วันที่ อังคาร มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยอดกัลยาณมิตรในหลวงในวัยเยาว์



ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมได้ร่วมกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร “ตามรอยเสด็จฯ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์” กับธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องหลังจากธนาคารได้จัดทำสารคดีชุดพิเศษ “ตามรอยเสด็จฯ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์” นำเสนอเรื่องราวยุวกษัตริย์พระองค์น้อยที่ใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน ณ สวิตเซอร์แลนด์ ออกเผยแพร่เพื่อร่วมแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ภายหลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

การตามรอยเสด็จฯ ครั้งนี้มีโอกาสได้ชมสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับราชสกุลมหิดล เช่น มหาวิทยาลัยโลซานน์ (ปัจจุบันเป็นหอสมุดและพิพิธภัณฑ์) อพาร์ทเมนท์เลขที่ 16 ที่ถนนทิสโซต์ (Tissot) ศาลาไทยในสวนสาธารณะเดอน็องตู โรงเรียนเอกอล นูแวล เดอ ลา สวิส โรมองด์ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) เปียโนหลังแรกที่ ร.8 และ ร.9 ทรงใช้เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น ฯลฯ

 

มหาวิทยาลัยโลซานน์ (ปัจจุบันเป็นหอสมุดและพิพิธภัณฑ์)

 

ตลาดนัดเซนต์ฟรองซัว หน้ามหาวิทยาลัยโลซานน์ นัดกันทุกวันพุธและวันเสาร์ 7 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน

 

กล่าวเฉพาะที่โรงเรียนเอกอล นูแวล ได้ฟังคุณลีซองดร์ เซ เซไรดารีส (Lysandre C. Seraidaris) บุตรชายของคุณเกลย์อง เซ เซไรดารีส (Cleon C. Seraidaris) ครูส่วนพระองค์ (Tutor) ของในหลวง รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งยังทรงศึกษาอยู่ในเมืองโลซานน์ บรรยายพร้อมภาพประกอบให้เห็นภาพพระราชภารกิจต่างๆ เมื่อครั้งยังทรงประทับ ณ โลซานน์ และบทบาทการเป็นครูส่วนพระองค์ของบิดาตนเอง ภาพบางภาพเป็นภาพประวัติศาสตร์ซึ่งไม่ได้ปรากฏทั่วไปในที่อื่น

เนื้อหาที่นั่งฟังคุณลีซองดร์บรรยายและกลับมาอ่านหนังสือ (พร้อมลายเซ็นจากผู้เขียน) ที่ซื้อมาจนจบ เลยได้เกิดความเข้าใจและประจักษ์แก่ใจว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีกัลยาณมิตรตั้งแต่วัยเยาว์ เนื่องจากตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ทำหน้าที่เป็นครูส่วนพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 ด้านการศึกษาคุณเกลย์องเป็นดอกเตอร์ด้านกฎหมาย รู้ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน มีความรอบรู้ด้านต่างๆ งานช่างไม้ รถยนต์ เล่นกีฬาเทนนิส ปิงปอง ฟุตบอล สกี ฯลฯ คอยถวายความรู้คำแนะนำด้านต่างๆ และรับใช้เบื้องพระยุคลบาทในสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ภูมิประเทศสวยงาม จนเสด็จนิวัตมาเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสยาม

 

ศาลาไทยที่รัฐบาลไทยจัดสร้างขึ้นในสวนสาธารณะเดอน็องตู เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

และเป็นที่ระลึกในโอกาสครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์

 

ทะเลสาบเลอมอง (Lake Leman) ด้านหน้าของสวนสาธารณะเดอน็องตู

 

เนื้อหาและภาพคุณลีซองดร์เขียนไว้ในหนังสือเป็นภาษาฝรั่งเศส และมีการแปลมาเป็นภาษาไทยชื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ร.9 และเจ้านายไทยในโลซานน์ บันทึกความทรงจำของครูส่วนพระองค์ในรัชกาลที่ 9” และแปลเป็นภาษาอังกฤษชื่อ “King Bhumibol and the Thai Royal Family in Lausanne: Recollection of HM King Rama IX’s Tutor”

คุณลีซองดร์กล่าวว่าบิดาเขาไม่ได้ต้องการให้นำเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ส่วนนี้ออกมาเผยแพร่ ด้วยตระหนักถึงภาระหน้าที่และความจงรักภักดีที่มีต่อพระบรมราชวงศ์ แต่หลังจากที่บิดาถึงเสียชีวิตไป 15 ปี เขาได้เข้าเฝ้าในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงแนะนำให้เขาเรียบเรียงขึ้น และตรัสว่าถ้าเรื่องใดที่คุณลีซองดร์ไม่รู้ก็ให้ทูลถามพระองค์ได้ เขาจึงได้เขียนและจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ขึ้นมา

