วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“ทำดี ธรรมดา” กับหน้าที่ของพลเมืองไทย


“ทำดี ธรรมดา” กับหน้าที่ของพลเมืองไทย

 

สุริยันต์ ทองหนูเอียด

 

“ประเทศไม่ได้อยู่ได้ เพราะประชาธิปไตย ไม่ได้อยู่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อยู่ได้ เพราะกฎหมาย แต่ประเทศจะยั่งยืนอยู่ได้ ด้วยกำลังของพลเมืองดี ที่ไม่ดูดายและยอมแพ้ต่อคนชั่วคนทุจริตที่กัดกร่อนทำลายประเทศ พลเมืองดี จึงต้องยืนหยัดรักษาบ้านเมืองไว้ให้มั่นคง เพื่อลูกหลานรุ่นต่อไป”

สุนทรพจน์ของวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren อดีตนักวิชาการด้านการเงิน นักการเมืองอเมริกัน

สุนทรพจน์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของพลเมืองดีในการทำหน้าที่รักษาไว้ซึ่งความมั่นคงเป็นปึกแผ่นของชาติบ้านเมือง สร้างชาติสร้างแผ่นดินให้เจริญยั่งยืนเพื่ออนาคตของลูกหลานคนรุ่นต่อไป

เวปไซต์ www.royin.go.th สำนักงานราชบัณฑิตยสภากล่าวว่า พลเมืองหมายถึง “คนที่มีสิทธิและหน้าที่ในฐานะประชาชนของประเทศใดประเทศหนึ่ง  หรือประชาชนที่อยู่ภายใต้ผู้ปกครองเดียวกัน มักมีวัฒนธรรมเดียวกัน เช่น ประเทศจะเจริญ หากผู้ปกครองและผู้ใต้ปกครองหรือพลเมืองมีศีลธรรม พลเมืองส่วนใหญ่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นแตกต่างไปจากพลเมืองในภาคอื่น ข้าราชการไม่ควรปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยราวกับพวกเขาเป็นพลเมืองชั้นสอง คนไทยทุกคนควรทำตัวเป็นพลเมืองดี คือ นอกจากตระหนักถึงสิทธิของตนเองแล้ว ยังต้องทำหน้าที่ที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดด้วย เช่น เสียภาษีให้รัฐ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม”

การดำรงอยู่อย่างมั่นคงสถาพรของราชอาณาจักรไทยที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอันดับต้นๆ ของโลก จากนครรัฐโบราณจนมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ล้วนต้องพึ่งพาความร่วมมือของพลเมืองในชาติทั้งสิ้น

ปัจจุบันเรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่น่าจะดีพอสมควรที่มีการกำหนดกลไกการปกครองใหม่ ด้วยการจัดโครงสร้างของหน้าที่และอำนาจขององค์กรต่างๆ การสร้างสัมพันธภาพระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารให้เหมาะสม การให้สถาบันศาลและองค์กรอิสระอื่นซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุจริต เที่ยงธรรมและมีส่วนร่วมในการป้องกันหรือแก้ไขวิกฤติของประเทศตามความจำเป็นและเหมาะสม การรับรอง ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยให้ชัดเจนและครอบคลุมอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ดังคำปรารภที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

“การกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ต่อประชาชนเช่นเดียวกับการให้ประชาชนมีหน้าที่ต่อรัฐ การวางกลไกป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เข้มงวด เด็ดขาด เพื่อมิให้ผู้บริหารที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลเข้ามามีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองหรือใช้อำนาจตามอำเภอใจ”

คำปรารภข้างต้น ย่อมให้ความสำคัญต่อการทำหน้าที่ของพลเมืองที่ดีต่อรัฐในการบริหารบ้านเมืองร่วมกัน ทั้งหน้าที่ที่มีต่อรัฐในการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศและหน้าที่ต่อตนเอง

ประการสำคัญคำปรารภในรัฐธรรมนูญนี้ กล่าวว่า การจะดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ให้ลุล่วงไปได้ จำต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประชาชนทุกภาคส่วนกับหน่วยงานทั้งหลายของรัฐตามแนวทางประชารัฐ ภายใต้หลักเกณฑ์ตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและประเพณีการปกครองที่เหมาะสมกับสถานการณ์และลักษณะสังคมไทย หลักความสุจริต หลักสิทธิมนุษยชน และหลักธรรมาภิบาล

ประการต่อมา เรากำลังจะได้รัฐบาลที่น่าจะดีมากจากการการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 หากประชาชนหรือพลเมืองได้ร่วมกันทำหน้าที่คัดสรรหาคนดีมีสามารถมารับใช้บ้านเมือง

รัฐธรรมนูญที่ดี หากผ่านการปฏิบัติใช้อย่างมีธรรมาภิบาล ปฏิบัติดี โดยคณะรัฐบาล ฝ่ายบริหารฝ่ายนิติบัญญัติและตุลาการที่ดี โดยมีพลเมืองดีช่วยกันบริหารประเทศ ย่อมประกันได้ว่าประเทศจะรุ่งเรือง

