วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2560

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เด็กๆพาผู้ใหญ่ไปเที่ยว Japan (ตอน ๓)


ญี่ปุ่นวันแรกได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าที่สิ่งได้รับฟังมานั่นจริงแท้แน่นอน ผู้คนมีระเบียบวินัย การใช้รถใช้ถนนที่ผมประสบพบเจอในบ้านเมืองของเรากับบ้านเมืองของเขาต่างกันราวกับหน้ามือและหลังมือ เท่าที่นั่งรถไฟทั้งใต้ดินและบนดิน ผู้โดยสารทุกคนไม่มีใครพูดโทรศัพท์กันสักคน เพราะที่นี่เขามีกฎระเบียบห้ามใช้เสียงขณะโดยสารบนรถ บนรถไฟรถบัสจึงเงียบสนิทได้ยินแต่เสียงล้อบดไปบนรางและเสียงเบรคเมื่อรถจะจอดที่สถานีเท่านั้น เขาจะอ่านหนังสือหรือถ้าใช้โทรศัพท์เขาก็ส่งไลน์กัน ทุกคนยึดกฎระเบียบนี้อย่างจริงจัง จนเราไม่กล้าจะพูดคุยกันเท่าไหร่ขณะนั่งบนรถจะคุยกันบ้างก็คุยกันเบาๆ

เช้าวันนี้เราออกจากโรงแรมที่พักกันเช้าอีกเช่นเคย ทานอาหารเช้าจากที่พักเสร็จเราก็ออกเดินไปสถานีรถไฟชินจุกุ ผมเริ่มจับทิศทางได้แล้ว จำอาคารต่างๆที่เป็นจุดสังเกตุได้แล้ว เราจะนั่งรถไฟไปลงสถานีโอดาวาระ จากสถานีเราเดินเท้าไปปราสาทโอดาวาระเพียงสิบนาที เส้นทางที่เดินไปสวยงามและสงบ อาคารบ้านเรือนแลดูสะอาดตา ตามถนนไม่มีเสาไฟฟ้าสายโทรศัพท์และสารพัดสายให้เกะกะตา ใกล้จะถึงปราสาทเป็นทางเดินเลียบลำคลองที่ใสสะอาด และเต็มไปด้วยต้นไม้ที่กำลังจะพลัดใบ  ก่อนถึงทางเข้าปราสาทเราเห็นป้อมรักษาการณ์ดูน่าเกรงขาม ปราสาทรายล้อมไปด้วยคูคลองเป็นชัยภูมิที่ดียากต่อการบุกรุก

บรรยากาศรอบๆปราสาทโอดาวาระ สะอาดสงบ

ปราสาทโอดาวาระ สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่15ถึง16เพื่อเป็นฐานที่มั่นของเขตคันโตเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในที่ราบและเป็นที่ตั้งมั่นของตระกูลโฮโจ ปราสาทโอดาวาระที่เห็นปัจจุบันนั้นได้มีการฟื้นฟูบูรณะขึ้นมาใหม่ในสมัยเอโดะซึ่งถูกสร้างให้เหมือนกับรูปแบบเดิมแต่มีขนาดเล็กกว่าของเดิม ปัจจุบันปราสาทโอดาวาระ ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น

ประตูทางเข้าปราสาท แลดูยิ่งใหญ่แข็งแกร่งอลังการณ์

ปราสาทตั้งอยู่บนเนินสูงเด่น

ยามเช้าที่เงียบสงบ ภายในตัวปราสาทยังไม่เปิดให้ชม

ยังไม่ถึงเวลาเปิดให้ชม มีแต่ยามรักษาการณ์ยืนเฝ้าประตู

ได้แต่เดินถ่ายภาพรอบๆตัวปราสาท

ไปถึงเช้ามาก ยังไม่มีนักท่องเที่ยวเลย

รอให้ปราสาทเปิดไม่ไหวจึงต้องรีบออกเดินทาง

ปราสาทโอดาวาระ ถึงแม้ว่าไม่ใช่เป็นปราสาทที่มีชื่อเสียงติดอันดับ 1 ใน 10 ที่ต้องไปชม ได้เห็นเพียงปราสาทนี้เราก็รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลต่างๆที่อยู่บนเกาะแห่งนี้

