วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวเมดิเตอร์เรเนียนต่อ ( 2 )


เรือมาเทียบท่าที่อิตาลี เมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรถไปที่เมืองฟลอเรนซ์กัน

เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของอิตาลีในยุคหนึ่ง ก่อนเปลี่ยนมาเป็นที่โรม

 

ภาพจากมุมสูง จะเห็นสภาพเมืองฟลอเรนซ์ดังกล่าว

 

 รูปปั้นเดวิด จำลอง ของจริงที่ไมเคิล แองเจโล แกะสลักไว้ อยู่ในพิพิธภัณฑ์

มีคนให้ฉายานามรูปปั้นเดวิดว่า “เดวิดไม่เท่าไหร่”  ตอนแรกผมยัง งงๆ ว่าหมายความอย่างไร พอเดินไปดูหน้ารูปปั้น ก็หายสงสัย กับฉายานั้น

  

ถ้าจะดูของแท้ ต้องเข้าคิวดูที่พิพิธภัณฑ์ซึ่งคิวยาวมากๆ  รูปข้างๆน่าจะเป็นมหาวิทยาลัย ที่อยู่ใกล้ๆกัน

  

ถนนแคบๆที่พาเราไปดู มหาวิหารแห่งฟลอเรนซ์

 ใหญ่โตอลังการ แต่คนเยอะมากๆ ดูไปถ่ายรูปไป ต้องคอยเอามือตรวจเช็คกระเป๋าเงินและพาสปอตตลอดเวลา  นักล้วงเต็มถนนไปหมด มีทั้งหญิงชรา เด็ก ผู้ชายผู้หญิง เป็นไปได้ทั้งสิ้น

  

แม่กับลูกสาว ถ่ายหน้าจัตุรัส เพียซซ่า เดล ดูโอโม

  

น่าจะเป็นท่ายอดฮิต ท่ากระโดดแบบนี้

 

หน้าวิหาร ซันตาโกรเช  ส่วนประวัติอะไรต่างๆ อ่านเอาในเน็ทมีคนเขียนไว้เยอะครับ

ร้านนี้ คนไทยชอบเรียกชื่อร้าน  กาเบ  กาเบ  คนอิตาลีเขาก็งง

 

แดดร้อนครับ แต่พอเข้าที่ร่ม ลมเย็นก็พัดกระทบผิวกายทันที  สังเกตว่า คนยุโรป ใช้รถเล็กท้ายตัดเป็นส่วนมาก จะบอกว่าถนนในเมืองแคบก็กระไรอยู่ เพราะในไฮเวย์ รถเล็กๆขนาดนี้ก็วิ่งกันเกลื่อน

 

 

ทิวทัศน์บางช่วงของแม่น้ำอาร์โน ซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญของเมืองฟลอเรนซ์ สะอาดสะอ้าน ไม่มีถุงขยะลอยตามน้ำตลอดเส้นทาง ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

ตอนนี้เราไปกันที่โรมเลยนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา

 

โคลอสเซียมเป็นที่สำคัญแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมกัน ย้อนรำลึกถึงความบ้าคลั่งของขุนนางสมัยก่อน ที่เอานักโทษ มาฆ่ากันให้ดู บางทีก็ให้นักโทษสู้กับสิงโต เป็นที่สำราญใจของผู้ชม

ไม่ได้เข้าไปซึมซับบรรยากาศภายใน ได้แต่ดมๆรอบนอกเท่านั้น

 

 จะสังเกตว่า ที่นี่ผมต้องเอากระเป๋ามาสะพายไว้ด้านหน้าเพื่อความปลอดภัย

 

น้ำพุเทรวี่ ภาพนี้ขอจากคนอื่นเขามา เพราะผมเองมีความอดทนไม่พอที่จะแทรกคลื่นฝูงชนเข้าไปถ่ายรูป บริเวณนี้ เป็นที่ทำงานของนักล้วงกระเป๋า พอๆกับที่มหาวิหารแห่งฟลอเรนซ์ เพราะทุกคนมัวตลึงกับความงดงามและจดจ่ออยู่กับการถ่ายรูป การเซลฟี่  เงินหายไม่เท่ากับเอกสารแสดงตนที่หายไปด้วย ต้องระวังกันจริงๆ เพราะที่ผ่านมาแม้จะมีการเตือนกันตลอด ก็ไม่วายโดนลักไป พวกนี้เป็นมืออาชีพชั้นครูจริงๆ ขนาดโทรศัพท์ใส่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าฟิตๆ ยังโดนล้วงไปไม่รู้ตัวครับ

