วันที่ อังคาร มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไมไม่เหมือนแม่คนอื่นเขานะ!!!


      ทำไมไม่เหมือนแม่คนอื่นเขานะ!!!ประโยคนี้ไม่ใช่ลูกพูดนะคะ   แม่หมีว่าตัวเองน่ะค่ะ   เรื่องของเรื่องคือแม่หมีน่ะชอบคุยกับลูกๆค่ะ   แบบลูกเขาคุยเรื่องอะไรกัน   ก็อยากคุยกับเขาไปซะทุกเรื่อง  ไม่ว่าเรื่องดนตรี   เพลง  การ์ตูน  ภาพยนตร์  ฯลฯ  ตลอดจนปัญหาต่างๆที่ลูกมี   คือเราชอบสังเกตว่าลูกทำอะไร   สนใจอะไร  อารมณ์ไหน   ป่วยหรือเปล่า   การจะเข้าถึงความรู้สึกต่างๆของลูกก็เกิดจากการคุยนี่ล่ะค่ะ  คุยไปสังเกตไป  แม่หมีจึงชอบพูดคุยกับลูกๆ  เวลาที่พี่หมีใหญ่กับหมีน้อยเขานั่งคุยกัน    แม่หมีก็จะพาตัวไปแทรกตรงกลาง (แบบไม่ได้เผือก แต่เค้าอยากคุยด้วยอ่ะ) ถ้าคุยยาวนี่ลากเก้าอี้มานั่งด้วยเลย    ลูกๆเขาก็ชินแล้วค่ะ   ถ้าเขาคุยกันสองคนแล้วถ้ามีเรื่องที่อยากให้แม่ไปแจม   เขาก็เข้ามาในห้องแล้วมาตามออกไปดูสิ่งที่เขาสนใจกัน   

     เด็กสมัยนี้เขาขยันนะคะ(ประชดค่ะประชด) เขาไม่ค่อยว่างกันหรอกค่ะ   ถ้าไม่นั่งเล่นเกมในสมาร์ทโฟนก็เปิดคอมพ์ทำโน่นนี่นั่น   หรือถ้าเขาสอบเขาก็เปิดคอมพ์ไปฟังเพลงจากยูทูปไปแล้วอ่านหนังสือไปด้วยเราก็ไม่เข้าไปวุ่น  ซึ่งการอ่านหนังสือไปด้วยฟังเพลงไปด้วยนี่เราก็เคยเป็นมาก่อน   พ่อแม่ของแม่หมีก็งงๆแล้วมันจะมีสมาธิมั๊ยเนี่ย !!  แต่เราก็สามารถค่ะ   เราเลยเข้าใจลูก   ถ้าเขากำลังวุ่นอยู่กับกิจกรรม เช่น กำลังเล่นเกมอยู่   แม่หมีก็จะไปมองๆดูถ้าเขากำลังติดพัน   แม่หมีก็ถอยหลังหดเข้าไปอยู่ในห้องนอน (เขาเรียกว่า  มีมารยาท อิอิอิ)   แต่ถ้าแม่หมียื่นหน้าไปคุย   แล้วเขาหันมาคุยด้วยแสดงว่าคุยได้ค่ะ   วงเสวนาประสาแม่ลูกเริ่มขึ้นแล้วค่ะ   แต่จะมีสาระหรือไร้สาระอย่าไปสนใจมัน   เพราะมันก็เป็นกิจกรรมที่ทำให้ความผูกพันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น  เรื่องฮาๆบ้าง  จริงจังบ้าง  ตามประสาแม่หมี

            " ลูก  ลูกเคยเป็นเหมือนแม่มั๊ย  บางทีแม่อยากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองอ่ะ "  นี่ล่ะค่ะ  แม่ยุค4.0 ( คืออะไรๆก็ 4.0  ก็อยากจะเป็นบ้างค่ะ  ซึ่งอันที่จริงอาจจะแค่ 2 กว่าๆก็ได้นะ) พี่หมีใหญ่  ละสายตาจากสมาร์ทโฟน   มามองหน้าแม่หมี   งงอ่ะเด่ะ!  แม่มาไม้ไหนเนี่ย

             แม่หมีรีบพูดต่อเพราะกลัวเขาหันไปมองสมาร์ทโฟน  " คือแม่มานอนคิดๆดู (ไม่นั่งคิดค่ะ 555 ก็มันเมื่อยอ่ะ) ว่า  ทำไมแม่ไม่เหมือนแม่คนอื่นๆน่ะสิครับ"

             พี่หมีใหญ่  " แล้วแม่อยากเหมือนแม่คนไหนล่ะครับ "

             แม่หมี  " คือเมื่อวานแม่ไปจัดตู้หนังสือ  แม่ก็ไปหยิบหนังสือเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ มาเปิดดู  แล้วแม่ก็มาคิดถึง  เจ. เค. โรว์ลิง "

             พี่หมีใหญ่   " คิดว่ายังไงเหรอครับ "