ลำดับขั้นตอนไปสู่การสร้างประเทศที่เข้มแข็งสังคมที่ดีงาม ย่อมเกิดขึ้นได้ด้วยการตระเตรียมของฝ่ายอำนาจรัฐปัจจุบันที่จะต้องทำให้สถาบันการเมืองพรรคการเมืองสอดคล้องกับเจตจำนงของประเทศ

พรรคการเมืองจะต้องคัดสรรผู้แทนหรือสส.เขต และบัญชีรายชื่อโดยมีเครื่องมือที่ประชาชนสามารถเชื่อได้ว่า จะได้คนดี มีความสามารถ ไว้วางใจให้บริหารประเทศเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย

ควบคู่กับการทำหน้าที่ของพลเมืองในประกอบอาชีพสุจริต เลี้ยงชีพโดยชอบ ลดการเอารัดเอาเปรียบ เสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นหูเป็นตาให้กับชาติบ้านเมืองและทำความดีอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประเทศ

 

“โครงการสร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง” ภายใต้มูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว คือตัวอย่างหนึ่งในการทำดี โดยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา คุณชัชวาลย์ พริ้งพวงแก้ว ผู้อำนวยการโครงการฯ ร่วมกับ คุณชนะ เสวิกุล นักแต่งเพลง และผู้เขียนบท Viral Clip ทำดีธรรมดา นายแพทย์ วิชัย โชควิวัฒน ประธานมูลนิธิ 14 ตุลา และ ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมแถลงข่าว เปิดตัว Viral Campaign “ทำดีธรรมดา แรงบันดาลใจ” ในการทำความดี เพื่อร่วมถวายเป็นพระราชกุศลฯ แด่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ณ หอศิลป์วังหน้า ถนนราชินี เขตพระนคร ฯ

คุณชัชวาลย์ พริ้งพวงแก้ว ผู้อำนวยการโครงการสร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง มูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้น ในการทำสื่อเผยแพร่ เปิดตัว Viral Campaign “ทำดีธรรมดา แรงบันดาลใจ” ว่าเพื่อต้องการสื่อสารให้คนไทย เกิดแรงบันดาลใจในการทำความดี เพื่อสังคมและผืนแผ่นดินที่รักของเรา เพราะสิ่งเหล่านี้ คือ คำตอบที่ง่ายที่สุดในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย ไปสู่สิ่งที่ดีงาม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงรอยต่อความเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย ซึ่งโครงการฯ ได้ผลิตผลงานสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากมุมมองของ คุณชนะ เสวิกุล นักแต่งเพลง และครูอาสา ผู้เชื่อมั่นว่า การทำความดี เป็นเรื่องธรรมดาของสังคม และการทำดีธรรมดา คือ คำตอบชัดเจนในการสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และสร้างคุณค่าแห่งความดีงาม ให้เกิดขึ้นในสังคมของเรา

เนื้อหาของ Viral Campaign ทำดีธรรมดาที่ได้จัดทำเผยแพร่ในเวลา 4 นาที คือ การทำความดีของผู้คนในสังคมไทย ในรูปแบบง่ายๆ  เช่น การช่วยผู้อื่น กิจกรรมจิตอาสา และความรู้รับผิดชอบต่อผู้อื่นและส่วนรวม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยตระหนักว่า สิ่งดีงามมากมาย การทำดีและคนดีมากมายในสังคมไทย เกิดขึ้นทุกวัน และเกิดขึ้นเสมอในชีวิตประจำวันของเรา แค่ทำดีธรรมดา ก็สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับคนไทย เพื่อร่วมกันทำถวายเป็นพระราชกุศลฯ แด่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ได้อย่างไม่ยากลำบากนัก

คลิปนี้ ปัจจุบันได้เผยแพร่ลงใน Social Media แล้ว เพียงแค่ท่านค้นคำว่า “ทำดีธรรมดา” ก็จะพบ

 


 

ผู้เขียนเชื่อว่า ความงดงามของสังคม ความมั่นคงของบ้านเมือง และอนาคตของลูกหลานอยู่ในมือของเราคนที่จะร่วมกันสร้างสรรค์ให้เกิดความดีทั้งแผ่นดิน เพื่อถวายพระเกียรติแด่ในหลวงรัชกาลปัจจุบัน

“ทำดี ธรรมดา” สร้างแรงบันดาลใจ ทำความดีแบบง่ายๆ ใครก็ทำได้ คือหน้าที่ของพลเมืองครับ

 

-----------------------------------------------------------

 

หมายเหตุ ตีพิมพ์ครั้งแรก ในหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ ไทยโพสต์

คอลัมน์ชานชาลาประชาชน ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2560

ภาพจาก www.facebook.com/suriyan.tonghnueid

โดย มุสิกะตะวัน

 

กลับไปที่ www.oknation.net