั่นตั้งแต่ตอนกรอด้ายจากปุยฝ้ายเลยทีเดียว

สำหรับซิ่นไหมแสนงามนั้นมีราคาสูงเกินกว่าที่แม่มดจะรับไหว แม้จะเข้าใจว่าช่างทอต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะทอได้สัก ๑ ผืน

 

 

ลายผ้าของบ้านผาทั่งคลับคล้ายลายผ้าตีนจกของบ้านดอนแร่และบ้านคูบัว เมืองราชบุรี

อาจเป็นเพราะว่าช่างฝีมือเหล่านี้ต่างเป็นชาวไทยเชื้อสายลาวที่อพยพมาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์  

ผ้าทอมือและผ้าย้อมสีธรรมชาติเป็นการสืบสานทางวัฒนธรรมที่แม่มดสนใจ  

คราวหน้า เราไปดูเขาทอผ้าย้อมครามที่สกลนครด้วยกันไหมคะ

 

 

 

เงาไม้

คำร้อง           พระยาโกมารกุลมนตรี

ทำนอง           หม่อมหลวงพวงร้อย  สนิทวงศ์

ศิลปิน           รัดเกล้า อามระดิษ    & Bangkok Symphony Orchestra  

โดย แม่มดเดือนMarch

 

กลับไปที่ www.oknation.net