             แม่หมี   " ก็คือ  แม่กับ เจ. เค. โรว์ลิง ก็มีชีวิตที่เหมือนกันอยู่อย่างนึงคือตรงเป็นแม่บ้าน  แต่เจ. เค. โรว์ลิง น่ะ  ทะเลาะกับสามี  ตกงาน  ต้องเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง ชีวิตรันทดมาก   แล้วในที่สุดต้องนั่งรถไฟจากแมนเชสเตอร์มาลอนดอน  และพอรถไฟมาถึงสถานีคิงส์ครอสในลอนดอน  เธอก็เกิดปิ๊งแนวคิดเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ขึ้น แล้วก็เขียนมันขึ้นมา   จนกลายเป็นหนังสือที่ขายดีและกลายมาเป็นภาพยนตร์ที่บ้านเราและคนทั่วโลกต้องติดตามมาเป็นเวลานับสิบปี   แถมยังมีหนังสือเรื่องควิดดิชในยุคต่าง ๆ  และหนังสือเรื่องสัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ซึ่งเราต้องตามซื้อและตามไปดูหนังอีก "

             พี่หมีใหญ่  " ถ้าเราไม่ซื้อหนังสือมาอ่านและไม่ดูหนังจนครบทุกเรื่อง  ก็แสดงว่าเราไม่ใช่ติ่ง เจ. เค. ฯ น่ะสิครับ   แล้วแม่อยากเป็นเธอเพื่ออะไรครับ "

             แม่หมี    "  อ้าว!!  ลองคิดดูสิลูก   เธอกับแม่ก็เป็นแม่บ้านเหมือนกัน  แม่เลยมาลองคิดดูว่า   สมมติถ้าแม่ลองนั่งรถไฟจากสถานีหัวลำโพง  แล้วไปลงสถานีดอนเมืองนี่  แม่จะมีไอเดียกระฉูด  มีจินตนาการล้ำเลิศเหมือน เจ. เค. ฯ บ้างมั๊ยน้อ ...."

             พี่หมีใหญ่    " 555  อาจจะมีก็ได้นะครับ  แต่แค่ดอนเมืองแม่ต้องคิดไม่ออกแน่ๆ  สงสัยต้องถึงเชียงใหม่เลยมั๊ง  "                  

             แม่หมี   " นั่นสิ  แต่บางทีแม่อาจต้องนั่งออกไปลาว ไปพม่า  ไปถึงจีน  ถึงจะคิดพล็อตเรื่องดีๆออก "  แล้วแม่หมีก็หัวเราะก๊ากๆ

             แม่หมี   "  แม่อยากเก่งเหมือน เจ. เค. ฯ จริงๆเลย  ดูสิจากคนที่เป็นแม่บ้านธรรมดา  แทบจะไม่มีกิน  ตอนนี้เธอเป็นนักเขียนชื่อดัง  รวยตั้งเท่าไหร่  รายได้จากหนังสือ  จากการที่มีคนเอาไปทำหนัง  แถมยังมีคนเอาไปทำสวนสนุกอีกเธอต้องได้ค่าตอบแทนสูงมากแน่ๆ "

             พี่หมีใหญ่    "มันก็ต้องได้แน่ๆอยู่แล้วครับแม่ "

             แม่หมี    " นั่นสิ   แล้วที่ลูกไปเที่ยวสวนสนุกโลกมหัศจรรย์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์  ที่ยูนิเวอร์แซลในเมืองโอซากาน่ะ   เขาทำดีมั๊ยล่ะลูก "

             พี่หมีใหญ่   "  ก็ทำดีนะครับ   สนุกดี  เหมือนเข้าไปในหนังเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์เลย  แม่น่าไปด้วยนะ  ลูกไปเดินๆดูยังคิดเลยว่า แม่กับน้องต้องชอบแน่ๆ  คราวหน้าลูกจะพาน้องไปญี่ปุ่นด้วย  แม่ไปไหวมั๊ยล่ะ"

             แม่หมี    " ขอแม่คิดดูก่อนนะ   แม่กลัวจะไปป่วยน่ะสิ   แต่ของฝากช็อคโกแลตเป็นรูปคางคกน่ะอร่อยดี  แต่ลูกอมรสอ้วก  นี่แย่มากๆเลยอ่ะ "  แม่หมีทำหน้าเบ้แล้วพูดต่อ   " ตกลงแม่อยากเป็นเจ. เค. โรว์ลิง   แล้วลูกล่ะอยากเป็นใครบ้างหรือเปล่า  "

             พี่หมีใหญ่   " ก็อยากเป็นนะแม่  แต่ถ้าจะให้เป็น มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก หรือ สตีฟ จ๊อบส์  คงไม่มีทางเป็นได้หรอก  ตอนนี้ขอสอบให้ผ่านก่อน  เรียนปริญญาโทนี่มันยากนะครับคุณแม่ "  พูดมาแบบนี้แปลว่าต้องเลิกคุยแล้วค่ะ  เพราะแสดงว่าเดี๋ยวเขาต้องทบทวนบทเรียน