 

ผมไม่ค่อยได้ดูอะไรมากมายนัก ต้องคอยสอดส่องดูแลคนข้างตัวมากกว่า

ศิลปินตามถนน ถ้าไปถ่ายรูปโดยใช้เขาเป็นแบ็คกราวส์ เวลาเราเจออะไรแปลก เขาจะมาเก็บเงินเราทันที ต้องระวังจุดนี้ให้มาก

 

ถนนในโรม มีเอกลักษณ์พิเศษคือ อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ อย่างตอนที่เดินบนถนนสายนี้ เห็นอากาศเปิดๆอย่างนี้ ถึงกับเวียนหัวเลยครับ  คนอิตาลีสูบบุหรี่จัดทุกคน

ก่อนจบเอ็นทรี่นี้  พาไปที่เกาะคาปรีก่อน เขาว่าที่นี่เป็นเกาสวรรค์ของคนรวย ลองไปสัมผัสดูทีว่าสวรรค์มีจริงหรือไม่

 

เรือจอดที่ท่า ต้องอาศัยเรือไฮโดรฟลอยซ์อีกต่อหนึ่ง

 

 เจ้าตัวนี้มันบินตามติดๆ สงสัยมาส่ง เลยเก็บภาพมาฝาก เห็นหลายคนในโอเคเนชั่นชอบนกกัน

 

มาถึงแล้ว หลังจากนั่งเรือขึ้นฝั่ง แล้วนั่งรถกระเช้าเคเบิลลากขึ้นเขา ก็จะเห็นวิวแบบนี้

 

ถนนที่ขึ้นมาข้างบนนี้ มันแคบขนาดที่ว่า รถต้องพับกระจกข้างครับ  รถโดยสารที่นี่ ผมว่าน่าจะขับเก่งที่สุดในโลก เนื่องด้วยถนนเป็นทางขึ้นเขาโค้งไปมา และแคบ ต้องพับกระจกข้าง เวลาสวนกัน ขนแขนแทบหลุดตาม คนที่นั่งเป็นคนต่างถิ่นร้องตกใจ แต่คนขับดูท่าทางเบื่อๆ ไม่รู้สึกตื่นเต้น คงเพราะเคยชิน

 

รถที่เขาใช้ขนถ่ายสินค้า ขับเร็วครับ ต้องระวัง แถมยังดุด้วย

 

พาไปดูทะเลอีกด้าน

สองข้างทางเป็นดงดอกไม้นานาพันธุ์ จนส่งกลิ่นออกมา  แดดแรงดีเหลือใจ แต่ลมเย็นก็พัดปะทะตลอดเวลา

 

คนรวยๆ เขาปลูกบ้านกันบนเขา อย่างที่เห็นกัน

 คนนี้ก็รวยครับ  รวยยิ้ม

 

 

 นักท่องเที่ยวครับ อย่าเข้าใจผิดคิดว่า คนสวน

 

ระหว่างทาง เขามีเครื่องปั๊มไฟฟ้า ชุดกู้ชีพ เวลาหัวใจล้มเหลวครับ  สวัสดิการของคนที่นี่เขาดีจริงๆ

บ้านเราขืนติดไว้แบบนี้  น่าจะไม่เกินคืนเดียว รับรองหาย

 

ผมพาขึ้นไปจุดสูง เพื่อดูทิวทัศน์ด้านล่าง  สวยงาม มาก  มีเรือส่วนตัว จอดทอดสมอนอนอาบแดดกัน

 

 ปิดท้ายด้วยนกนางนวล คิดว่าใช่นะ ตัวนี้เชื่องมาก เดินไปถ่ายรูปใกล้ๆ ยืนเฉย  สงสัยคุ้นเคยผู้คนมาก 

คราวหน้า ผมจะพากลับไปที่บาเซโลน่าอีกครั้ง ไปเที่ยวชม วิหารแห่งแคว้นคาตาลัน สกราด้า แฟมิเลียครับ

  

โดย สมชัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net