 

โรงเรียนเอกอล นูแวล

 

 หนังสือ “King Bhumibol and the Thai Royal Family in Lausanne

 

 

คุณลีซองดร์นำชมบริเวณโรงเรียนด้วยตัวเอง

 

 

คุณลีซองดร์ผู้เขียนหนังสือ “King Bhumibol and the Thai Royal Family in Lausanne” แจกลายเซ็นหลังบรรยายจบ

 

เมื่อได้ฟังที่ผู้เขียนบรรยายและอ่านหนังสือจบ สิ่งที่ผมนึกถึงคือพุทธพจน์บทนี้ ซึ่งสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) อ้างอิงในหนังสือ “พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย” บทที่ 12 บุพภาคของการศึกษา

“เราไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้สักอย่างหนึ่ง ที่เป็นเหตุให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หรือให้อกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว เสื่อมไป เหมือนความมีกัลยาณมิตรเลย เมื่อบุคคลมีกัลยาณมิตร กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมไป”

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์อธิบายเพิ่มเติมว่า กัลยาณมิตร มิไดหมายถึงเพื่อนที่ดีอย่างในความหมายสามัญเท่านั้น แต่หมายถึงบุคคลผู้เพียบพรอมด้วยคุณสมบัติที่จะสั่งสอน แนะนำ ชี้แจง ชักจูง ช่วยบอกชองทาง หรือเป็นตัวอย่างให้ผู้อื่นดำเนินไปในมรรคาแห่งการฝึกฝนอบรมอย่างถูกต้อง เช่น พระพุทธเจา พระอรหันตสาวก ครูอาจารย์และท่านผู้เป็นพหูสูตทรงปัญญา สามารถสั่งสอนแนะนำ เป็นที่ปรึกษาได

“ในกระบวนการพัฒนาปัญญา ความมีกัลยาณมิตรนี้จัดว่าเป็นระดับความเจริญปัญญาในขั้นศรัทธา ส่วนในระบบการศึกษาอบรม ความมีกัลยาณมิตรควรมีความหมายครอบคลุมทั้งตัวบุคคลผู้อบรมสั่งสอน เช่น พ่อแม่ ครูอาจารย์ เป็นต้น ทั้งคุณสมบัติของผู้สอน ทั้งหลักการ วิธีการ อุปกรณ์อุบายต่างๆ ในการสอน และการจัดดำเนินการต่างๆ ทุกอย่าง ที่ผู้มีหน้าที่ให้การศึกษาจะพึงจัดทำ เพื่อให้การศึกษาอบรมไดผลดี ตลอดจนหนังสือ สื่อมวลชน บุคคลตัวอย่าง เช่น มหาบุรุษ หรือผู้ประสบความสำเร็จโดยธรรม และสิ่งแวดล้อมทางสังคมทั้งหลายที่ดีงาม เป็นประโยชนเท่าที่จะเป็นองค์ประกอบภายนอกในกระบวนการพัฒนาปัญญานั้นได”

หลังได้ตามรอยเสด็จฯ และได้สัมผัสกับบุตรชายของครูส่วนพระองค์แล้ว ขอปิดท้ายบทความนี้ด้วยข้อคิดของคุณกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น ที่กล่าวว่า ระยะนี้มีคนไทยสนใจพิเศษไปท่องเที่ยวตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่สวิตเซอร์แลนด์ อยากให้คนที่ไปท่องเที่ยวตั้งคำถามสักนิดเพื่อจะได้ข้อคิดกลับไปใช้ประโยชน์ที่ประเทศไทย

พระปรีชาสามารถด้านต่างๆ ของในหลวงนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะพระองค์ทรงศึกษาและทรงเจริญวัยที่สวิตเซอร์แลนด์ เป็นเวลา 15-16 ปี มีการบ่มเพาะวิถีชีวิต แนวคิดของคนที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นการประดิษฐ์ การทำงานด้วยพระองค์เอง ความวิริยะอุตสาหะ สิ่งเหล่านี้น่าจะสำคัญกว่าการไปดูเพียงสถานที่ วัตถุแต่เพียงอย่างเดียว เราควรตั้งคำถามในแง่นี้บ้าง

“มาดูแล้ว ตั้งคำถามแล้ว กลับไปเมืองไทยได้ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของเราเอง”

สุดท้ายนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณธนาคารออมสินที่จัดกิจกรรม “ตามรอยเสด็จฯ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์”


 

โดย เสดพีร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net