             แม่หมี     " นั่นสิ  เป็นคนอื่นน่ะมันยากนะ สตีฟ  จ๊อปส์ - สต๊อป จี๊ฟ   ลูกเสียตังค์ซื้อไอโฟนอย่างเดียวไปก่อนก็แล้วกัน 555 "   (พี่หมีใหญ่เขาเป็นสาวก สตีฟ จ๊อบส์ ค่ะเลยล้อเขาเล่น   ตั้งแต่ทำงานได้นี่ใช้ยี่ห้อนี้อย่างเดียวแต่เก็บเงินซื้อเองค่ะ   บ้านนี้ไม่สปอยล์ลูกค่ะ )  แล้วเพื่อนๆคงสงสัยแล้วหมีน้อยหายไปไหน  ไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะแต่นั่งฟังเราคุย  สลับกับการหัวเราะขำเรื่องที่เราคุยกันนี่ล่ะค่ะ

       นี่คือตัวอย่าง เรื่องการชวนลูกคุย   ซึ่งมันคืองานของแม่หมีค่ะ   มีเรื่องชวนลูกคุยได้ตลอดเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน  มีสาระบ้างไม่มีสาระบ้าง  บางทีก็เป็นเรื่องหนักๆอย่างเรื่องหิน  555  อ่ะล้อเล่น   ไม่ใช่ค่ะแต่เป็นเรื่องการเมืองและความเป็นไปในประเทศของเราในโลกของเราต่างหาก   เพราะพี่หมีใหญ่เขาเรียนรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศค่ะ   เพราะบางทีลูกๆเขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน  ว่างเป็นดูโซเชียลเล่นเกม  เขาไม่ได้ว่างจัดเหมือนแม่หมีนี่คะ   ที่นั่งอ่านเรื่องราวหลากหลายในโอเคเนชั่น   ซึ่งทำให้เรารู้ความเป็นไปของบ้านเมือง  อันนี้ต้องขอชื่นชมชาวบล็อกที่เขียนเรื่องราวดีๆมีประโยชน์   ทำให้แม่หมีมีเรื่องไปคุยกับลูกๆ   และเพื่อไม่ให้ลูกตกข่าวด้วย  อันไหนเขารู้แล้วเราก็มาวิเคราะห์วิจารณ์กัน   เรื่องไหนที่เขาไม่รู้เราก็บอกเขา   ในสายตาลูกแม่หมีจึงเป็นแม่ที่ได้เรื่อง  ถามอะไรรู้หมด  เรียกว่าคุยได้เรื่องก็ได้คุยฮาๆก็ได้  แต่ถ้าเอาเรื่องมีสาระมาเล่าให้ฟังมันจะไม่สนุกสิคะ   เอาที่ฮาๆมาเล่าให้ฟังก็แล้วกัน   ส่วนเรื่องทะลึ่งๆนั้นน่ะขอเก็บไว้ไม่เล่าให้เพื่อนๆฟังนะคะ  555  เดี๋ยวแม่หมีจะทำให้เพื่อนๆหมดความเชื่อถือ  ยัยนี่มันทะลึ่งได้โล่ห์เลยนะเนี่ย!!!

              เก็บมาเล่าโดย

                    แม่หมี  ( แม่ที่รู้ทุกเรื่อง ก็ว่าไป  ความจริงรู้ไม่หมดหรอกค่ะ  ถ้าไม่ได้อ่านเรื่องราวของชาวโอเคฯ)

                    ขอบคุณนะคะเพื่อนๆ  ขอบคุณOknation  ที่อยู่ด้วยกันมาตลอดหลายปี และเปิดโอกาสให้พวกเราได้ปล่อยของกัน                           

             มาดูภาพกันค่ะ


                                                          เจ. เค. โรว์ลิง


                                                   หนังสือแฮร์รี่  พอตเตอร์

                                                       มาดูกันชัดๆว่ามีตอนใดบ้าง


                           หนังสือควิดดิชในยุคต่างๆและหนังสือสัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่(หนังสือเล่มเสริมจากชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์) หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนคู่มือและแบบเรียนของเหล่าพ่อมดและแม่มดน้อยในโรงเรียนฮอกวอตส์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์วิเศษแต่ละตัวบนโลกเวทมนตร์   รวมถึงวิธีรับมือกับพวกมันอีกด้วย นอกจากนี้ภายในหนังสือ   เจ. เค. โรว์ลิ่งได้มีการสร้างความเสมือนจริงด้วยการให้มีลายมือของแฮร์รี่ พอตเตอร์และรอน วีสลีย์เขียนและวาดรูปเล่นอยู่ตลอดเล่มอีกด้วย และเรื่องนี้สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ Fantastic Beasts and Where to Find Them   ได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ที่เพิ่งฉายเมื่อต้นปีนี้เอง

        หมายเหตุ   เอ็นทรี่นี้อาจมีสาระหรือไร้สาระแล้วแต่มุมมองนะคะ  ลองอ่านดูนะคะ

                       ขอบคุณภาพ   เจ. เค. โรว์ลิ่ง จากกูเกิ้ลค่ะ  ส่วนภาพหนังสือเป็นภาพของแม่หมีเองค่ะ                            
                   
                                                                              

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net