หลังจากที่ได้ชมรอบๆปราสาทโอดาวาระเราก็เดินย้อนกลับไปที่สถานีโอดาวาระ ไปรอรถบัสที่จะไปฮาโกเน่ จุดหมายปลายทางของเราคือการล่องเรือโจรสลัดทะเลสาปฮาโกเน่ รถบัสญี่ปุ่นจะมาตรงเวลามากผู้โดยสารที่เป็นคนท้องถิ่นไม่ค่อยมากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนที่ใช้บริการ จุดที่ทำให้ผมเห็นแล้วหลงรักเด็กๆนักเรียนญี่ปุ่นนั่นคือ เมื่อขึ้นรถแล้วเด็กนักเรียนจะคำนับพนักงานขับรถ เมื่อจะลงจากรถก็จะคำนับพนักงานอีกรอบ นั่งดูแล้วชื่นใจมากกับการปฏิบัติของชนชาติญี่ปุ่นที่ให้เกียรติและเคารพกันและกันไม่ว่าจะมีสถานะอะไรมีอาชีพอะไร แต่สิ่งที่มองเห็นอีกอย่างหนึ่งคือความเอาใจใส่ของพนักงานคนขับรถที่ดูแลผู้โดยสารด้วยความโอบอ้อมอารี นั่งชื่นชมในใจไม่นานก็ถึงที่จุดหมายปลายทางท่าเรือฮาโกเน่ กว่าเราจะได้ขึ้นเรือก็ต้องรอคิวเกือบชั่วโมงเพราะนักท่องเที่ยวเยอะจริงๆ ผมจึงใช้เวลาเดินทอดน่องชมความสวยงามและบรรยากาศรอบๆจนได้เวลาไปต่อคิวขึ้นเรือ

จุดรอรถบัสไปท่าเรือฮาโกเน่

รอบๆสถานีรถไฟโอดาวาระ ต้นไม้อยู่กำลังในช่วงจะผลัดเปลี่ยนใบ

คุณลุงพนักงานขับรถผู้โอบอ้อมอารีย์

ทันทีที่ลงจากรถบัสก็เจอใบไม้เปลี่ยนสี

ก่อนถึงท่าเรือเราเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ไกลๆ ทำให้เราสดชื่นกันทุกคน เพราะที่รับทราบมาฟูจิซังขี้อายมากไม่ค่อยจะปรากฎให้เห็นชัดๆ มักจะมีเมฆหมอกบดบังเสียส่วนใหญ่ แต่วันที่เราไปนั้นอากาศแจ่มใส ท้องฟ้าโปร่ง ใบไม้อยู่ในช่วงสุดท้ายของการเปลี่ยนสี ทำให้ทุกอย่างลงตัวที่สุด

เรือวะสะ

เดินถ่ายภาพบริเวณท่าเรือไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงเวลาขึ้นเรือ

พอได้เวลาขึ้นเรือเราก็ขึ้นไปจับจองที่นั่งบนดาดฟ้า จะได้ชมวิวได้ถนัดตาและมองวิวได้ไกล เมื่อเรือออกจากท่าเราก็นั่งกันไม่ติดลุกขึ้นชมวิวริมทะเลสาบกันทุกคน อาคารที่พักปลูกอยู่ริมฝั่งโผล่แซมป่าเปลี่ยนสี เป็นภาพที่ตัดกันอย่างรุนแรง หนึ่งนั้นเป็นสิ่งทันสมัยที่สร้างด้วยมนุษย์ อีกหนึ่งนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เรือค่อยๆแล่นไปด้วยความเร็วสม่ำเสมอ บางช่วงก็ตีวงโค้งไปตามลักษณะของทะเลสาบ ทะเลสาบไม่กว้างมากนัก เราสามารถมองได้ทั้งสองฝั่งซ้ายขวา เสาโทริอิสีแดงสดตั้งอยู่ริมทะเลสาบ มีสะพานเล็กๆทอดมาสู่กลางระหว่างเสาสองต้น เป็นจุดเด่นที่ทุกคนมองไปที่นั่นเป็นจุดเดียวกัน ฉากหน้าเป็นเสาโทริอิ มีแบ๊คกราวด์เป็นป่าเขียวเขียวขจีแซมด้วยสีส้มๆแดงๆและภูเขาไฟฟูจิที่โผล่ยอดขาวโพลนอย่เบื้องหลัง มุมนี้เป็นมุมมหาชนที่ทุกคนต้องได้ภาพนี้ เพราะเป็นภาพที่อยู่ในสื่อโฆษณาการท่องเที่ยวฮาโกเน่แทบทุกสื่อ เรือค่อยๆแล่นผ่านไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งลับเหลี่ยมโค้งของทะเลสาบ

มุมมหาชนที่ทุกคนต้องได้ภาพนี้ในการล่องเรือโจรสลัดทะเลสาบฮาโกเน่

ซูมเข้าไปใกล้ๆจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินมาชมเสาโทริอิอย่างใกล้ชิด

เรือมาเทียบท่าที่โทเง็นได

จากท่าเรือโทเง็นไดเราก็ต่อกระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเน่ไปชมหุบเขาโอสาดุดานิ ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ

 

โปรดติดตามตอนต่อไป


ขอบคุณครับที่ติดตามชม

 

ติดตามเรื่องย้อนหลัง>> http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong/2017/06/01/entry-1

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net